วิชชาธรรมกาย ตอนที่ 3

วันที่ 17 กย. พ.ศ.2556

 

มหาปูชนียาจารย์

 

          จากบันทึกในบทนำของหนังสือชื่อว่า “ธรรมกาย” พระทิพย์ปริญญาเขียนไว้เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2489 ทำให้เราได้ทราบถึงพระคุณของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระมงคลราชมุนี ที่ท่านได้อุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อพระพุทธศาสนาและการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย โดยกล่าวถึงภารกิจหลักของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญสมัยนั้นว่า

 

หนึ่ง คุมพระภิกษุสามเณรทำวัตรไหว้พระในโบสถ์ทุกวันวันละ 2 เวลาคือ เช้าหนหนึ่ง เย็นหนหนึ่ง และได้ให้โอวาทสั่งสอนภิกษุสามเณรทั้ง 2 เวลา

 

สอง วันพระและวันอาทิตย์จะแสดงธรรมในโบสถ์เองเป็นนิจ

 

สาม ทำกิจภาวนาอยู่ในสถานที่ ซึ่งจัดไว้เฉพาะเป็นกิจประจำวัน และควบคุมพระไปนั่งภาวนารวมอยู่กับท่านทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนพวกชีก็ให้ทำกิจภาวนาเหมือนกัน

 

สี่ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 14.00 น. ลงสอนการนั่งสมาธิแก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาที่ศาลา ซึ่งข้าพเจ้าเคยเห็นมีพระภิกษุสามเณรต่างวัด  อุบาสกอุบาสิกาต่างถิ่นมาเรียนเป็นจำนวนมากทุกวันพฤหัสบดี สอบถามได้ความว่ามีผู้ไปเรียนกันมากแต่ต้นจนบัดนี้ไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นแล้วเพราะสอนมากว่า  15  ปีแล้ว

 

ห้า จัดให้ครูสอนปริยัติในวัดอีกแผนกหนึ่งด้วย

 

       นอกจากจะจำเป็นจริงๆ แล้วท่านไม่ยอมออกจากวัด เพราะท่านชอบแต่กิจภาวนา ออกรับแขกเวลาฉันเพลครั้งหนึ่งที่พบได้เสมอ  ถัดจากนั้นก็เวลา 17.00 น. นอกจากเวลานี้ท่านอยู่แต่ในห้องภาวนา

 

     ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญมีในครัวหุงอาหารเลี้ยงพระภิกษุสามเณรทั้งวัดทำมาอย่างนี้ 20 ปีเศษ ถ้าวันใดไม่มีเจ้าภาพก็เป็นส่วนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ข้าพเจ้าเคยสอบถามพระที่วัดว่าหลวงพ่อเห็นจะมีเงินทุนสำรองมาก ท่านบอกว่า เปล่าทำหมดไป  มีมาใหม่อย่างนั้นเอง แต่ไม่ขาด

 

       เท่าที่ข้าพเจ้าสำรวจและสังเกตการณ์ โดยใกล้ชิดมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว  ได้ข้อเท็จจริงที่จะชี้ขาดว่าข่าวอกุศลต่างๆ นั้นไม่มีมูลแห่งความจริงเลย  และในทางตรงกันข้ามข้าพเจ้าเชื่อเต็ม 100 เปอร์เซนต์ว่าท่านเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ด้วยประการทั้งปวง และมีภูมิรู้ในทางปริยัติกว้างขวาง เป็นพระธรรมกถึกชั้นเยี่ยม ทั้งเป็นผู้ปฏิบัติอย่างดีเลิศ  การปฏิบัติและธรรมเทศนาของท่านดำเนินตามหลักในคัมภีร์วิสุทธิมรรคทั้งสิ้น

 

     การแสดงธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ตามที่ข้าพเจ้าได้ฟังมาอยู่ในเรื่อง ทาน ศีล ภาวนา นรก สวรรค์ นิพพาน แต่โดยมากหนักไปในทางปรมัตถ์ เวลานี้ท่านแสดงพระอภิธรรมว่าด้วย มหาปัฏฐานอนันตนัยเรียงตามลำดับบทมาติกา

 

ในที่สุดนี้ขออานุภาพพระรัตนตรัย จงคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรมทั้งหลายให้มีความสุขทั่วกันเทอญ

 

พระทิพย์ปริญญา บ้านเลขที่ 116 ถนนสุริวงค์ พระนคร 13 กันยายน 2489

 

     ครูบาร์อาจารย์ส่วนมากจะสอนให้เรารู้จักรับผิดชอบชั่วดี ให้ความรู้เพื่อประกอบอาชีพทำงานเลี้ยงตนได้ แต่ความรู้ที่ได้รับมาไม่มีหลักประกันอันใดเลยว่าจะนำพาให้เราไปสู่โลกสวรรค์หรือปิดอบายได้ แต่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) นอกจากสอนให้เรารู้จักรับผิดชอบชั่วดีตามหนทาง ทาน ศีล ภาวนาแล้ว  ท่านยังบอกวิธีการปิดประตูอบายภูมิ  ชี้หนทางสวรรค์พร้อมกับบอกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งว่า  ต้นทางอายตนนิพพานอยู่ภายในตัวเรานี่เองคือ ตรงศูนย์กลางกาย  กลางท้องเรียกว่าฐานที่ 7 อยู่เหนือสะดือ  2 นิ้วมือ  ซึ่งมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาพบคำว่า  “พระธรรมกาย”  และรู้วิธีการเข้าถึงก็สามารถค้นพบหนทางสู่อายตนนิพพาน ด้วยการทำใจให้เป็นสมาธิหยุดนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ 7 และมีความเพียรภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ท่านจึงได้สรุปใจความสำคัญในทางปฏิบัติธรรมไว้ว่า “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” เมื่อใจเป็นสมาธิหยุดนิ่งแล้ว เราจะเห็นดวงปฐมมรรคเห็นศูนย์กลางกายโดยอัตโนมัติ

 

      พระคุณของท่านจึงมากมายมหาศาลเกินกว่าจะพรรณา  เรื่องยากที่สุดท่านทำให้เป็นเรื่องง่ายแต่ลึกซึ้ง นั่นคือชี้บอกให้รู้ว่า “พระนิพพาน” ที่มนุษย์ทั้งโลกแสวงหาที่ไม่รู้ว่าอยู่หนใด และรู้สึกว่าไกลเกินฝันสำหรับมนุษย์ปุถุชน ที่แท้พระนิพพานอยู่ในตัวเรา  มนุษย์ปุถุชนธรรมดาก็สามารถกระทำพระนิพพานให้แจ้งได้  เพียงแต่หลับตาลงเจริญสมาธิ หยุดใจไว้ในตัวที่ศูนย์กลางกายไว้ตลอดเวลา จะช้าหรือเร็วก็ต้องเห็น  ขึ้นอยู่กับกำลังแห่งความเพียรอย่างสม่ำเสมอ และกำลังบุญจากการเจริญสมาธิมาข้ามชาติ  เพราะทุกคนล้วนทำบุญปนบาปมาทั้งนั้น  พวกเราสามารถหยุดกระทำชั่วและทำความดีให้ถึงพร้อมด้วย ทาน ศีล ภาวนา  แล้วทำใจให้หยุดนิ่งผ่องใส อยู่เป็นนิจ  สักวันหนึ่งเราจักสมปรารถนา  ตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา

 

เพราะฉะนั้นเหล่าศิษยานุศิษย์สาธุชนทั้งหลายจึงเรียนขานท่านด้วยความซาบซึ้งในพระคุณว่า

 

“มหาปูชนียาจารย์”

รัตนวนาลี 13/9/56