บวชหนึ่งพรรษา คุ้มค่าตลอดชีวิต (บทสารคดี รัตนวนาลี)

วันที่ 10 มิย. พ.ศ.2557

บวชหนึ่งพรรษา  คุ้มค่าตลอดชีวิต

     คำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ  ทำไมต้องพาตัวเองเข้ามาบวชหนึ่งพรรษากับโครงการบวชพระ 100,000 รูปทั่วไทย  บวชแล้วปลีกวิเวกอยู่ตามลำพังไม่ได้หรือ 

           

     ได้..แต่ผลที่ออกมาต่างกันลิบลับ  ยิ่งกว่าฟ้ากับดิน  ซึ่งยังมองเห็นกันได้  บวชตามลำพังไม่มีเพื่อนสหธรรมมิกเป็นหมู่คณะ  ถ้าอินทรีย์ไม่แก่กล้าเวลาท้อถอย  เบื่อหน่าย ไม่มียอดกัลยณมิตรคอยให้กำลังใจตักเตือนให้สติข้อคิด  อาจชิงลาสิกขาเอาง่ายๆเป็นนักบวชมือเปล่า  บวชแก้บน  ไม่ได้ธรรมะติดตัว 

     แต่บวชพร้อมกัน 100,000 รูปทั่วไทยเป็นการนำศีลธรรมกลับคืนสู่ครอบครัวสังคม  เพียง  10  ปี ผ่านไป  คนดี  มีคุณธรรมรับผิดชอบต่อหน้าที่เกิดขึ้นนับล้านคน  ทำให้มองเห็นความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาความก้าวหน้าของประเทศได้อย่างชัดเจน 

          

   ในช่วงเวลา  3  เดือน  เปิดโอกาสให้ตนเองได้ศึกษาวิชชาความรู้อันบริสุทธิ์  ที่เกิดจากการตรัสรู้ธรรมคือทั้งรู้ทั้งเห็นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  คือ  ทรงเห็นด้วยธรรมจักษุ  รู้ได้ด้วยญาณทัสสนะของกายธรรมซึ่งเป็นกายตรัสรู้  ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนแต่ถูกกิเลสอวิชชาบิดบังไว้            

    มีทางเดียวที่เราจะมองเห็นกายนี้ได้  ต้องเจริญสมาธิภาวนา  กระทั่งใจหยุดนิ่งบริสุทธิ์  ใสสว่างดุจดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน  เห็นลุ่มลึกเข้าไปตามมลำดับ
ใจจะเห็นธรรมภายในได้ง่าย  กายก็ต้องบริสุทธิ์ด้วยศีล  ซึ่งสิ่งที่จะรองรับสภาวะนี้ได้ดีที่สุดคือเพศภาวะของนักบวชผู้ประพฤติพรหมจรรย์              

     บวชคนเดียวขาดความอดทน  นั่งสมาธิไม่ถึง  15  นาที  เอนตัวนอนแล้ว  เพราะไม่มีใครเป็นต้นแบบ  แต่บวชเป็นหมู่คณะ  ได้ฝึกความอดทน บำเพญตบะกลายเป็นคนตรงต่อเวลา  ต้องตื่นเป็นเวลา ตื่นมานั่งสมาธิพร้อมกันตอนตี  4  ใครจะอู้แอบนอนหลับก็ไม่ได้  ต้องอดทนอดกลั้นความหิว  อยู่ทีบ้านอยากกินอาหารตอนไหนก็ได้เที่ยงคืนขับรถออกไปหาของกินอร่อยนอกบ้านก็ได้ไม่มีใครห้าม  แต่เมื่อเข้ามาเป็นนักบวช  ต้องฉันภัตตาหารพร้อมกันฉันได้สองมื้อเท่านั้น  คือมื้อเช้ากับมื้อเพล  ตามใจปากไม่ได้อีกต่อไป            

     ความอดทนที่ได้สั่งสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นคนมีตบะ  อยู่คนเดียวก็มีความสุข  ไม่ต้องแสวงหาความรักจากใครมาเติมเต็มใจ  อยู่ร่วมกับผู้อื่นก็ไม่มีปัญหา  เพราะกลายเป็นคนมีระเบียบ วินัย  ตรงต่อเวลา            

     หากไม่พาตัวเข้ามาบวช  ก็จะไม่รู้ซึ้งถึงคำว่า “สมาธิ” คือสุดยอดวิชชาในพระพุทธศาสนา  รู้ซึ้งถึงคำว่า “วิปัสสนา” แปลว่าเห็นแจ้งเห็นวิเศษ  จะเห็นแจ้งได้ต่อเมื่อนั่งสมาธิต่อเนื่องอย่างแน่วแน่กระทั่งเข้าถึง “กายธรรม” หรือกายตรัสรู้ธรรม  ที่มีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปแก้วใส  เกตุดอกบัวตูมซึ่งเพียบพร้อมด้วยจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา  แสงสว่าง       

      

     เจ้าชายสิทธัตถะ  พระบรมโพธิสัตว์ได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ  เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็ทรงเจริญสมาธิภาวนาทำใจหยุดนิ่งอย่างเดียว  ตรงศูนย์กลางกาย  กลางท้อง  เมื่อตรัสรู้ธรรมแล้ว  ก็มีพระมหากรุณา  นำความอันบริสุทธิ์เทศน์โปรดสั่งสอน  เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย  ให้ได้มีโอกาสตรัสรู้ธรรม  เห็นแจ้งรู้แจ้งตามพระองค์             

     สัมมาสมาธิ  คือ สภาวะใจที่เป็นสมาธิอยู่ภายในตัวตรงศูนย์กลางกายไม่เอาใจไปเพ่งจ้องอยู่ภายนอก  ถือว่าเป็นสุดยอดวิชชา ในพระพุทธศาสนาเป็นผลให้ได้คุณธรรมอื่นๆ เจริญงอกงามตามมา กระทั่งบารมีครบถ้วนทั้ง  10  ทัศ            

     เพียง  1  ชั่วโมงที่นั่งสมาธิอย่างแน่วแน่ต่อเนื่อง  ประคองใจด้วยสัมมาสติ  ความระลึกรู้ตัวตลอดเวลาบัดนี้  เรากำลังนั่งสมาธิ  ไม่เอาใจไปคิดเรื่องอื่นๆเมื่อใจหยุดนิ่งใสสว่าง  ความรู้อันบริสุทธิ์ภายในบังเกิดขึ้นพลิกชีวิต  ก้าวสู่ทิศทางที่ถูกต้องงดงาม  มีความสุขเสรี  ไม่มีสุขใดในโลกนี้เปรียบปาน

     เกิดมาชาติหนึ่ง  อย่างน้อยต้องบวชหนึ่งพรรษาคุ้มค่าตลอดชีวิต  บุญจากการบวชคุ้มครองผู้บวชให้มีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองไปตลอด  64  กัป

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี