จุดเปลี่ยน.. คุณอุดม แต้พานิช (๒)

วันที่ 30 กค. พ.ศ.2553

ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะใจเปลี่ยนแปลงด้วยธรรมะ

ปวัด เพราะไม่มีที่ไป

“ตอนนั้นไปทุกวัน ไม่ใช่เป็นคนดี ไม่ได้เลื่อมใส แต่เพราะไม่มีที่ไป พอตอนเลิกเขาจะแจกน้ำปานะด้วย เราก็พลอยได้กินไปด้วย”

“อยากบอกว่ามนุษย์เราโดยทั่วไป โดยจิตลึกๆ โหยหาความดีงาม ชอบสิ่งดีงามอยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นโจร หรือมหาโจรก็ตาม แสวงหาสิ่งดีงาม เช่น เวลาเราเห็นใครสักคนจูงคนแก่ข้ามถนน เรายังรู้สึกดี ผมไปเห็นเขาพับเสื่อที่วัดนี้ เขาช่วยกัน เขายกมือไหว้กันที่วัด พูดจาไพเราะ ผมเห็นก็รู้สึกดี”

 

คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาตัวเอง

“เขาอนุโมทนาบุญกัน แรกๆก็งง งงไปสักพักก็หัดทำบ้าง ก็รู้สึกว่าดี ได้ร่วมยินดีกับคนอื่นที่ทำความดี คือ เหมือนกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมได้บำบัดเรา ระหว่างนั้นเราได้ยินเขาพูดเรื่องบุญเรื่องบาป เหมือนเราไม่เชื่อ แต่ก็เริ่มซึมซับ ผมก็เริ่มนั่งบ้าง จากเริ่มนั่งสมาธิ แม้เริ่มนั่งจะไม่เห็นอะไร แต่พอใจสงบแล้วจะเห็นตัวเอง จะเห็นความไม่ดีของตัวเอง อุปมาเหมือนจิตใจของคนเรา คือ เราตักน้ำมาจากคลองแสนแสบ ใจเราจะเหมือนอย่างนั้น คือ มีปัญหาความรัก การเงิน การงาน เราเกลียดคนนั้นคนนี้ มีเรื่องสารพัด ใจเราจะเต็มไปด้วยเรื่องราวหมักหมม

แต่พอทำสมาธิผ่านไป ใจจะนิ่ง เหมือนเราตักน้ำขึ้นมา ธรรมชาติมันจะตกตะกอน ใจเราเมื่อตกตะกอน จะมีความใสเหมือนผิวน้ำ แล้วเห็นอะไรต่ออะไร อย่างน้อยก็เห็นตัวเอง ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกว่าไปวัดแล้วสนุกดี ว่างๆก็เดินตามพระไปบิณฑบาต ที่วัดนี้เขาเปิดเทปธรรมะระหว่างฉัน และเทปนั้นเป็นเทศน์เรื่องมลคลชีวิต ๓๘ ประการ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร บางวันที่ฟังก็ตรงกับชีวิตของเรา ก็ค่อยๆเอาธรรมะที่ฟังมาปรับใช้ในชีวิตตัวเอง

ช่วงนั้นเราได้รับธรรมะ เหมือนเราได้รับ Moisturizer จากผิวชั้นบน จนถึงผิวชั้นล่าง เราเห็นพระหรือแม่ชี หน้าท่านจะใสสว่างโดยไม่ต้องใช้ครีมไวท์เทนนิ่งใดๆ ความสว่างนั้นเกิดจากจิตใจที่เบิกบานจากธรรมะนี่เอง”

 

สิ่งที่เราไม่รู้ ไม่ได้แปลว่าไม่มี

“เผอิญเขามีการบรรพชาสามเณร ผมก็สมัครกับเขาสักหน่อย ได้เริ่มห่มผ้า เดินบิณฑบาต สนุกดี ศีลของเณรไม่เยอะมาก แต่เป็นการเริ่มต้นกรุยทางพระพุทธศาสนาอย่างดี

ตอนนั้นก็เริ่มคิดแล้วว่า บุญบาปมันน่าจะมี กรรมก็น่าจะมี ทั้งที่ยังไม่เชื่อทั้งร้อย ดูเหมือนมันมีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้ประกอบกับพระหลายท่านเทศน์ว่า สิ่งที่เราไม่รู้ ไม่ได้แปลว่ามันไม่มี เหมือนคนตาบอด ถ้าเราไปบอกว่ามีสัตว์รูปร่างคล้ายจิ้งจกชื่ออีกัวน่า ตัวใหญ่ สีเขียว แผ่คอได้ด้วย คนตาบอดบอกไม่เชื่อ ไม่มี ที่พูดแบบนั้นเพราะเขาไม่เคยเห็น

การไม่เคยเห็น ไม่ใช่ว่ามันไม่มี เหมือนบุญบาป ที่เราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มี เพียงแต่ว่าปัญญาของเราเป็นแบบทางโลก เราจึงไม่รู้ บาปกรรมที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มี”

 

เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

“ผมได้บวชเณรและสึกออกมาเรียนต่อ ในช่วงที่ออกมา ผมรู้ได้เลยถึงสภาพแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่ญาติพี่น้อง เพื่อน มีความรู้สึกต่อเราเปลี่ยนไป เหมือนเราได้รับความรักจากคนรอบข้างมากขึ้น เรารู้สึกว่าเราไปเจอสิ่งดี ๆ มา ส่วนเพื่อนชั่วๆ ก็ค่อยๆหายไป และพบว่า คนเรากำหนดตัวเองได้ เช่นถ้าเราเสพยาบ้า เพื่อนยาบ้าก็เข้ามาแล้ว เราเห็นคนแบบไหน ก็ดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามา

แล้วผมมีโอกาสมาเรียนต่อที่เพาะช่าง กรุงเทพฯ ช่วงนั้นผมไปวัดปากน้ำ ไปไหว้พระบ้าง ไปนั่งสมาธิบ้าง อยู่ๆก็รักหลวงพ่อวัดปากน้ำขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่าชอบวิธีการสอนนั่งสมาธิของท่าน ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกกับจริตของผม บางคนชอบเพ่งกสิณ บางคนชอบจงกรม บางคนชอบกำหนดลมหายใจ แต่ละคนจะชอบไม่เหมือนกัน แล้วแต่จริตใคร

ใกล้เรียนจบ ผมมีโอกาสได้ไปทำงานกับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งอยู่แถวบางกะปิ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายศิลป์ของเขา ช่วงนั้นมีเพื่อนชวนไปใส่บาตรที่ชมรมพุทธฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นเรื่องบังเอิญที่พระที่มาบิณฑบาตสอนสมาธิแบบหลวงปู่วัดปากน้ำ ทำให้เราไปเรื่อยๆ ไปจนตรงกับช่วงที่เขารับสมัครอุปสมบทภาคฤดูร้อน ตอนนั้นคิดว่าอย่างไรก็คงบวชไม่ได้ เพราะติดงานของสำนักพิมพ์ แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้สึกอยากบวชเป็นพระมากๆ”

 

๓ อยากนี้ ที่ทำให้มาบวช

“ที่อยากบวชก็เพร่า หนึ่ง คือ อยากทำอะไรให้แม่บ้าง ตั้งแต่เป็นเด็กจนโตมา ผมมีแต่เรื่องทำให้ท่านปวดร้าวทั้งนั้น คิดในใจว่า ‘จะมีอะไรที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ได้บ้าง’ ใจคิดอยากทำอะไรให้เขาชื่นใจ ก่อนที่เขาจะตาย สอง คือ อยากฝึกตนเองให้เป็นคนที่เข้าท่ากว่าที่เป็นอยู่ และสาม คือ อยากพิสูจน์ว่าพุทธศาสนาเป็นอย่างไร เราเป็นชาวพุทธแต่ในทะเบียนบ้านเท่านั้นๆ แต่จริงๆไม่เคยรู้เลยว่าพุทธศาสนาเป็นอย่างไร

สามอย่างนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากบวชมากๆ เพื่อนผมจึงแนะนำให้ผมอธิษฐานจิต ผมอธิษฐานจิตบ่อยๆ หลังจากนั้นไม่เกิน ๗ วัน เจ้าของบริษัทมาบอกว่า “ไม่ต้องทำหนังสือแล้ว เราจะปิดบริษัท” เขานึกว่าผมจะเสียใจ ในใจผมนี้ไชโย คิดว่า ‘แหม เราจะได้บวชคราวนี้เอง สมปรารถนาแล้ว’

 

สมาธิเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมจำได้

“ผมอยากบอกว่า สมาธิเป็นสิ่งสำคัญ การทำเดี่ยวไมโครโฟน ๓ หรือ ๔ ชั่วโมง ต้องอาศัยสมาธิ สมาธิเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมจำได้ ผมเองไม่ได้อยากมีภาพลักษณ์คล้ายกับว่า “โน้ตเป็นคนดี, โน้ตเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านยาเสพติด, โน้ตห่วงใยสภาพแวดล้อม, โน้ตใจบุญสุนทาน, นั่งสมาธิเป็นประจำ, โอ้ โน้ตรักทุกคน” ไม่อยากเป็นอย่างนั้น แค่เป็นคนตูดหมึกธรรมดา แต่ผมอยากบอกว่า สมาธิเป็นเคล็ดลับจริงๆ ในการดำเนินชีวิต”

ซึ่งเรื่องประโยชน์ของสมาธินี้ โน้ตก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน Secret ฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ หน้า ๓๙ ว่า

“..ความสำเร็จในการทำเดี่ยวไมโครโฟน คือ สมาธิ ลำพังตัวผมเองไม่มีปัญญาจำอะไรได้เยอะขนาดนั้นหรอก แต่ผมเคยบวชมาก่อน เวลาต้องการลำดับความคิด หรือคิดอะไรไม่ออก ผมจะนั่งสมาธิ นั่งแค่ช่วงสั้นๆก็ช่วยได้

การทำเดี่ยวฯ เต็มไปด้วยปัญหา ผมไม่ได้แค่เขียนบทอย่างเดียว แต่เป็นทั้งผู้แสดง และทำโปรดักชั่น พอถึงช่วงเขียนบทซึ่งเป็นหัวใจของการทำเดี่ยวฯ สมาธินี่แหละ ช่วยแยกแยะว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ก่อนเขียนบททุกครั้ง ทีมงานรู้ว่าผมจะหายตัวไปนั่งสมาธิ ไม่ได้ไปนั่งเขียนบท แต่ไปนั่งนิ่งๆ ผมเชื่อว่า กำลังกายเกิดจากการเคลื่อนไหว กำลังใจเกิดจากการหยุด”

 

 

- - - ธรรมะและผลจากการปฏิบัติธรรม ทำให้ชีวิตของคุณโน้ตเปลี่ยนไป

เขาไม่เพียงแต่กลายเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่ง แต่ยังได้รับความสุขและความคุ้มค่าที่สุดในชีวิต ที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งพึงมี

ความสุขที่ว่านั้นคืออะไร ติดตามได้ในจุดเปลี่ยนตอนต่อไป - - -

 

 

ขอขอบคุณหนังสือ จุดเปลี่ยน

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย