ราชายอดกัลยาณมิตร

วันที่ 22 พค. พ.ศ.2557

 

 ราชายอดกัลยาณมิตร


       สมัยที่พระบรมศาสดาบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์อยู่นั้น พระองค์ได้บังเกิดเป็นโอรสของ
พระเจ้าพรหมทัตมีพระนามว่า ชนสันธกุมาร เมื่อทรงเจริญวัยแล้ว ทรงมีความเชี่ยวชาญในศิลปวิทยาทุกอย่างหลังจากที่พระราชบิดาสวรรคต พระกุมารก็ได้ครองราชสมบัติ พระองค์ทรงเห็นคุณค่าของการเกิดมาเป็นมนุษย์ อีกทั้งปรารถนาจะให้โลกนี้ร่มเย็นเป็นสุข ให้เป็นโลกแห่งสันติภาพ แม้พระองค์จะมีความสามารถในการรบ แต่ก็ไม่ปรารถนาการรบ ทรงปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม พระองค์ทรงรับสั่งให้สร้างโรงทานถึง 6 แห่ง บริจาคพระราชทรัพย์วันละ 6 แสน ทรงบำเพ็ญมหาทานบารมีจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วชมพูทวีป และมีรับสั่งให้เปิดประตูเรือนจำ ปลดปล่อยนักโทษให้เป็นอิสรภาพทรงทำการสงเคราะห์ชาวโลกด้วยสังคหวัตถุ 4 คนยากจนเข็ญใจเมื่อมาในอาณาเขตของพระองค์แล้ว จะได้รับการช่วยเหลือทุกคน ทรงมุ่งขจัดทุกข์บำรุงสุข โดยไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง แนะนำให้ทุกคนรักษาศีล 5ทำให้พระองค์เป็นศูนย์รวมใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมหาชน

      ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ พระองค์จะสมาทานอุโบสถศีล และเชิญชวนให้มหาชนประพฤติธรรม
ตามพระองค์ ทรงรับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศให้ชาวพระนครทั้งหมดมาประชุมกันเพื่อฟังธรรม แล้วพระองค์ก็ประทับนั่งเป็นประธานแสดงธรรมให้มหาชนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท พร้อมทั้งตรัสถึงเหตุที่ทำให้ไม่ต้องเดือดร้อนใจในภายหลังว่า

      ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยสูญเปล่า โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย เมื่อยังเป็นหนุ่ม
ให้เร่งรีบศึกษาสั่งสมวิชาความรู้ในศิลปะการงานต่างๆ และนำความรู้นั้นขวนขวายทำการงาน หารายได้ให้กับตนเอง และครอบครัว เพื่อจะได้ไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง และให้ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง เพราะจะทำให้ไม่ได้รับความเชื่อถือจากบุคคลอื่น และอย่าไปเบียดเบียนเข่นฆ่าให้ใครเดือดร้อน

      เมื่อเป็นมนุษย์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีใจสูง ควรมีความอดทน ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น และ
เมตตาต่อสรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่า ให้ยินดีในคู่ครองของตน ไม่เป็นคนแสวงหาความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเพราะสักวันหนึ่ง คนอื่นจะนำความทุกข์กลับคืนมาให้เรา เหมือนกงจักรที่ขว้างออกไป ในที่สุดก็จะย้อนกลับมาหาตัว

     ผู้ฉลาดควรหมั่นให้ทานอยู่เป็นนิตย์ ชีวิตจะได้ไม่ลำบากในภายหลัง อย่าเป็นคนตระหนี่
ที่ต้องเดือดร้อนใจในภายหลังว่าสมัยที่ยังมีข้าวน้ำอุดมสมบูรณ์ ไม่เคยให้ทานกับใครเลย ทำให้ต้องมาเป็นคนยากจนเข็ญใจ พึงดำรงตนอยู่ในสถานะของผู้ให้เสมอ และเมื่อได้รับการเลี้ยงดูจากบิดามารดา จนเติบใหญ่แล้ว ควรหาโอกาสตอบแทนท่าน ให้มีความกตัญูกตเวที อยู่ในโอวาทของท่านสมกับ เป็นอภิชาตบุตร

      นอกจากนี้ พระราชายังทรงทำหน้าที่กัลยาณมิตรแนะนำให้มหาชนรู้จักเข้าหาสมณพราหมณ์
ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ เพราะท่านจะได้ชี้หนทางสวรรค์ และพระนิพพานให้กับเรา ให้หาโอกาสเข้าไปสนทนาธรรมกับท่านผู้ทรงศีล จะได้นั่งใกล้พระรัตนตรัย อันจะเป็นเหตุให้มีภูมิธรรมภูมิปัญญาสูงยิ่งๆ ขึ้นไป

      เมื่อพระโพธิสัตว์เห็นว่า ธรรมะอะไรที่จะอำนวยประโยชน์ให้กับชาวโลกได้ พระองค์จะ
นำมาแสดงให้มหาชนฟังทุกๆ กึ่งเดือน มหาชนตั้งอยู่ในโอวาทของพระองค์ บ้านเมืองในยุคสมัยนั้น
จึงอยู่เย็นเป็นสุข ต่างคนต่างก็ขวนขวายทำความดี โจรผู้ร้ายก็ไม่มี ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ไม่มีการกระทบกระทั่งหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน เมื่อละโลกไปแล้ว ได้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร