สัตว์โลกคบกันโดยธาตุ

วันที่ 03 พค. พ.ศ.2557

 

สัตว์โลกคบกันโดยธาตุ

 

สัตว์โลกคบกันโดยธาตุ

 

 

       เนื่องจากสิ่งทั้งหล  เนื่องจากสิ่งทั้งหลาย เนื่องจากสิ่งทั้งหลแตกต่างกันเป็นเพราะว่า มีสัดส่วนของธ​ ด้วยเหตุนี้สิ่งต่างๆ ในโลกจึงรวมกันหรือแยกกันเป็นประเภทตามคุณสมบัติ หรือตามธาตุที่แต่ละสิ่งมี โดยที่สิ่งที่มีคุณสมบัติเหมือนกันก็จะอยู่รวมกันแต่ถ้าคุณสมบัติ หรือ ธาตุต่างกันก็จะแยกกัน อาทิเช่น สิ่งที่มีคุณสมบัติหรือธาตุเหมือนกัน เป็นต้นว่า น้ำถ้าเราเทน้ำออกจากภาชนะ 2 ใบ ลงในภาชนะเดียวกัน น้ำนั้นก็จะไหลเข้าไปรวมตัวกันได้อย่างกลมกลืนหรือแม้แต่น้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำจากสถานที่ต่างๆสุดท้ายก็ไหลไปรวมกันในแม่น้ำ ในทะเล ในมหาสมุทรเหมือนกัน เช่นเดียวกันกับธาตุอื่น และสิ่งทั้งหลายที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน ก็อยู่ในลักษณะนี้

 

      แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรานำธาตุที่มีคุณสมบัติต่างกันมาไว้ด้วยกันสิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะไม่สามารถรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันได้ เป็นต้นว่า น้ำกับน้ำมัน ถ้าเราผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกัน แม้ว่าจะเขย่าและใช้ความพยายามอย่างไรเพื่อจะให้น้ำกับน้ำมันผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำกับน้ำมันก็ไม่สามารถรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันได้ ทั้งนี้เป็นเพราะทั้งสองมีธาตุหรือคุณสมบัติต่างกัน

 

       ไม่เฉพาะวัตถุสิ่งของ แม้มนุษย์และสัตว์ก็เป็นเช่นนั้นสัตว์ประเภทใดก็มีธรรมชาติเข้าไปสู่หมู่สัตว์ประเภทนั้น ดังมีภาษิตที่ว่า "นกเข้าฝูงนก เนื้อเข้าฝูงเนื้อ ปลาเข้าฝูงปลา" เช่นเดียวกับคน ปกติของคนก็จะเข้าคบหา มาคบกับคนที่มีธาตุเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน อย่างที่เรียกกันว่าถูกอัธยาศัยหรือใจตรงกัน เป็นต้นซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราได้ทรงแสดงไว้ตอนหนึ่งว่า

 

      "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายสัตว์ทั้งหลาย ย่อมคบค้าสมาคมกันโดยธาตุทีเดียว
คือพวกมิจฉาทิฏฐิ   ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาทิฏฐิ
พวกมิจฉาสังกัปปะ  ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาสังกัปปะ
พวกมิจฉาวาจา       ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาวาจา พวกมิจฉากัมมันตะ
ย่อมคบค้ากัน          ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉากัมมันตะ พวกมิจฉาอาชีวะ
ย่อมคบค้ากัน          ย่อมสมาคมกันกับพวกพวกมิจฉาอาชีวะ พวกมิจฉาวายามะ 
ย่อมคบค้ากัน          ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาวายามะ พวกมิจฉาสติ ย่อมคบค้ากัน
ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาสติ พวกมิจฉาสมาธิ ย่อมคบค้ากัน ย่อม มาคมกันกับพวกมิจฉาสมาธิ


       พวกสัมมาทิฏฐิ  ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาทิฏฐิ
พวกสัมมาสังกัปปะ   ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาสังกัปปะ
พวกสัมมาวาจา        ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาวาจา
พวกสัมมากัมมันตะ   ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมากัมมันตะ
พวกสัมมาอาชีวะ      ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาอาชีวะ
พวกสัมมาวายามะ    ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาวายามะ
พวกสัมมา ติ            ย่อมคบค้ากัน  ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาสติ พวกสัมมาสมาธิ
ย่อมคบค้ากัน           ย่อมสมาคมกันกับพวกสัมมาสมาธิ 1"

       จากพุทธดำรัสนี้ ทำให้เราเข้าใจดีถึงสภาพชีวิตจริงในสังคมที่แต่ละคนต่างก็มีกลุ่ม และเข้าหากลุ่มของตนเอง เพราะว่ามีธาตุใกล้เคียงกัน ด้วยเหตุนี้มนุษย์แต่ละคนจึงไปสู่กลุ่มต่างๆ ตามธาตุของตน ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ทั่วไปในสังคม เป็นต้นว่า ข้าราชการก็จะเข้าหาสมาคมกับเหล่าข้าราชการด้วยกันหรือพวกติดยาเสพติด พวกนักเล่นการพนันก็จะไปสู่กลุ่มของตนเช่นกัน ทั้งนี้เป็นเพราะธาตุในตัวใกล้เคียงกัน ทำให้ดึงดูดเข้าหากัน 


       ดังนั้นถ้าเราอยากจะไปเข้าสมาคมกลับกลุ่มคนประเภทใด ก็สามารถทำได้ด้วย
การทำให้มีธาตุใกล้เคียงหรือเหมือนกับกลุ่มคนเหล่านั้นหรือที่เรียกว่ากลั่นธาตุ หรือแปรธาตุดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ในทำนองกลับกันก็พึงสังวรระวังว่า หากเราไปสังสรรค์ผูกสัมพันธ์คบหาใกล้ชิดกับคนประเภทใดแล้วธาตุในตัวของเขาก็จะเหนี่ยวนำให้ธาตุในตัวของเราค่อยๆ เปลี่ยนไปใกล้เคียงกับธาตุในตัวของเขาด้วยเราจึงต้องหลีกเลี่ยงการคบคนพาล แต่หมั่นคบบัณฑิต

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา GL 101 จักรวาลวิทยา

กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต