วินัยเรื่องคำพูด

วันที่ 17 ตค. พ.ศ.2554

 

      เรื่องคำพูดนี่สำคัญมาก จะพูดเพราะหรือไม่เพราะยังยกไว้ได้ แต่ต้องหัดพูดจริงให้ได้เสียก่อน ถ้าเรื่องนี้พูดจริงไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดต้องไม่โกหก บอกไปเลยขอเถอะเรื่องนี้พูดไม่ได้ คุยกันเรื่องอื่นดีกว่า เพราะถ้าพูดไปแล้วคงต้องโกหกแน่เลย เฉออกไปอย่างนี้ก็ยังไหว แต่ถ้าต้องพูดเมื่อไหร่ละก็ให้มันจริง ชนิดไปยืนกลางฝนไม่กลัวฟ้าผ่ากันละ บางคนโกหกไว้ พอฝนฟ้าชักคะนองครื่นๆ ครั่นๆ รีบวิ่งอกตั้งเข้าบ้านเข้าใต้ตึกเลย ถามว่าทำไม ตอบเสียงอ่อยเลย

“ไม่แน่ใจ ฟ้าจะผ่าลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไปสาบานโกหกเขาไว้หน่อย” ซึ่งก็คงมากไม่ใช่นิดหน่อย บางคนอยู่กลางทุ่งนาที่หลบไม่ได้ ฟ้าก็ครื่นๆ กลัวจนตัวสั่นยกมือไหว้ท่วมหัว

“เจ้าประคู้ณ ไอ้ที่พูดไปแล้ว สาบานไว้จริงบ้างไม่จริงบ้าง เว้นกันเถอะ...” อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เกิดเป็นคน พูดอะไรออกไปแล้ว ต้องให้มันจริง ถ้าไม่จริงไม่พูด


     พระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงกับตรัสเอาไว้ คนเราถ้าจะให้มีฤทธิ์ละก็ พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น ถ้าได้พูดแล้วต้องทำ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะทำได้ อย่าเพิ่งไปพูด แล้วถ้าไปทำอะไรอย่างไรมาแล้วละก็ พูดไปอย่างนั้นเชียวไม่ต้องไปขยายความให้มันมากเรื่อง เดี๋ยวเขามาเห็นเข้าจะยิ้มเยาะ โถ ไปทำเอาไว้แค่คืบ เอามาโม้ว่าตั้งศอกตั้งวา

“พูดอย่างไรทำอย่างนั้น ทำอย่างไรพูดอย่างนั้น” นี่พุทธพจน์

    ฝึกตัวเองก็ดี ฝึกลูก ฝึกลูกศิษย์ก็ดี ต้องทำให้ได้อย่างนี้ บางคนอาจจะเถียงว่าไม่ได้หรอก เราอยู่ในวงการธุรกิจ วงการเค้าขืนพูดจริงเจ๊งแน่ๆ ถ้าใครคิดอย่างนี้ขอให้แก้ไขเถอะ หลวงพ่อเอง อาชีพเดิมก็เซลล์แมนเหมือนกัน ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปโกหกใครยิ่งค้าขายของที่จำนวนมากๆ ราคาดีๆ เงินเยอะนั่นแหละสำคัญ คำไหนต้องคำนั้นเลย ไปบิดไปพริ้วเดี๋ยวเถอะเสียคน ไม่ได้อย่าไปทำเข้า ถึงคราวกำไรก็กำไร ถึงคราวขาดทุนก็ขาดกัน คำพูดคือคำพูด อย่าไปเบี้ยวไปบิด


    คนชอบเบี้ยวชอบบิด โกหกคนอื่นนี่เสียอะไร... คนโกหกนี่ที่เสียอย่างมาก คือกำลังใจ ทุกครั้งที่โกหกจะเสียกำลังใจ ทำไมถึงเสีย ก็เพราะไม่กล้าเผชิญความจริง จึงโกหก ไปทำผิดพลาดเข้ารู้ตัวกลัวถูกลงโทษ ใจมันห่อเหี่ยว ไม่ว่าจะโกหกลูก โกหกเมีย ยิ่งแถมไปโกหกพ่อโกหกแม่ โกหกพระเข้าด้วยนี่ กำลังใจมันลดฮวบเลย โถ เขาดีกับเรา ไม่น่าไปโกหกเขาเลย ใจมันหดลงๆ หงอก๋อเชียว อีกหน่อยเถอะจะไม่มีกำลังใจแม้ที่จะเดินสองขา เลยต้องคลาน

    นี่พลาดแล้ว ใจไม่มีฤทธิ์เสียแล้ว ใจที่ด้านๆทำธุรกิจอะไรก็ไม่เจริญมีความรู้อีกเท่าไร ๆ ก็ล้มเหลวหมด กษัตริย์ทุกพระราชวงศ์น่ะท่านรู้หลัก สอนกันมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้นทีเดียวว่า

“เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”


    วินัยเรื่องคำพูดนี้ต้องทำกันให้จริงๆ จังๆ ใครที่ยังจริงบ้างเท็จบ้างชนิดจริง ๗ เท็จ ๓ น่ะเลิกๆ เสีย คนที่ชอบกินเหล้าแล้วก็เล่าเรื่องนั่นแหละระวังจริงบ้างเท็จบ้าง ลิ้นจะฆ่าตัวเอง แต่ว่าถ้าพูดคำไหนคำนั้นแล้วละก็ อย่างนี้ศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน วาจาสิทธิ์ เป็นปากพระร่วงนั่นเชียว ตามตำนานว่า พระร่วงท่านพูดแต่คำสัตย์จริง จนคำพูดท่านมีฤทธิ์ โยนก้างปลาลงในน้ำ สั่งให้เป็นปลาก็กลายเป็นปลามีชีวิตได้ เนื้อใสเห็นก้างทั้งตัว ที่เรียกว่าปลาพระร่วงนั่นไง

 

เพราะฉะนั้น ฝึกกันให้ดีระวังคำพูดกันให้มาก ถ้าไม่อย่างนั้นเอาดีไม่ได้