คุณสมบัติ ๓ ประการของคนดี คนมาตรฐาน

วันที่ 10 ตค. พ.ศ.2554

              

              ในทางพระพุทธสาสนา ได้กำหนดคุณสมบัติของคนดีที่โลกต้องการไว้ ๓ ประการ คือ

              ๑. มีความบริสุทธิ์

               ๒. มีปัญญา

               ๓. มีความกรุณา
 

               ถ้าใครฝึกให้ตัวเองมีคุณสมบัติ หรือคุณธรรมครบ ๓ ประการนี้ได้แล้ว ก็ถือได้ว่าตัวเองเป็นคนดีที่ใครๆ ก็ต้องการคบหาสมาคมด้วย เป็นคนมาตรฐาน แต่ว่าถ้าขาดตกบกพร่องไปประการใดประการหนึ่ง หรือต่ำกว่ามาตรฐานไปทั้ง ๓ อย่างก็ถือว่าใช้ไม่ได้ คนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน นอกจากหาความบริสุทธ์ กาย วาจา ใจ ไม่ได้สักอย่างแล้ว ยังภูมิใจที่ได้ทำแสบๆ อีกด้วย นี่พูดภาษาชายบ้านนะ 
 

               คุณธรรมด้านปัญญาก็เช่นกัน ไม่มีปัญญาทั้งทางโลกทางธรรม ทำอะไรดีๆ ไม่เป็นแล้วอยู่เฉยๆ ยังพอทำเนา แต่ก็ยังมีพวกต่ำกว่ามาตรฐาน คือ ชอบทำอะไรโง่ๆ จนเดือนร้อนทั้งตนเองและผู้อื่น เช่น ชอบเชื่อข่าวลือ กระพือข่าวร้าย เป็นต้น
 

               ส่วนคนต่ำกว่ามาตรฐานทางด้านความกรุณา คือ คนที่ชอบเห็นความพินาศย่อยยับของคนอื่น ไม่ยกย่องคนดี และชอบคนข่มคนอื่น เห็นใครทำดีก็ริษยา ระแวง แล้วก็เข้าแย่งผลประโยชน์
 

              ใครเห็นลูกหลานคนใดมีความประพฤติ หรือมีคุณสมบัติประจำตัวต่ำกว่ามาตรฐานอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้อนต้องรีบแก้ไขปล่อยไม่ได้ หรือแม้ที่สุดตัวเองไปเห็นไฟไหม้วอดหมดทั้งสลัมหรือดูโทรทัศน์เห็นบ้านเมืองถล่มทลายเพราะแผ่นดินไหว แล้วเกิดสะใจ ชอบใจ ขึ้นมาละก็ รีบๆ แก้ไขเสียนะ เพราะเราชักผิดปกติคนเข้าให้แล้ว

 

               คุณธรรม ๓ ประการ ที่พระพุทธสาสนาตั้งเป้าขั้นต่ำไว้นั้น ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็ว่า ต้องฝึกให้เป็นคน ไม่แสบไม่โง่ ไม่แล้งน้ำใจ