วินัยเรื่องความสะอาด

วันที่ 19 ตค. พ.ศ.2554

 

         มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เราทำกันอยู่เป็นประจำ แต่วัดอื่นเขาทำกันไม่ค่อยจะได้ คือ เรื่องชวนญาติโยมเก็บกวาดทำความสะอาดวัดก่อนกลับบ้าน ที่วัดอื่นคนไปฟังเทศน์พอพระเทศน์เสร็จ ลงจากอาสนะกลับกุฏิ ญาติโยมลุกขึ้นได้ก็กลับบ้านเลย เสื่อวัดขนเอามาปูนั่งแล้วก็ไม่เก็บ พื้นก็ไม่ช่วยกันกวาด ทั้งกระดาษทั้งถุงพลาสติกปล่อยรกไว้อย่างนั้นแหละ ผลสุดท้ายศาลาฟังธรรมก็สกปรกเต็มที หมาขี้เรื้อน แมวตาแฉะมันก็มานอนกลิ้งๆ เกลือกๆ แล้วก็ยึดเอากองเสื่อที่วางทิ้งไว้นั่นเองเป็นรังนอนปล่อยหมัดปล่ยเห็บทิ้งไว้ คนใหม่มานั่งปั๊บ หมัดหมาดีดผึงขึ้นหัวเลย นั่งไปเกาไปวันหลังเลยไม่มาวัดอีก เข็ดหมัดหมา
 

         ของเราที่นี่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เรารักความสะอาด พอหลวงพ่อเทศน์เสร็จญาติโยมยังไม่ทันลุกจากที่นั่ง เจ้าหน้าที่ ก็เด็กนักเรียนนักศึกษาที่มาช่วยงานวัดในวันอาทิตย์นั่นแหละ เขาจะเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมาวางเตรียมไว้ให้แล้ว พอหลวงพ่อลุกจากอาสนะเขาก็ประกาศชวนญาติโยมทำความสะอาดวัด คนไหนจะกวาดพื้นก็กวาดไป คนไหนจะเช็ดเสื่อก็เช็ดไป เช็ดก็ไม่เช็ดด้านเดียวด้วยนะ เช็ดสองด้านเลย คนถูกพื้นจะตั้งแถวถูเรียงแถวกันไป เราทำกันอย่างพร้อมเพรียงเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ แล้วก็สะอาดจริงๆ เสียด้วย เรื่องกวาดหมก ถูลวกๆ ไม่มี เพราะเรารู้วัตถุประสงค์และอานิสงส์ของการทำความสะอาดกันดี แม้ที่สุดห้องน้ำห้องส้วมเราก็ช่วยกันขัด คอห่านเราก็ไม่เว้นไม่รังเกียจ ล้างกันสะอาด
 

         นิสัยรักความสะอาดนี่ทางวัดเราถือเป็นนโยบายเลยว่าจะต้องปลูกฝังให้กับทุกคนที่มาวัด หลวงพ่อและพระทุกรูปในวัดนี้ถูกคุณยาย (อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง) ปลูกฝังนิสัยรักความสะอาดมานับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบท่าน แล้วเราก็สอนกันต่อๆ มา เพราะฉะนั้น พวกเราจึงไม่ได้ทำความสะอาดเป็นวันๆ หรือเวลานั้นเวลานี้ แต่จะทำความสะอาดทันทีที่เห็นมีความสกปรกเกิดขึ้นต่อหน้า ขนาดขี่จักรยานรีบจะไปทำธุระเห็นกระดาษแฮคส์ กระดาษฮอลส์ตกอยู่กลางถนนยังต้องจอดรถเก็บ รู้สึกทนไม่ได้ที่จะปล่อยทิ้งไว้ ติดนิสัยเสียแล้ว
 

         เมื่อเรามีนิสัยรักความสะอาดติดตัวกันไว้อย่างนี้ โอกาสที่จะกระทบกรทั่งกันก็มีน้อย ทำให้เราอยู่กันอย่างมีความสุขนั่งฟังเทศน์กันอย่างสบาย แล้วถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น หลวงพ่อขอฝากเอาไว้ วันนี้ก่อนจะกลับบ้าน สองข้างทางที่เดินผ่านเจอกระดาษแฮคส์ กระดาษฮอลส์ เศษพลาสติก เศษอะไรที่มันรกๆ ช่วยเก็บใส่ถังขยะด้วยนะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้วันจันทร์ หลวงพ่อหลวงพี่ก็ต้องไปเดินเก็บเอง ถ้าจะให้หลวงพ่อมีเวลาเตรียมเทศน์ให้มากๆ หน่อย ก็ช่วยทำสิ่งเหล่านี้แทนหลวงพ่อด้วย
 

        วัดนี้เป็นวัดของพวกเราทุกคน เราบริจาคทอดกฐินทอดผ้าป่ากันมา ปีหนึ่งๆ ตั้งหลายๆ ครั้ง จนกระทั่งสร้างมาได้ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นต้องรักษากันไว้ให้สะอาดให้ดีๆ หลวงพ่อคิดอยู่เสมอว่า วัดนี้ญาติโยมสร้างถวายให้พระพุทธศาสนถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพ่อได้อาศัยใช้สมบัติของพระพุทธองค์เพื่อปฏิบัติธรรมจะไปนิพพานเมื่อใช้ของท่านแล้วก็ต้องรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ ทั้งตัวเองก็ต้องไม่ทำให้สมบัติของท่านสกปรกด้วย แต่คุณยายท่านสอนละเอียดกว่านี้ ท่านบ่นอยู่เสมอว่าสงสารคนมาวัดที่มาทำสกปรกทิ้งไว้ให้พระเก็บล้าง แบกบาปกันไม่รู้เท่าไหร่แล้ว
 

        เรื่องการฝึกรักษาความสะอาดนี่ หลวงพ่อมีรายละเอียดอยากจะฝากไว้เพราะอะไร เพราะธรรมทายาทก็ดี เด็กๆ ที่เข้ามาอบรมในวัดก็ดี ได้พบว่าขณะนี้ทำความสะอาดกันไม่เป็น เพราะไม่ได้ถูกฝึกมาก่อน พอมาลงมือทำก็เก้ๆ กังๆ ถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะเอาอีก ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พวกที่มาด้วยกันนั่นแหละ พอถูกหัวเราะวันหลังก็เลยไม่ทำ พอไม่ทำก็เลยยิ่งไม่เป็น ความสกปรกมันก็ยิ่งมากขึ้น

 

         หลวงพ่อขอฝากนะ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนฝึกลูกให้ดีในเรื่องของการทำความสะอาด รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้ทำความสะอาด ขอให้เลือกให้เหมาะสมและให้ใช้ให้ถูกวิธี จะยกตัวอย่างให้ฟัง
 

         ไม้กวาดที่จะใช้กวาดศาลา ถ้าจะให้ดีควรเป็นไม่กวาดอ่อนที่ตัดขลิบปลายเรียบเสมอกัน เวลากวาดมันจะกินฝุ่นดี ถ้าไม่ตัดปลายมันจะอ่อน เศษผงที่มีน้ำหนักจะกวาดไม่ไป กวาดแล้วมันกินแรง พอกวาดเสร็จช่วยเอาไปแขวนในที่แขวนด้วยนะอย่าเที่ยวไปตั้งปักปลายไว้กับพื้น เพราะปลายอ่อนมันจะถ่างออกเป็นหมวดแขก แล้วทีนี้กวาดไม่กินฝุ่นหรอก ผุ่นมันลอดออกตามช่องถ่างนั้นแหละ แล้วก็หักเร็วด้วย กวาดไม่กี่ทีใช้ไม่ได้แล้วที่วัดนี่หลวงพ่อกำชับนักเรื่องให้แขวนไม้กวาด ถ้าตรงไหนไม่มีที่แขวนก็ให้วางตั้งปลายขึ้น ช่วยกันรักษาสมบัติพระศาสนาให้ใช้ได้นานๆ หน่อยนะ
 

          คราวนี้มีอีก ถ้าเป็นเด็กๆ ก็พอว่า นี่ก็โตๆ กันแล้วทุกครั้งที่มีการอยู่ธุดงค์ พอเทศน์เสร็จหลวงพ่อก็ชวน วันนี้เอาบุญต่อกันอีกหน่อยนะ ไปช่วยกันทำความสะอาด ไปกวาดข้างในวัดกันหน่อย ถือเป็นการชมวัดไปด้วย หลวงพ่อแทบไม่เชื่อลูกนัยน์ตาตัวเองว่า บางคนอายุก็ตั้ง ๓๐-๔๐ แล้ว ตั้งใจไปช่วยกวาดวัดให้หลวงพ่อเต็มที่เลย แต่เอาไม้กวาดอ่อนไปกวาดบนสนามหญ้า กวาดใบไม้ กวาดเท่าไหร่มันก็ไม่ไป ก็ยังขืนจะกวาดอยู่นั่นแล้ว เห็นแล้วงงเลย มีเหมือนกัน นึกไม่ถึง ก็เลยต้องเอามาพูดกัน เพราะฉะนั้น เครื่องไม้เครื่องมือก็ต้องดูให้ดี ให้พอสมกับลักษณะของงานนะ
 

          ทีนี้นอกจากไม้กวาดแล้วยังมีอีก ผ้าขี้ริ้ว เรื่องผ้าขี้ริ้วนี่หลวงพ่ออยากจะฝากคุณพ่อคุณแม่ไว้ ถ้าอยากจะให้ลูกของเราเป็นคนช่างสังเกต เป็นคนมีความรอบคอบ เป็นคนที่รู้จักประดิดประดอยละก็ ช่วยดูให้ดี ผ้าขี้ริ้วที่จะให้เช็ดพื้น ให้ใช้ผ้าหนาๆ แต่ถ้าเป็นผ้าเช็ดเสื่อแล้วต้องบางหน่อย ยิ่งถ้าเป็นผ้าเช็ดโต๊ะหมู่บูชาพระนี่ ต้องใช้ผ้าดีๆ นุ่มๆ ไม่งั้นเดี๋ยวโต๊ะถลอกหมด ขนาดก็ดูให้พอเหมาะมือ อย่าให้ใหญ่โตรุ่มร่าม ไปเกี่ยวไปพันไม้แกะสลักหักหมด ถ้าเป็นผ้าเช็ดพื้นก็เอาผืนโตๆ หน่อย ใช้สอดไม้ม๊อบถูกกันไป แต่โตเกินไปก็ไม่ดี มันกินแรง ซักก็ยาก เล็กนักก็ไม่ดี ต้องซักบ่อยๆ เสียเที่ยว
 

            สิ่งเหล่านี้ ถ้าเรารู้จักฝึกลูกฝึกหลานไว้แต่เล็ก ต่อไปพอโตขึ้นแกจะรู้จักทำอะไรพอเหมาะพอดีแล้ว กลายเป็นนักประดิษฐ์ไปได้ในตัวเสร็จ นี่เป็นอย่างนี้
 

           ในฝ่ายสงฆ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญของการทำงความสะอาดเสนาสนะ และศาสนสมบัติมาก ถึงกับกำหนดเป็นกิจวัตร ๑ ใน ๑๐ ประการ ที่พระภิกษุควรกระทำเป็นประจำ โบราณท่องเป็นสูตรเลย เช้าขึ้นมาพระทำอะไรบ้าง หนึ่ง บิณฑบาต สอง กวาดวัด บิณฑบาตกลับมาพอฉันเสร็จก็ต้องกวาดวัด กวาดวัดนี่รวมทั้งขัดส้วมด้วยนะ
 

            พระ ก็ต้องฝึกการทำความสะอาดกันให้เป็นนิสัย เมื่อรักษาความสะอาดกายได้จึงจะก้าวไปสู่การรักษาความสะอาดวาจา สะอาดใจไปตามลำดับอย่างนี้