หนูแดงของแม่

วันที่ 14 ธค. พ.ศ.2554

 

              ขอเตือนว่า ลูกส่วนมากไม่ว่าหญิงหรือชาย เมื่อโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง มีครอบครัวแล้ว มักจะลืมไปว่า ความรู้สึกนึกคิดของท่านผู้เฒ่าหรือของพ่อของแม่นั้น ไม่ว่าเราจะโตไปแค่ไหนก็ตาม ถ้าท่านยังอยู่ ท่านก็เห็นเราเป็นไอ้หนูแดงตัวเล็กของท่านอยู่วันยังค่ำ ความรู้สึกว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของท่านนี่ฝังลึกเข้ากระดูกไปจนตายทีเดียว ลูก ๆ จะอยู่ในจิตในใจของท่านตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถึงแม้เราจะอายุ ๔o - ๕o แล้วก็ตามที ท่านก็ยังห่วงเราเหมือนเมื่อครั้งเรายังแบเบาะอยู่นั่นแหละ

 

               มีอยู่คราวหนึ่ง อาตมากลับไปเยี่ยมบ้าน ไปเยี่ยมสองผู้เฒ่า ตอนนั้นก็ทำงานแล้ว อายุเกือบ ๓๐ มีลูกน้องอยู่ใต้บังคับบัญชาอยู่หลายคน ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว คืนนั้นคุยกับโยมพ่อโยมแม่สัก ๔ ทุ่มก็เข้านอน เนื่องจากเป็นหน้าร้อน อากาศค่อนข้างอบอ้าวก็เลยไม่ได้ห่มผ้า แต่ว่าก็ติดนิสัย โยมแม่สอนเอาไว้ ไม่ว่าอากาศจะร้อนเท่าไรเวลานอนต้องเอาผ้าห่มปิดอกปิดท้องเอาไว้ เผื่อว่าตอนดึกอากาศหนาวจะได้พอประทัง ท่านกลัวลูก ๆ จะเป็นหวัด จะปวดท้อง



               ประมาณตีสอง พอดีอากาศเย็น ๆ รู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นโยมแม่กำลังห่มผ้าให้ ท่านรู้ว่าลูกคงไม่ได้ห่มผ้าเพราะอากาศตอนหัวค่ำร้อน คงมีแต่ผ้าห่มปิดอกปิดท้องเท่านั้น จึงลุกขึ้นมาห่มผ้าให้ โธ่เอ๋ย ลูกตัวยังกะช้าง เป็นหัวหน้าคน มีลูกน้องเกือบร้อย แม่ยังมองเห็นเราเป็นไอ้หนูแดงของแม่อยู่อีก ตอนนั้นไม่เข้าใจแม่ รู้สึกว่าผู้เฒ่านี่ช่างจุกจิกจู้จี้ไม่เข้าเรื่อง ก็เลยดุท่านไป “เฮ้อแม่ ไปนอนเถอะจะมาห่วงอะไรนักหนา โต ๆ กันแล้ว”



               ท่านก็ไม่พูดอะไรห่มผ้าให้เรียบร้อยแล้วท่านก็กลับไปนอน มีใครเจอแบบนี้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเจอละก็อย่าไปว่าท่านนะ เพราะว่าใจของท่านเมื่อไร ๆ เราก็ลูก ยิ่งจากไปนาน ๆ ยิ่งกังวลห่วงใยสารพัด ชะเง้อคอคอยลูกทุกเมื่อเชื่อวัน พอเห็นหน้าเราท่านก็ชื่นใจ ทำอะไรให้เราก็ด้วยความรักความหวังดี อย่าไปทำให้ท่านน้อยใจเลย


พระคุณแม่
พระธรรมเทศนา พระภาวนาวิริยคุณ