พิธีบวชธรรมทายาทรุ่นจิ๋ว

วันที่ 05 ตค. พ.ศ.2554

 

               เจ้าหน้าที่จัดงานเล่าว่า จัดงานบวชธรรมทายาทมาหลายรุ่นแล้ว ไม่เคยสนุกสนานชื่นใจเหมือนจัดงานบวชรุ่นจิ๋วนี้เลย ก่อนถึงวันบวชธรรมทายาทต้องรับฟังโอวาทของพระอุปัชฌาย์และซ้อมบวชอย่างของจริง ก็ไปซ้อมกันที่วัดเบญจมบพิตร เริ่มตั้งแต่เวียนประทักษิณ ขอขมาแล้วรับผ้าไตรจากผู้ปกครอง แล้วเข้าพระอุโบสถขอบรรพชากับพระอุปัชฌาย์
 

               เวลาขอบรรพชา ยุวธรรมทายาทต้องคลานบนอาสนะยกพื้น ขึ้นพร้อมกันแถวละ ๑๐ คน ต้องขึ้นตามจังหวะให้พร้อมเพรียงกัน จึงจะเรียบร้อยสวยงาม ที่ตัวเล็กหน่อยตอนตะแคงตัวยกขาขึ้นอาสนะ มีการหน้าขมำกันบ้าง แต่พอเริ่มกล่าวคำขอบรรพชา เสียงก็ใสแจ๋ว เสียงดังฟังชัดพร้อมเพียงกันฟังแล้วชุ่มชื้นหัวใจ คนเตรียมงานได้ยินแล้วหายเหนื่อย ได้ฟังอย่างนี้จะให้จัดงานบวชกี่ร้อยคนก็ได้
 

               สมเด็จพระพุทธชินวงษ์ พระอุปฌาย์ท่านเห็นธรรมทายาทรุ่นจิ๋วนั่งเรียงหน้าสลอนคอยรับฟงโอวาทก่อนบวช ท่านถามเข้าด้วยความเอ็นดูว่า “นี่อดนมกันหรือยัง”
 

               วันซ้อมก็มีการเล่นกันแหย่กันตามประสาเด็ก แต่พอถึงวันพิธีบวชจริงๆ ความเป็นเด็กหายไปหมด มีความตั้งอกตั้งใจทำตามขั้นตอน เรียบร้อยสวยงาม น่ารักน่าเอ็นดู เดินเรียงแถวมากราบขอขมารับผ้าไตร คุณพ่อคุณแม่ต่างน้ำตาไหลด้วยความปีติใจ
 

               พอบวชเสร็จครองผ้าเป็นสามเณร ก็มารับบาตรจากคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองญาติพี่น้อง พอรับบาตรรับเครื่องไทยธรรม ตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนรอคอย เพราะสามเณรทุกคนจะให้พรโยมพ่อโยมแม่ เจ้าหน้าที่จัดงานบวชบอกว่า เสียงใสๆ ไร้เดียงสาอย่างเด็กให้พรพร้อมกันชุดละ ๔๐ รูปฟังเหมือนเสียงดนตรี

 

               เสร็จพิธีแล้ว สามเณรก็ลุกขึ้นอุ้มบาตรไปถ่ายรูปพร้อมกันทั้งคณะกรรมการและโยมพ่อโยมแม่พี่น้องผู้ปกครอง ซึ่งเห็นได้ว่าสามเณรที่ตัวเล็กนั้นอุ้มบาตรแล้วฝาบาตรเกือบจดใต้คาง แต่ก็ยังเดินอย่างสง่า และมั่นใจ
 

               เชื้อสายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทายาทของพระองค์แม้ยังเด็กเล็กก็ศรัทธาเต็มเปี่ยม ใครที่อ่านพุทธประวัติแล้วไม่เชื่อหรือไม่อยากจะเชื่อ มาคราวนี้เห็นภาพจังๆ หน้าเข้าก็เห็นจะต้องเชื่อแล้วล่ะนะ
 

               ในสมัยพุทธกาลเราเคยได้อ่านได้รู้กันมาว่าสามเณรที่บวชอย่างน้อยอายุต้องไม่ต่ำกว่า ๗ ขวบ อย่างพระราหุลนี่บวชเมื่ออายุ ๗ ขวบและปรากฏว่าตั้งแต่บวชมาไม่เคยทำความหนักใจให้ใครเลย ยิ่งกว่านั้นท่านยังได้เป็นพระอรหันต์ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรอีกด้วย อ่านพระไตรปิฏกแล้วบางทีก็นึกภาพไม่ออก แต่พอไปเจออย่างนี้เข้า ทุกคนยอมรับพอนึกได้เป็นเค้าขึ้นมาทันที
 

               มีสามเณรหลายรูปในสมัยพุทธกาล เป็นพระอรหันต์ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ รูปหนึ่งชื่อพระทัพพมัลลบุตร องค์นั้นวันบวชพอพระอุปัชฌาย์โกนศีรษะให้ได้เศษหนึ่งส่วนสี่ ก็เข้าถึงธรรมกายพระโสดา เป็นพระโสดาบัน โกนไปถึงครึ่งศีรษะ ก็สำเร็จเป็นพระสกิทาคามี พอได้ค่อนศีรษะเป็นพระอนาคามี พอผมหมดก็เป็นพระอรหันต์ไปเลย