กล้าปฏิรูปสิ่งที่ล้าหลัง

วันที่ 18 กค. พ.ศ.2557

   

 

 กล้าปฏิรูปสิ่งที่ล้าหลัง

 

           กล้าปฏิรูปสิ่งที่ล้าหลัง โลกในยุคปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก เทคโนโลยีต่างๆ ได้ก้าวไกลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การแข่งขันในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ
ก็เป็นไปอย่างชนิดที่เรียกว่าต้องต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ นักปกครองจึงจำเป็นต้องหูไวตาไว คิดไว อยู่ตลอดเวลาเช่นกันเมื่อรัฐบาลสามารถรู้เท่าทันสถานการณ์ต่างๆ แล้วก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และกระบวนท่าการปฏิบัติต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกล้าตัดสินใจปฏิรูปวิธีคิดและระบบการทำงานต่างๆ ให้ทันกาล ทั้งนี้ย่อมหมายถึงการปฏิรูปความคิด และระบบการทำงานของคนทั้งชาติด้วย


            ตามธรรมดาคนเราเมื่อคุ้นกับความคิด และการกระทำสิ่งใดก็ย่อมจะพอใจที่จะ "เป็น" และ "อยู่"
กับสิ่งนั้น จนกลายเป็นนิสัย และเป็นวันธรรม ครั้นเมื่อนิสัยและวันธรรมของตนถูกปฏิรูปก็จะแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบคัดค้านทันที ยิ่งบางกลุ่มบางพวกที่เห็นว่าตนกำลังจะสูญเสียประโยชน์ด้วยแล้ว ก็จะต่อต้านแบบไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ทีเดียวรัฐบาลที่หูไวตาไว ทันต่อสภาวการณ์ต่างๆ ของโลก เมื่อปวารณาตนอาสาเข้ามารับใช้แก้ปัญหาบริหารจัดการปกครอง บ้านเมืองเพื่อประโยชน์สุขขอประชาชนแล้ว เมื่อเห็นสมควรจะต้องปฏิรูปสิ่งใดเรื่องใด เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม มิใช่เพื่อประโยชน์ของพรรคพวกของรัฐบาลโดยเฉพาะแล้ว ก็จำเป็นต้องยืนหยัดทำอย่างสุดกำลัง โดยไม่หวั่นไหว หรือท้อถอยต่อปฏิกิริยาคัดค้านต่อต้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านของบุคคลบางกลุ่มบางพวก เพื่อรักษาผมประโยชน์ของกลุ่มพวกของตนโดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ทำการปฏิรูปแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่จะต้องใช้วิธีชี้แจงด้วยหลักเหตุผลให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจตรงกัน


           อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปสิ่งที่ล้าหลัง จะประสบผลสำเร็จ มากน้อยเพียงใดก็ตาม ย่อมเป็นผลงานของรัฐที่ประชาชนยกย่องสรรเสริญ และอยากจะเห็นมากกว่ารัฐบาลที่ไม่กล้าตัดสินใจทำอะไร อยู่ในตำแหน่งแบบซังกะตายไปแต่ละวันๆ เพื่อเกียรติยศชื่อเสียงของตนและวงศ์ตระกูล เพื่อใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งดึงดูดผลประโยชน์มาสู่ตน

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก