มีความรอบคอบ

วันที่ 22 พค. พ.ศ.2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีความรอบคอบ

 

 

       มีความรอบคอบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่ตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น ความรอบคอบของพระพุทธองค์ทรงแสดงออกมาในพระดำรัสดังนี้
       "ดูก่อนจุนทะ แม้หากว่าสิ่งที่เป็นอดีต ไม่เป็นของจริง ไม่เป็นของแท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ตถาคตไม่พยากรณ์สิ่งนั้นแม้หากว่าสิ่งที่เป็นอดีต เป็นของจริง เป็นของแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตก็ไม่พยากรณ์แม้สิ่งนั้น

       แม้หากสิ่งที่เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อมรู้กาลเพื่อจะพูดสิ่งนั้น"
(สิ่งที่เป็นอนาคตและปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน)4
จากพระพุทธพจน์นี้ เราจะเห็นได้ทันทีว่า แม้แต่สิ่งที่เป็นความจริงพูดไปแล้วมีประโยชน์พระพุทธ

       อีกคราวหนึ่ง ขณะที่พระพุทธองค์ทรงต้อนรับพระเจ้าปเสนทิแห่งรัฐโกศลที่บุพพาราม ได้มีชฎิล 7คน นิครนถ์ 7 คน อเจลกะ 7 คน เอกสาฎก 7 คน และปริพาชก 7 คน มีขนรักแร้ และเล็บยาว หาบบริขารพะรุงพะรังเดินผ่านไป เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลทอดพระเนตรเห็น ได้คุกเข่าประคองอัญชลีไปทางคนเหล่านั้น เป็นการถวายความเคารพ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า คนเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์จำพวกหนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายในโลก

         พระพุทธองค์ตรัสว่า "ดูก่อนมหาบพิตร มหาบพิตรเป็นคฤหัสถ์ บริโภคกาม ทรงครองฆราวา
อันคับคั่งด้วยโอรส และมเหสี ...ยากที่จะทรงทราบได้ว่า ท่านเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์...

         ดูก่อนมหาบพิตร ศีลพึงทราบได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ..ความเป็นผู้สะอาดพึงทราบได้ด้วยการ
ปราศรัย...กำลังใจพึงทราบได้ในคราวมีอันตราย ..ปัญญาพึงทราบได้ด้วยการสนทนา ..ก็ศีล..ความเป็นผู้สะอาด..กำลังใจ..ปัญญานั้นแลพึงทราบได้ด้วยกาลนาน ไม่ใช่โดยกาลนิดหน่อย พิจารณาจึงจะทราบได้ไม่พิจารณาไม่พึงทราบ ผู้มีปัญญาจึงจะทราบ ผู้มีปัญญาทรามไม่พึงทราบ"1


       เมื่อได้ฟังพุทธพจน์จนเกิดความซาบซึ้งแล้ว พระเจ้าปเสนทิจึงทรงรับสารภาพออกมาว่า นักบวช
เหล่านั้นเป็นราชบุรุษ ปลอมตัวไปสอดแนมราชการในชนบท เป็นคนของพระเจ้าปเสนทินั่นเอง

 
 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร