วันฉัตรมงคล

วันที่ 05 พค. พ.ศ.2557

วันฉัตรมงคล  เมื่อวันที่  5  พฤษาภาคม  พ.ศ.2493  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  ได้ทรงประกอบพิธีบรมราชาภิเษก แล้วมีพระปฐมบรมราชโองการอารักขาประชาชนและแผ่นดินว่า  “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยช์นสุขแห่งมหาชนชาวสยาม....”

 

วันฉัตรมงคล

        เมื่อวันที่  5  พฤษาภาคม  พ.ศ.2493  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  ได้ทรงประกอบพิธีบรมราชาภิเษก แล้วมีพระปฐมบรมราชโองการอารักขาประชาชนและแผ่นดินว่า

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยช์นสุขแห่งมหาชนชาวสยาม....”

        พระสุรเสียงครั้งนั้น  ดุจสัตยามหาราชที่ดังก้องแผ่นดินมาจนตราบถึงทุกวันนี้  ทรงปฎิษัติพระราชกรณียกิจทุกวันเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างต่อเนื่องยาวนานดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด  โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ กว่า 3000 โครงการ  ล้วนมุ่งประโยชน์สูงสุด  ไม่มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้เสื่อมโทรม  ทรงหาหนทางแก้ปัญหาอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลจริงไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลแต่อย่างใด

        บนภูเขายอดดอยสูงชันตามภาคเหนือ  เมื่อหลายสิบปีก่อนมีแต่ไร่ฝิ่น  พระองค์ก็มีพระราชดำริให้นำผักผลไม้เมืองหนาวประเภทสตอเบอรี่ ผักกาดสีม่วงมาปลูกทดแทนพื้นที่ปลูกฝิ่นไร่ฝิ่นค่อยๆ เลือนหายจากดอย  เพราะชาวไทยภูเขาบนดอยยินดีน้อมรับพระราชดำริ  หันมาปลูกผัก ผลไม้เมืองหนาว ปัจจุบันยอดดอยกลายเป็นสวนธรรมชาติที่สวยงามตา  กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางภาคเหนือ  พืชผักโครงการหลวงก็เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทุกระดับชั้น

 

        แม้ต้องใช้เวลานับสิบปี  แต่พระองค์ทรงรอคอยให้วิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาค่อยเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่งดงาม  มีคุณค่า  โดยไม่ต้องมีมาตราการบังคับปราบปรามให้พวกเขาเลิกปลูกฝิ่น

        รอยพระบาทที่เสด็จขึ้นเขาลงห้วย  เสด็จพระราชดำเนินไปตามภูมิภาคต่างๆ ที่ราษฎรผู้ยากไร้อาศัยอยู่ตลอดกว่า  60  ปี  เพื่อหาวิธีการขจัดความยากจน  พัฒนาแหล่งน้ำให้เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก  หากนำเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินมาเรียงติดต่อกัน  คงเป็นเส้นทางที่ยาวไกลที่สุดในโลก  ถนนราชดำเนินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ

 

        ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังมีเหตุการณ์ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์รุนแรง  ถึงขนาดประกาศปิดป่า  ปิดสวนยางพาราไม่ให้ราษฎรผ่านเข้าออก  แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราราชินีนาถ  ก็ยังเสด็จเยี่ยมประชาชน  ติดตามความคืบหน้าโครงการพระราชดำริป่าพรุ  หาหนทางระบายน้ำออกจากพรุ  เพื่อให้ราษฎรได้ใช้พื้นที่ทำกินได้  โดยไม่ทรงหวั่นไหวต่อภัยอันตราย

 

วันฉัตรมงคล  เมื่อวันที่  5  พฤษาภาคม  พ.ศ.2493  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  ได้ทรงประกอบพิธีบรมราชาภิเษก แล้วมีพระปฐมบรมราชโองการอารักขาประชาชนและแผ่นดินว่า  “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยช์นสุขแห่งมหาชนชาวสยาม....”

 

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานกระทั่งมืดค่ำ  จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  จังหวัดนราธิวาส

 

        ตลอดริมสองข้างทางเสด็จพระราชดำเนินกลับ  ราษฎรทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม  ต่างพร้อมใจกันเข้าแถวส่งเสด็จยาวเหยียดจนถึงพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  พร้อมไฟฉายตะเกียงส่องทางใจทุกดวง  ต่างเป็นห่วง “รายอ” โซ่มือมนุษย์ที่คล้องเรียงกันเป็นถนนส่องสว่าง  ถวายอารักขา “รายอ” ในคืนนั้น  แสดงออกถึงความจงรักภักดีจากใจที่ไม่มีผู้ใดร้องขอ  เป็นคืนประวัติศาสตร์มืดมิด  แต่ทว่าเจิดจ้าตรึงตรา  อยู่ในใจของเจ้าฟ้าและข้าแผ่นดิน  ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงกันอย่างไม่มีวันลืม 

 

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงแสดงให้เห็นประจักษ์ใจว่าองค์พระประมุข  ผู้นำประเทศนั้นต้องอยู่ในฐานะของผู้ให้  ให้ความอาษารักคุ้มครองประชาชน  เป็นมิ่งขวัญกำลังใจโดยมิหวั่นไหวต่อภัยร้ายใดๆ  เสียสละประโยชน์สุขส่วนตน  เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม  นำความพร้อมที่ทรงมีทั้งพระราชอำนาจ  พระราชทรัพย์  ออกเสียสละเพื่อพัฒนาประเทศ

 

        ครั้งใดทรงเรียกข้าราชบริพาร  เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกฝ่าย  เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลเรื่องการพัฒนาประเทศ  ทุกคนทุกฝ่ายก็พร้อมใจกัน  ถวายความคิดเห็น  ถวายความรู้ความสามารถอย่างเต็มกำลังด้วยความเต็มใจยิ่ง

        นี่ก็เป็นผลมาจากพระองค์ทรงไว้ซึ่งทศพิชราชธรรมครองแผ่นดินโดยเฉพาะคุณธรรม  ข้อจาคะ  ความเสียสละ  และสัจจะจริงใจตรัสอย่างไรทรงทำอย่างนั้น  ตรัสแต่ความจริงที่เกิดประโยชน์สุขเท่านั้น  เมื่อถึงคราวมีพระราชดำรัสตรัสสั่งจึงทรงฤทธิ์สิทธศักดิ์  ประชาชนทุกผ่ายน้อมรับทั้งแผ่นดิน

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี

04/05/57