◆◆ “พุทธในไทยจะรุ่ง หรือ จะสูญ” ◆◆

วันที่ 12 มีค. พ.ศ.2557

 

 

◆◆ “พุทธในไทยจะรุ่ง หรือ จะสูญ” ◆◆

 


   ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อ 31 ธันวาคม 2552 แสดงไว้ว่าประชาชนไทยมี 67,422,887 คนจากการสำรวจการเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม ปี 2548 มีพุทธศาสนิกชน 46,902,100 คน คิดเป็น 69.56%

หลายท่านคงสงสัย เพราะเคยทราบว่าชาวพุทธไทยมีประมาณ 94% ทำไมสำนักงานสถิติแห่งชาติจึงบอกว่า เหลือเพียง 69%ความจริง คือ ตัวเลข 94% นั้นเป็นชาวพุทธตามทะเบียนบ้าน แต่เขาสำรวจากการเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม คือ ถ้าคนนั้นๆ แม้ทะเบียนบ้านจะเป็นชาวพุทธ แต่ถ้าหากตั้งแต่เกิดมาไม่เคยสวดมนต์ นั่งสมาธิ ไม่เคยใส่บาตร ไม่เคยทำบุญผ้าป่า กฐิน ไม่เคยเข้าวัด ฟังเทศน์ เขาไม่นับ

     เมื่อเช็คอย่างนี้แล้วพบว่า เหลือคนที่ยังพอเคยเข้าร่วมกิจกรรมพุทธอยู่ 69% ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นชาวพุทธที่แข็งแรงนัก อาจเคยทำกิจกรรมพุทธบ้างตามประเพณี 1-2 ครั้ง

 

 

●● ชาวพุทธที่กัมมันต์ ( Active Buddhist ) ตั้งใจรักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิจริงๆ อาจเหลือเพียงราว 5% เท่านั้นก็เป็นได้

◆◆ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ปัญหาสังคมมีมาก ยาเสพติดเกลื่อนเมือง คนไทยดื่มเหล้ามากติดอันดับ 5 ของโลกเมื่อชาวพุทธไทยโดยรวมเป็นอย่างนี้ และพี่น้องศาสนิกอื่นก็ทุ่มเททำงานเผยแผ่ศาสนาของตนอย่างเต็มกำลัง น่าคิดว่าอนาคตพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

......จะเป็นอย่างไร ?

เราจะเป็นเหมือนอินเดีย ที่พระพุทธศาสนาสาบสูญไปหรือไม่? *****ทางแก้ คือ***

>>> การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก <<<

...... ในครั้งพุทธกาล.... เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ธรรม ทั้งโลกมีชาวพุทธเพียง1ท่าน คือ พระพุทธเจ้า จากนั้นพระองค์ไปโปรดปัญจวัคคีย์ จึงเกิดพระสงฆ์ขึ้น ทำให้พระรัตนตรัยครบ 3 ทั้ง

 

○○○ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ○○○

    ราว 5 เดือน หลังตรัสรู้ธรรม พระองค์ได้ประชุมพระอรหันต์สาวก 60 รูปแรกของโลก และประทานโอวาท ความตอนหนึ่งว่า

.... “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย... เธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน
เพื่อความเอ็นดูแก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย...

......เธอจงไปคนเดียวหลายๆทาง อย่าไปทางเดียวหลายๆคน สัตว์โลกผู้มีธุลีในดวงตาน้อย ผู้จักอาจรู้ทั่งถึงธรรมนั้นมีอยู่ เขาเหล่านั้นย่อมเสื่อมจากคุณที่พึงได้พึงเห็น เพราะเหตุที่ไม่ได้ฟังธรรม

แม้ตถาคตก็จะไปสู่อุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรมเหมือนกัน ”...

°°จากพุทธโอวาทนี้เราจะเห็นแนวทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าทรงให้เผยแผ่เชิงรุก

....พระองค์ไม่ได้ให้นั่งรอคนที่วัด แต่ให้เที่ยวจาริกออกไปเผยแผ่ธรรมะสั่งสอนชาวโลก....

และเนื่องจากพระสงฆ์ 60 รูปแรก เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด สามารถคุ้มครองตนเองได้ กิจในการปราบกิเลสของตนทำเสร็จแล้ว พระองค์จึงให้ไปคนเดียวหลายๆทาง เพื่อเผยแผ่ให้ได้กว้างขวางที่สุดนั่นเอง

>>>การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศไทยมีทางทำได้แน่นอน เพราะรากฐานทาง
พระพุทธศาสนาฝังลึกในไทยมากว่าสองพันปี ชาวพุทธไทยมีความรักผูกพันกับพระพุทธศาสนา แม้ไม่ค่อยได้เข้าวัด ไม่ค่อยได้รักษาศีล นั่งสมาธิ แต่ก็ยังรักหวงแหนพระพุทธศาสนา อยากให้พระพุทธศาสนาเจริญมั่นคง ผู้คนมีศีลธรรม สังคมสงบร่มเย็น

◆◆ชาวพุทธที่กัมมันต์ (Active Buddhist) ทุกกลุ่ม จึงต้องเร่งขวนขวายทำการเผยแผ่
พระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง ◆◆อยู่เฉยๆพระพุทธศาสนาจะเฉาไปเรื่อยๆ จนแห้งตายในที่สุด ต้องทำกิจกรรม อาทิ
- จัดบวชพระ บวชเณร
- จัดตักบาตร
- จัดสวดมนต์
- จัดคอร์สนั่งสมาธิ
- จัดการแสดงธรรม
- จัดธรรมยาตรา
- จัดงานสังคมสงเคราะห์
- จัดสัมมนาทางวิชาการ
            ฯลฯ

*** ใครถนัดอะไรก็ให้ทำสิ่งนั้น ทุกอย่างดีทั้งนั้น เพราะคนเรามีจริตอัธยาศัยชอบไม่เหมือนกัน ใครชอบแบบไหนก็ไปร่วมกิจกรรมแบบนั้น ถ้าทุกคนทุกวัด ทุกองค์กรขวนขวายช่วยกัน

ทำกิจกรรมพุทธที่ตนมีความถนัด ภาพรวมพระพุทธศาสนาจะเกิดความคึกคัก ปลุกกระแสชาวพุทธให้ตื่นตัวหันมาสนใจพระพุทธศาสนา ภาพลักษณ์พระพุทธศาสนาดี ***

●●แต่ถ้าชาวพุทธที่กัมมันต์ซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว ยังมาทะเลาะกัน โจมตีกันเองอีก ทำให้เกิดความแตกแยก ผู้คนก็จะเบื่อหน่ายพระพุทธศาสนาก็จะเสื่อมทรุดจนสาบสูญไปในที่สุด ●●

■■■ อินเดียเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรมากกว่าอังกฤษหลาย 10 เท่า แต่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ก็เพราะอังกฤษใช้วิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง ยุแยง ให้แคว้นต่างๆ ของอินเดียทะเลาะรบกันเอง แล้วค่อยๆรุกคืบยึดทีละแคว้น จนยึดอินเดียได้ทั้งประเทศ

◆◆ชาวพุทธไทยอย่าตกในหลุมพรางทะเลาะกันเอง ขอให้สามัคคีกัน ช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ให้พระพุทธศาสนาสถิตย์สถาพรคู่ชาติไทยไปชั่วกาลนาน นำสันติสุขความร่มเย็นมาสู่สังคมไทยเถิด◆◆

 



( Crdit; จาก face book/ พุทธสามัคคี)