ถึงเวลาแล้ว

วันที่ 01 พค. พ.ศ.2546

 



.....เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนพลเมืองห่างเหินศีลธรรม ไม่สนใจการประพฤติธรรม บ้านเมืองที่เคยสงบร่มเย็น ย่อมเดือดร้อนทุกแห่งหน ต้องประสบเหตุเภทภัยต่างๆ ความเจริญรุ่งเรืองที่เคยมีพลันเสื่อมถอย คนในชาติขาดความรักสามัคคี ขาดความเข้าใจ ขาดการให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ยอมแก้ปัญหาด้วยวิธีสันติธรรม จนนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรง ดังพาดหัวข่าวรายวันที่เราพบเห็นกันอยู่บ่อยๆ เหตุการณ์มักบานปลายก่อความวุ่นวายและนำหายนะมาสู่บ้านเมือง จนมิอาจประเมินค่าความสูญเสียได้

 

.....ถึงเวลาแล้ว... ที่จะเรียกศีลธรรม กลับคืนมาสู่จิตใจของคนในชาติ ให้ทุกคนได้ตระหนักถึง คุณค่าของพระ พุทธศาสนา ที่ได้ถ่ายทอดคุณธรรมหยั่งลึกในสายเลือดและจิตใจของคนไทยสืบเนื่องยาวนาน และเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสร้างเอกลักษณ์ของความเป็นไทย คือเป็นคนมีน้ำใจ อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย มีจิตใจรักสงบ รักการสร้างบุญกุศล มั่นคงในระเบียบวินัยของสังคม นับเป็นเอกลักษณ์ที่คนไทยควรภาคภูมิใจให้เป็นมรดกของชาติอย่างแท้จริง

 

.....การส่งเสริมให้คนในชาติ หันมาสนใจประพฤติปฏิบัติธรรม สนใจศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนา จึงเป็นการทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างเหลือคณานับ การให้หลักธรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ย่อมก่อให้เกิดการแก้ปัญหาสังคมที่ต้นเหตุ ด้วยการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ลดละกิเลสในตัวที่นำไปสู่การสร้างบาปอกุศลทั้งทางกาย วาจา และใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมอบให้กับเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมที่จะต้องทำหน้าที่ต้นแบบ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำให้เกิดขึ้น

 

.....โครงการสร้างเครือข่ายคนดี จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นด้วยเล็ง เห็นความสำคัญของการสร้างคนดี ให้เกิดขึ้นในสังคมให้มากๆ เพราะตระหนักถึงปัญหาสังคมดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงได้จัดสัมมนาการสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยศีลธรรม โดยชมรมบ้านกัลยาณมิตรทั่วประเทศ พวกเขาเหล่านี้มารวมตัวกันโดยมิได้หวังผลประโยชน์ทางการเมืองหรือหวังผลกำไรใดๆ หวังเพียงอยากให้สังคมรอบข้างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยให้ ธรรมะ เริ่มต้นที่บ้านของเราเอง

 

.....การสัมมนาที่ผ่านมาจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น และล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้เวลาเพียงวันเดียว เป็นการพบปะสนทนา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของชุมชนในแต่ละภูมิภาค เกี่ยวกับการปลูกฝังศีลธรรมต่างๆ มีการปฏิบัติธรรมร่วมกัน หล่อหลอมรวมใจเพื่อหาแนวทาง ในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนแต่เป็นภาพแห่งความประทับใจของผู้ที่มโนปณิธานเดียวกัน ที่จะสรรค์สร้างสันติสุขในสังคม

 

.....พวกเขาเหล่านี้ตระหนักว่า การสร้างสังคมดีเป็นหน้าที่ของเราทุกคน หากทุกคนมุ่งหวังให้สังคมดีงาม แต่ไม่มีใครก้าวออกมา สังคมคงดีไปไม่ได้ โครงการนี้จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยจุดประกายความหวังให้คนดีที่เคยอ่อนล้า กลับคืนมาสร้างพลังในสังคมอีกครั้ง ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เดียวดาย แต่มีพี่น้องมากมายคอยเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

 

.....น้ำฝนที่ตกเหนือลำน้ำ ทีละหยด ทีละหยาด กลายเป็นสายน้ำ ไหลหลั่งจากทั่วทุกสารทิศ และบรรจบกันเป็นห้วงน้ำใหญ่ ไหลหลากเป็นมวลน้ำพลังมหาศาลได้ฉันใด การทำความดีทีละเล็ก ทีละน้อยจะเพิ่มขึ้นทุกวัน สักวันหนึ่ง ความดีงามจะเพิ่มพูนขึ้นจะมากพอ และส่งผลเป็นความสุขในชีวิตได้ ฉันนั้น

 

....คนทุกคนในโลกล้วนอยากเป็นคนดี อยากมีความสุข แต่ไม่รู้จะไปหาต้นแบบดีๆดูได้จากที่ไหน จึงหามาตรฐานการทำดีแตกต่างกันไป คนที่เรียกว่า อาชญากร ในวันนี้ ไม่น้อยเลยที่เคยเป็น คนดี ในอดีตแต่อะไรทำให้เขากลายเป็น คนดีที่เสียแล้ว ทำไม?

 

.....ในเมื่อมีคนคนหนึ่งกำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความดี ก้มหน้าก้มตาทำมาตลอด เพราะเชื่อว่าต้องได้ผลดีตอบแทน ถ้า...คุณบังเอิญรู้จักคนเช่นนี้ เอ่ยปากชมเชย และให้กำลังใจเขาบ้าง

 

.....บางทีเขาเดินไป...เดินไป...เหนื่อยและเหงา เขาคงจะดีใจไม่น้อยเลย ที่ได้รับคำชมเชยยืนยันจากคนรอบข้าง ว่าขอให้ทำความดีต่อไปนะ บนถนนเส้นนี้ คุณไม่ได้เดินทางอยู่คนเดียว

 

.....เพราะบนถนนสายนี้ คุณเอง...ก็อยากเดินไปด้วยเหมือนกัน