ได้ญาณทัสนะ

วันที่ 02 มิย. พ.ศ.2557

 

ได้ญาณทัสนะ

 


          การทำสมาธิจิตได้ดีจะทำให้เรามีญาณทัสนะที่ทำให้รู้สภาพการณ์ต่างๆ ของโลกและ
ของตนเองตามความเป็นจริงเนื่องจากความจำกัดทางสรีระบางอย่างเกี่ยวกับนัยน์ตามนุษย์ ทำให้เราเห็นโลกและตัวเราเองจำกัดมาก เช่น ในเวลากลางคืนหรือในความมืดสัตว์หลายชนิด เช่นสุนัขและแมวยังสามารถเห็นได้ดีกว่าคนหรือในเวลากลางวันเราก็จะเห็นเฉพาะสิ่งที่ห่างพอสมควร ถ้าใกล้เกินไปเช่นหัวคิ้ว ขนตาของตนเองหรือไกลเกินไป เช่น ดวงดาวต่างๆ เราก็ไม่อาจเห็นได้ หรือถ้าเล็กเกินไป เช่น ตัวเชื้อโรค หรือใหญ่เกินไปเช่นท้องฟ้าและโลก เราก็ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนทุกส่วนด้วยตาเปล่า

 

          ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ มนุษย์ได้พยายามปรับปรุงความสามารถ
ในการเห็นให้มากยิ่งขึ้นเพราะปัญญาของมนุษย์ย่อมเป็นเงาตามตัวกับการเห็น ยิ่งเห็นมากเท่าไรก็ทำให้เรายิ่งเกิดปัญญามากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงมีมนุษย์ที่พยายามสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยในการเห็นเพิ่มขึ้นมาทั้งกล้องจุลทรรศน์ กล้องดูดาว เพื่อเพิ่มความสามารถในการเห็น


         แต่แม้มนุษย์จะพยายามอย่างยิ่งเพียงใด อุปกรณ์เหล่านั้นก็ไม่สามารถจะทำให้มนุษย์เห็นใจของ
ตัวเองได้เลย มนุษย์จึงไม่สามารถรู้เรื่องราวที่ลึกไปกว่านั้นคือ เรื่องราวของสวรรค์ นรกและนิพพานได้ส่วนผู้ที่มีใจสงบดีแล้ว จะได้เครื่องมือชนิดหนึ่งที่เรียกว่าญาณทั นะ ญาณเป็นเครื่องรู้ ทั นะเป็นเครื่องเห็นผู้ที่ฝึกสมาธิดีแล้วจะได้เครื่องมือชนิดนี้ที่ทำให้ทั้งรู้และทั้งเห็นไปพร้อมกัน เครื่องมือชนิดนี้เป็น เครื่องมือชนิดเดียวเท่านั้นที่ทำให้มนุษย์สามารถที่จะเห็นใจตัวเอง และสามารถที่จะรู้แจ้งในเรื่องราวของโลกและชีวิตตามความเป็นจริงได้ และการที่บุคคลจะได้เครื่องมือชั้นยอดอย่างนี้ก็ด้วยการหยุดใจทำสมาธิเท่านั้นถ้าเราจะขยายความออกไปอีก ก็คือสมาธิที่ดีจะทำให้ได้ความรู้แจ้ง เหมือนดึงของออกจากที่มืดมาตั้งไว้กลางแดด หรือเสมือนน้ำในตุ่มที่มีตะกอนขุ่น เอาก้อนหินไปใส่ก็มองไม่เห็น

 

        แต่ถ้าปล่อยให้ตะกอนนอนก้น ก็จะมองเห็นได้ชัดเจน แม้เข็มตกลงไปก็เห็นได้ ใจที่ถูกครอบงำไว้ด้วยความโลภ ความโกรธและความหลงทำให้ขุ่นมัว ถ้าตะกอนใจนอนก้นเมื่อไร ใจก็จะมีความสามารถในการเห็นที่สามารถล่วงรู้ถึงภาพที่เกิดขึ้นในอดีต ที่เรียกกันว่า ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือระลึกชาติได้ หรือสามารถล่วงรู้ถึงภาพเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่เรียกว่า อนาคตังสญาณ หรือแม้กระทั่งตัวกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในใจมานับกัลปไม่ถ้วน ก็สามารถจะมองเห็นและกำจัดออกไปได้

        การเห็นของผู้ที่มีสมาธิจิตดี จะไม่มีขีดจำกัด ไร้พรมแดนคนโดยทั่วไปอาจจะสามารถมองเห็นสิ่ง
ต่างๆ ได้เพียงด้านเดียวหรือสองด้าน แต่ผู้ที่ทำสมาธิจิตดีย่อมสามารถที่จะมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้หลายมุมมองทุกด้าน แทงทะลุในสิ่งที่ผู้อื่นไปไม่ถึง ถ้าเราจะเปรียบกำลังของดวงตาธรรมดาก็เหมือนกับไฟฉายที่ส่อง
ไปบนท้องฟ้ากำลังของแ งไฟไปเท่าใดเขาก็จะเห็นเพียงเท่านั้น ผิดกับดวงตาของผู้มีรู้มีญาณที่สามารถเห็นในสิ่งที่ตามนุษย์ไปไม่ถึงได้สิ่งเหล่านี้จะพิสูจน์ได้ก็ต่อเมื่อได้มาลองปฏิบัติธรรมในแนวทางการปฏิบัติสมาธิในพระพุทธศาสนา

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา MD 101 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสมาธิ