โฆสกะ (๖) คำทำนายของปุโรหิต

วันที่ 26 พค. พ.ศ.2554

 

บุญตามมาช่วย ครั้งที่ 1

               เมื่อมีคนผ่านมา เห็นฝูงสัตว์ล้อมอะไรอยู่ ก็เข้ามาดู เห็นเป็นเด็กผู้ชายตัวน้อยๆ ก็นึกรัก เลยเก็บไปเลี้ยง ในวันนั้น เศรษฐีชาวเมืองโกสัมพีไปสู่ราชตระกูล พบปุโรหิตเดินมาจากพระราชวัง จึงถามว่า “ท่านอาจารย์ วันนี้ท่านได้ตรวจตราดูฤกษ์ยามเป็นอย่างไรบ้าง”

               ปุโรหิต “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ท่านเศรษฐี เพียงแต่ว่าเด็กที่เกิดในวันนี้ ต่อไปเขาจะได้เป็นมหาเศรษฐีใหญ่ของเมืองนี้”

               (เรื่องฤกษ์ยาม ดวงดาว และการพยากรณ์ดูดวงนั้น เป็นสถิติที่คำนวณกันขึ้นมา ก็มีส่วนจริงบ้างไม่จริงบ้าง เรื่องของดวงชะตานั้น คนที่งมงายก็จะเชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตา ส่วนคนที่มีปัญญา ไม่ประมาทในชีวิตและสั่งสมบุญมาดี ดวงดาวฤกษ์ยามก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างที่เคยได้ยินกันมาว่า “คนเหนือดวง” เพราะบุคคลประเภทนี้ จะไม่ยอมให้ดวงดาวมามีอิทธิพลเหนือดวงใจและดวงบุญที่ตนเองได้ทำไว้)

               คราวนั้น ภรรยาของเศรษฐีมีครรภ์แก่ใกล้คลอด เศรษฐีจึงส่งใช้ไปเรือนของตนโดยเร็ว เพื่อสอบถามดูว่า ภรรยาของตนคลอดแล้วหรือยัง เมื่อทราบว่ายังไม่คลอด ก็เรียกหญิงคนใช้ชื่อกาลีมาสั่งว่า “เจ้าไปตรวจดูในเมืองว่าบ้านไหนมีเด็กที่เกิดในวันนี้ แล้วเอาทรัพย์หนึ่งพันนี้ไปซื้อตัวเด็กนั้นมา”

               (การซื้อขายเด็กอย่างในเรื่องนี้ แม้ในปัจจุบันก็มี หญิงจีนสูงอายุท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาอยู่เมืองไทย ท่านเกิดที่เมืองจีน พ่อแม่อยู่ในชนบท มีลูกมาก เมื่อมีลูกสาวคือตัวท่าน พ่อแม่คิดว่า เลี้ยงลูกสาวไว้เมื่อโตขึ้นก็ต้องแต่งงานไปอยู่กับครอบครัวอื่น ไม่เป็นประโยชน์แก่ครอบครัว สู้เลี้ยงลูกไก่ไม่ได้ เมื่อโตเป็นแม่ไก่ยังออกไข่มาให้กิน จึงแลกลูกสาวตัวน้อยๆ กับลูกไก่ของชาวบ้านที่เขาไม่มีลูกและอยากได้ลูก เอ้อ.. อย่างนี้ก็มี)

               นางกาลีนั้น สืบหาไปจนถึงเรือนของชายคนที่เก็บเด็กไปเลี้ยง เมื่อสอบถามดูรู้ว่าเป็นเด็กที่เกิดในวันนี้ จึงซื้อตัวเด็กมา แล้วนำไปให้เศรษฐี ส่วนเศรษฐีคิดว่า ถ้าลูกของตนเกิดมาเป็นลูกสาว เมื่อทั้งสองโตขึ้น ก็จะจัดการแต่งงานให้อยู่กินด้วยกัน ตระกูลของตนก็จะได้เป็นตระกูลเศรษฐีต่อไป แต่ถ้าหากลูกของตนเกิดมาเป็นลูกชาย ก็จะฆ่าเด็กน้อยคนนี้เสีย

 

**ติดตามเรื่องราวของโฆสกะได้ในตอนต่อไป**