อานุภาพ แห่งรอยยิ้ม

วันที่ 13 พค. พ.ศ.2552

 

อานุภาพแห่งรอยยิ้ม

              เวลานี้ผู้คนต่างวิตกกังวลเรื่องความวุ่นวายเรื่องสงคราม และเรื่องอาวุธเชื้อโรคซึ่งกำลังเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ใจคนก็หม่นหมองลงทุกทีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มนับวันจะเลือนหายไปจากโลกมนุษย์ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยโดยเฉพราะเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพฯ หรือสยามที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองยิ้มกจวนจะเหลือแต่ชื่อเต็มที “ยิ้ม” ไม่ใช่เป็นเพียงการแสดงออกทางสีหน้า บ่งบอกถึงความสุขสมหวัง ปลื้มปิติ เท่านั้น “ยิ้ม” ยังมีอนุภาพอีกหลายอย่างในตัวของมันเอง เพราะ...         

          ยิ้มเปรียบเสมือนภาษาสากล ไม่ว่าคนเราจะเดินทางไปไหน ณ มุมไหนของโลก หรืออยู่ในสถานที่ที่มีข้อกีดขวางทางวัฒนธรรมและภาษา ยิ้มสามารถใช้เป็นภาษาที่สื่อสารและเข้าใจง่ายมากที่สุด เป็นภาษาที่ไม่ต้องการคำอธิบาย ไม่ต้องอาศัยเวลาเล่าเรียน ฝึกฝน เพราะทุกคนต่างเข้าใจความหมายแง่บวกที่สื่อออกไปแน่นอน

         ยิ้มคือ แม่เหล็กดูดมิตร ธรรมดาแม่เหล็กดูดสิ่งของที่มีประจุต่างกันและผลักสิ่งที่มีประจุต่างกัน ยิ้มก็เช่นกันเป็นตัวดูดคนดีให้เข้ามาใกล้ ยามที่เราต้องการจะเริ่มบทสนทนาหรืออยากรู้จักเพื่อนใหม่สักคนเพียงส่งยิ้มแห่งมิตรภาพไป ไม่ถึงเสี้ยววินาทีคุณก็จะได้รับรอยยิ้มแบบเดียวกันกลับมา อานุภาพแห่งยิ้มชั่วพริบตานี้อาจนำมาซึ่งมิตรแท้ที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

          ยิ้มเป็น ยาชูกำลัง เมื่อคนเราเกิดความเศร้า ท้อแท้เป็นอาการป่วยทางจิต ยาปฏิชีวนะขนาดใดๆก็ไม่สามารถรักษาเยียวยาได้ ทว่าหากมีใครสักคนเดินเข้ามาด้วยความจริงใจพร้อมมอบรอยยิ้มเห็นอกเห็นใจให้แม้ไม่มีคำปลอบประโลมใดแต่ทำให้ใจที่มืดมนเกิดหนทางสว่างขึ้นได้ ประหนึ่งยาชูกำลังจิตใจคนเศร้าหมองให้มีพลัง กลับมายืนหยัดสู้กับปัญหาอีกครั้ง

           และยิ้มยังเป็นยาอายุวัฒนะ ใครก็ตามที่มีอารมณ์ดีเป็นนิสัยมองไปคราใดก็พบใบหน้าเปื้นยิ้มอยู่เป็นนิจ จะเป็นผู้ที่สภาพจิตดีและอายุยืน เขาว่า “ใจเป็นนายกายเป็ยบ่าว” เมื่อใจซึ่งเป็นนายของกายดีก็พลอยทำให้บ่าวอย่างกายมีพลานามัยแข็งแรง ส่งผลให้มีอายุยืนยาวตามไปด้วย

          ในทางจิตวิทยากล่าวไว่ว่า ไม่มีใครสามารถโกรธได้จริงในขณะที่พูดคำว่า “ยิ้ม” แบบทดสอบง่ายๆให้ลองทำหน้าให้บึ้งที่สุด เครียดที่สุด แล้วพูดคำว่า “ยิ้ม” สักสี่ห้าครั้งดูไม่มีทางเลยว่าคุณจะไม่เผลอหลุดยิ้มออกมาจริงๆในที่สุด

          เมื่ออานุภาพของยิ้มมีมากถึงเพียงนี้แล้วคุณจะสงวนรอยยิ้มไว้ทำไม ลองแจกจ่ายให้ผู้คนรอบข้าง เริ่มจากจุดเล็กที่ตัวคุณ ค่อยๆ ขยายสู่คนรอบข้างสักวันเราจะได้กลับมาเป็น สยามเมืองยิ้ม อย่างสมบูรณ์ดังเดิม และท้ายที่สุดอานุภาพแห่งยิ้มก็จะขยายวงกว้างไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อสันติภาพจะกลับคืนสู่ใจมนุษย์อีกครั้ง