วันวิสาขบูชาโลก

วันที่ 12 พค. พ.ศ.2557

วันวิสาขบูชาโลก

 

วันวิสาขบูชาโลก

         มนุษย์ยุคนี้  มีบุญวาสนามาก  เพราะได้เกิดในยุคภัทรกัป  กัปที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  มาตรัสธรรมมากที่สุดถึง  5  พระองค์  สมเด็จพระสมณโคดม  หรือพระนามเดิมว่า “เจ้าชายสิทธัตถะ” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราทั้งหลาย  นับเป็นพระองค์ที่  4  ส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ที่  5  ที่จะตรัสรู้ธรรมในอนาคต  คือ พระศรีอารยเมตไตร  บางกัปนั้นไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นเลยแม้แต่พระองค์เดียวเรียกว่าสุญญกัป

         แม้พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า  ปรินิพานนานกว่า  2,500 ปีแล้วแต่พระธรรมคำสอนยังคงดำรงอยู่เป็นต้นทางสว่างให้แก่ชาวโลกได้เดินไปสู่ความสุขเสรีอย่างไม่มีประมาณ  ความมหัศจรรย์อีกประการหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ประสูติ  ตรัสรู้  และปรินิพพานตรงกันในวันเดียวกัน  คือวันเพ็ญขึ้น  15  ค่ำ  เดือนหก

         ชาวพุทธเรียกว่าวันวิสาขบูชา  ซึ่งปัจจุบันองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นวันสำคัญของโลกหรือวันวิสาขบูชาโลก  ปีนี้ประเทศเวียดนาม  ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชาโลกในระหว่างวันที่  11-17  พฤษภาคม  พ.ศ. 2557  ส่วนที่ประเทศไทยก็มีพระราชพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกทุกปี  ณ  มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  ซึ่งปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มีพระมหากรุณาธิคุณให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนพรองค์  มาให้ประชาชนได้สักการะบูชา  ณ  มณฑลท้องสนามหลวง

         ในวาระสำคัญที่สุดนี้ของประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาซึ่งตรงกับวันที่  13  พฤษภาคม  พ.ศ.2557 “วันวิสาขบูชาโลก” ชาวพุทธทั้งหลายควรได้น้อมรำลึกนึกถึงพระมหากรุณาของพระบรมศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ทรงบำเพ็ญเพียรสมาธิอย่างยิ่งยวดภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา  อินเดีย  ทรงตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ว่า  หากไม่ได้ตรัสรู้ธรรมทรงไม่ยอมลุกจากรัตนบัลลลังก์เด็ดขาด  แม้ว่าชีวิตเลือดเนื้อก็จะเหือดแห้งหายไป  ในที่สุดพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ธรรมในค่ำคืนวันเพ็ญเดือนหก

 

         พระพุทธธรรมคำสอน  จึงเป็นอมตะธรรมเที่ยงแท้ไม่แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา  พระพุทธธรรมคำสอนทั้ง  84,000 พระธรรมขันธ์ไม่ใช่ความรู้ที่เป็นปรัชญา  จากความรู้สึกนึกคิดคาดคะเน

         แต่เป็นวิชชาความรู้ที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริง คือ เห็นด้วยธรรมจักขุ  รู้ได้ด้วยญาณทัสสนะของกายธรรมที่อยู่ภายในตัวของพระพุทธองค์  มีลักษณะเป็นกายแก้วใสบริสุทธิ์  ตั้งมั่นอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ 7  อันเป็นผลมาจากการสั่งสมบุญบารมีทั้ง  30  ทัศ  ตลอดระยะเวลานับ  20  อสงไขยกับแสนมหากัป  กระทั่งพระบารมีเต็มเปี่ยมบริบูรณ์

 

         บุคคลใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธหรือเชื้อชาติศาสนาอื่น  หากได้ปฎิบัติตามพระธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัดจริงจังจริงแม้เพียงธรรมะข้อใดข้อหนึ่ง  ก็จะนำไปสู่การสั่งสมบุญกุศลอื่นตามมาและสามารถตรัสรู้ธรรมได้หมด  แต่จะได้ลุ่มลึกเพียงใดขึ้นอยู่กับกำลังบุญบารมีในอดีตชาติ  และกำลังบุญบารมีในชาติปัจจุบัน  แต่ที่ย่นเวลาและระยะทางได้วิเศษสุดคือ “สัมมาสมาธิ” หลับตาลงทำสมาธิวางใจนิ่งๆไว้ตรงศูนย์กลางกายกลางท้อง  ผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง  เมื่อใจเริ่มเป็นสมาธิใจจะนุ่มนวลอ่อนโยน  แผ่กว้างหลุดออกจากความคับแคบ  เมื่อนั่งสมาธิทุกวันอย่างสม่ำเสมอวันละ  1  ชั่วโมง  ใจจะผ่องใสบริสุทธิ์ไม่คิดไม่ทำในสิ่งที่ทำให้ใจเราหมองขุ่นมัวเพราะรู้สึกว่าไม่มีความสุขไม่สบายใจ  เริ่มเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพุทธดำรัสที่ว่า


เมื่อใดใจผ่องใส   ย่อมมีสุคติเป็นที่ไป

เมื่อใดใจหมองมัว   ย่อมมีทุคติเป็นที่ไป
 

เมื่อใดใจผ่องใสเป็นนิจ  เราก็จะตั้งใจรักษาศีลเว้นการทำบาป  รักษากายใจให้บริสุทธิ์

เมื่อใดใจใส  ใจย่อมมีมหากรุณา  มีหัวใจของผู้ให้  เต็มใจที่จะบริจาคทาน  แบ่งปันให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น


         เมื่อใดใจใส  ความสำรวมกายวาจาใจก็จะตามมาอยากทำแต่สิ่งดี  ที่ทำให้จิตใจมีความสุข  ชีวิตเริ่มเดินตามสายกลาง มรรคมีองค์ 8 ซึ่งก็คือความพอดีของชีวิต  ที่จะทำให้บรรลุธรรมได้ง่ายในที่สุด

 

         อย่าปล่อยให้เวลาที่วิเศษสุดในวันวิสาขบูชาโลกผ่านไปอย่างเหมือนไร้คุณค่า  เลิกยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งหลายเลิกเที่ยวเตร่สักหนึ่งวัน  หันมารักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์  หลับตาทำสมาธินึกถึงพระพุทธเจ้า  หรือพระพุทธรูปแก้วใสเป็นอารมณ์อย่างสบายตรงศูนย์กลางกาย กลางท้อง  หากใจนิ่งเป็นสมาธิ เราจะได้บุญติดตัวอย่างมหาศาลเกินพรรณา

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี
12/05/57

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร