หนึ่งสมองสองมือ

วันที่ 13 พค. พ.ศ.2546

หนึ่งสมองสองมือ



......ผมเคยฟังนักธุรกิจใหญ่ท่านหนึ่งเขาเชื่อมั่นในฝีไม้ลายมือของตัวเองอย่างมาก ทั้งความรู้ประสบการณ์ที่สะสมมาด้วยตัวเอง ทำให้เป็นเรื่องยากครับ ที่จะเชื่อหรือฟังใคร ถ้าหากเหตุผลและข้อมูลที่มาสนับสนุนคำแนะนำนั้นไม่เพียงพอ

 

.....โดยปกติของมนุษย์ทั่วไปแล้ว การที่ได้รับการปลูกฝังว่าเราทุกคนต่างก็มีหนึ่งสมองกับสองมือเท่าๆ กัน หากจะทำให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ทำให้ชีวิตดีขึ้น ต้องขยันและมุ่งมั่นได้ด้วยตัวเอง ผมนึกขำตอนที่คุณพ่อท่านสอนน้องชายให้มีกำลังใจในการทำงานที่ถนัด ทำงานที่รักได้ดี ครั้งหนึ่งคุณพ่อเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ คุณพ่อชอบซื้อหนังสือดีๆ มาหลายเล่ม และครั้งนั้นก็เหมือนเดิม คือท่านซื้อหนังสือของศิลปินฝีมือระดับโลกมาเล่มหนึ่ง ท่านเรียกน้องชายที่กำลังฝึกฝนและรักในการขีดเขียนรูปภาพต่างๆ พ่อเอ่ยปากแนะน้องไปว่า ลองดูภาพในหนังสือของศิลปินท่านนั้นแล้วทำให้ได้อย่างเขา น้องผมคงกลัวจะทำไม่ได้รีบกล่าวยกย่องศิลปิน และบอกว่า เขาเป็นคนมีฝีมือระดับโลกเชียวนะครับ พ่อนิ่งฟังน้องชายให้เหตุผลให้พ้นตัวไปสารพัดอย่าง ท่านให้ข้อคิดน้องไป ซึ่งผมฟังแล้วยังนึกขำ ท่านทิ้งคำคมที่ว่า "ศิลปินเอกเหล่านั้นเขาก็กินข้าว แล้วน้องของผมกิน.....หรืออย่างไร? ทำไมทำเหมือนอย่างเขาไม่ได้" ศิลปินก็คน เราก็คน เมื่อเขาทำได้ เราก้ต้องทำให้ได้ถ้าพยายามหมั่นฝึกฝน แรกๆ ผมก็คล้อยตามเหตุผลของน้องชาย นึกในใจว่าพ่อเราทำไมคาดหวังกับลูกสูงเกินไปนัก แต่มาฟังคำวิเคราะห์ของพ่อ ความคิดของผมก็เปลี่ยนไปตามพ่อ เพียงแต่คิดเสริมขึ้นในใจว่า น้องชายน่าจะทำได้ แต่ต้องมีอะไรสักอย่างที่มาเสริมให้ความขยันและฝึกฝนจนชำนาญได้อย่างเขา

 

.....มีอยู่วันหนึ่ง มีเพื่อนนำเทปบันทึกเสียงการบรรยายเรื่องความสำเร็จ และการรอดพ้นจากวิกฤตไอเอ็มเอฟ ของนักธุรกิจชื่อดัง ผมคิดว่าในช่วงภาวะวิกฤตนั้นผลกระทบเกิดกับทุกคนแหละครับ อยู่ที่มากหรือน้อย และอยู่ที่ใครจะสามารถแก้ไขให้รอดพ้นไปได้ คุณอนันต์ อัศวโภคิน ผู้ตกที่นั่งของเศรษฐีที่มีสินทรัพย์ถึงห้าหมื่นล้าน แล้วต้องมามีหนี้ถึงสองหมื่นล้านในยุคไอเอ็มเอฟ แต่แล้วเขาก็มีวิธีผันตัวเองให้รอดพ้นวิกฤตได้ด้วยการทำสมาธิ และยังมีกำไรเพิ่มจากพันเป็นหมื่นล้าน

 

.....การดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ หนึ่งสมอง สองมือ อย่างเดียวคงไม่ได้แล้วครับ ต้องมีบุญและการฝึกฝนให้เรารู้จักคิด รู้จักใช้ความสงบให้เป็นประโยชน์ หนี้สินจากสองหมื่นล้าน ผ่านไปได้ด้วยการทำใจให้นิ่งๆ เฉยๆ ได้ กะแค่จะให้ฝีมือในการขีดเขียนเข้าขั้นอย่างศิลปินของโลกนั้น ผมว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะเรามีวิธีการฝึกตัวให้มีสมาธิ งานศิลปะก็ต้องมีสมาธิ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้เล่า จริงมั้ยล่ะ!!
 

นายตั้ม