ถึงร้ายก็รัก

วันที่ 07 ธค. พ.ศ.2554

 

                    ในปัจจุบันมีลูกบางจำพวกคิดน้อยอกน้อยใจพ่อแม่ ว่าไม่ร่ำรวยเหมือนพ่อแม่คนอื่น เท่านั้นยังไม่พอ เอาปากเป็นหอกเป็นดาบพูดทิ่มแทงค่อนขอด ว่าท่านไม่ขยันทำมาหากินบ้าง ทำตัวกระจอกงอกง่อยให้อายเพื่อนบ้าง

                    บางคนเคี่ยวเข็ญข่มขู่พ่อแม่ จะเอาโน่นจะเอานี่ อาละวาดตะบึงตะบอน แต่ถึงแม้ลูกจะร้ายกาจเพียงใด ท่านก็สู้หวานอมขมกลืน ใครมาว่าลูกไม่ดี เป็นต้องออกรับป้องกันเต็มที่ ลูกฉันดี ๆ วันยังค่ำ

                   
แต่บางทีลูกเศรษฐีก็มีปัญหาถมไม่เต็ม เมื่อประมาณ ๗ - ๘ ปีที่แล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งมาจากภาคใต้ เดินหน้าแห้งเข้ามาหาอาตมา บอกหลวงพ่อช่วยที นอกจากเกเรแล้วยังเคี่ยวเข็ญพ่อแม่จะเอานั่นเอานี่ ให้ไปแล้วก็ไปทำเสีย ๆ หาย ๆ บางทีได้ไม่ทันใจก็ด่าพ่อด่าแม่เข้าอีก ไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกคนนี้แล้ว

                    อาตมาก็เลยแนะนำเขาไปว่า เนื่องจากลูกยังไม่เคยปฏิบัติธรรม จะแนะนำอะไรมากก็ไม่ได้ จะบอกให้ไปนั่งสมาธิให้ใจใสแล้วไปดูเอาเองว่า พ่อแม่มีพระคุณอย่างไร จ้างก็ไม่ฟัง ก็ขนาดพ่อแม่ยังด่าเสียเลย มีหรือจะนั่งสมาธิ?

                    เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ก่อนกลับภาคใต้คราวนี้ ให้ชวนลูกชายตัวแสบไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ปากเกร็ดเมืองนนท์สักครั้ง จะอ้างว่าอย่างไรก็ตามใจ ให้เขาได้ไปให้ทานเด็กกำพร้าที่นั่นสักมื้อ แล้วเค้าจะเห็นเอง บางทีบุญจะช่วยให้เขาคิดได้ แล้วอะไร ๆ จะดีขึ้นเอง

เขาทำตามรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้กลับมาเล่าให้ฟัง