จะกินอะไรล่ะคะ?

วันที่ 08 พค. พ.ศ.2546


จะกินอะไรล่ะคะ?

.....วันก่อนผมเดินทางไปพร้อมๆ กับวิทยากรอีกสองท่าน รวมทั้งทีมงานอีกสี่ห้าคน รวมเบ็ดเสร็จคณะนี้มีเกือบสิบคน เดินทางไปบรรยายที่จังหวัดขอนแก่น เราออกเดินทางแต่เช้าแล้วก็แวะรับประทานอาหารกลางวันกับระหว่างทาง

.....เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วใกล้เวลาอาหารเต็มที สมาชิกในรถช่วยกันสอดส่ายสายตาเพื่อหาร้านอาหารที่สะอาด ราคาไม่แพง และบรรยากาศน่าจะทำให้อาหารมื้อนั้นมีความสุขกันอย่างถ้วนหน้า เสียงแนะนำร้านอาหารแห่งหนึ่งลอยมา จึงทำให้แต่ละคนจดจ่ออยู่กับชื่อร้านดังกล่าวนั้น ซึ่งเราก็แล่นรถผ่านร้านอาหารในใจไปหลายต่อหลายร้านแล้วที่สุดเราทดลองแวะชมกิจการของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง มีร้านอาหารมากก็จริงแต่ร่องลอยของผู้แวะมาชมนั้นน้อยเต็มที จะว่าไปเรื่องความสะอาดก็พอได้ ราคาก็คงไม่น่าแพงแต่บรรยากาศ ถ้าเราจะรีบๆ รับประทานแล้วออกเดินทางต่อก็น่าจะได้เช่นกัน

.....ระหว่างที่เรากำลังเดินดูร้านอาหารสี่ห้าร้าน บริเวณนั้นคงจะทำให้สายตาและอารมณ์ของแม่ค้าร้านอาหารตรงนั้น รู้สึกขัดๆ เธอแผดเสียงเชิงรำคาญเต็มที่ที่พวกเราพากันเดินไปทางโน้นทางนี้เหมือนหาที่เหมาะๆ และถูกใจยังไม่ได้ เธอถามจะกินอะไรกันล่ะคะ เดินไปเดินมาไม่ได้กินหรอกนะ ถามแม่ค้านี่ ถึงได้กินอะไร มีทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูแดง ขาหมู ผัดกระเพรา และก็อาหารตามสั่ง พวกเรายืนฟังแบบไม่ค่อยตั้งใจนัก เพราะน้ำเสียงไม่ค่อยรื่นหู พอหายงงกันแล้ว หัวหน้าคณะก็เลยตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เพราะแผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทราสักหน่อย

.....เราออกรถจากปั๊มแบบไม่มีที่ท่าว่าจะหวนกลับไปนั่งรับประทานอาหารฝีมือของแม่ครัวฝีปากคมคนนั้น รถผ่านไปได้ไม่ถึงสองนาทีเราพบป้ายบอกทางไปร้านที่เรามองหาตลอดเส้นทางนึกในใจว่า โชคดีที่เราตัดสินใจถูกเพราะนอกจากเราจะไม่ต้องทนรับประทานอาหารจากน้ำเสียงและสายตา ที่เป็นมลพิษทางใจแล้วเรายังได้ทดลองชิมอาหารจากร้านที่มีคนแนะนำอีกด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้ผิดหวัง แม่ค้าที่ร้านนี้สุขภาพและเอาใจใส่ลูกค้าอย่างดี

.....ผมว่าการค้าขายหรือการให้บริการกับคนหมู่มากซึ่งเราเรียกเขาว่า ลูกค้านั้น สิ่งแรกที่มีคือความอดทนและพยายามแสดงน้ำใสใจจริงที่สุขภาพเรียบร้อยต้อนรับแก่ผู้มาเยือน นอกจากเราจะขายสินค้าและบริการที่เตรียมไว้ได้คล่องตัว แล้วเรายังได้มิตรได้ประชาสัมพันธ์ร้าน จากปากของผู้ใช้บริการด้วย ค้าเขาประทับใจกับบริการของเรา

 

นายตั้ม