ทิศ 6

วันที่ 19 กค. พ.ศ.2557

 

ทิศ 6


            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "คหบดีบุตร" ในอริยวินัย เขาไม่ไหว้ทิศ 6 กันอย่างนี้

            อธิบายความ  วินัย คือ กฎระเบียบ หรือกติกาสำหรับควบคุมความประพฤติทางกายและ วาจา
ของบุคคล เพื่อยกตนเองขึ้นสู่ความดีงาม และความบริสุทธิ์ด้วยประการต่างๆ ซึ่งในที่สุดจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลทั้งต่อตนเอง และสังคมส่วนรวม


           อริยสาวก หมายถึง ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ด้วยความเต็มใจ จนเป็นปกตินิสัย เป็นเหตุให้กิเล ลดน้อยถอยลงไปตามลำดับจนกระทั่ง หมดกิเลสโดยสิ้นเชิง จึงประสบความร่มเย็นเป็นสุขตลอดกาลดังนั้น คำว่า "อริยวินัย" จึงมีความหมายเป็น 2 นัย


            1) อริยวินัย คือ วินัยสำหรับฝึกอบรมกาย วาจา ของปุถุชน คนมีกิเลสหนาทั่วๆ ไปเพื่อให้กิเลสลดลง จนกระทั่งบรรลุถึงความเป็นอริยะ


            2) อริยวินัย คือ วินัยซึ่งอริยสาวกยึดถือปฏิบัติกันเป็นปกติ จึงครองชีวิตเป็นสุขสิงคาลกะ คหบดีบุตรทูลถามว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในอริยวินัย เขาไหว้ทิศ 6 กันอย่างไร


           ขอประทานพระวโรกา ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแ ดงธรรมแก่ข้าพระองค์ ตามวิธีการไหว้ทิศ 6 ในอริยวินัยเถิด"


         พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "คหบดีบุตร ถ้าอย่างนั้น เธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว"สิงคาลกะ คหบดีบุตรทูลรับ นองพระดำรัสแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส"คหบดีบุตร อริยสาวกละกรรมกิเล (กรรมเครื่องเศร้าหมอง) 4ประการได้แล้ว ไม่ทำบาปกรรมโดยเหตุ 4 ประการ และไม่ข้องแวะอบายมุข (ทางเสื่อม) 6 ประการ แห่งโภคะทั้งหลาย อริยสาวกนั้นเป็นผู้ปราศจากบาปกรรม 14 ประการนี้แล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ปิดป้องทิศ 6 ปฏิบัติเพื่อครองโลกทั้งสอง ทำให้เกิดความยินดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า หลังจากตายแล้ว ย่อมไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์


          อธิบายความ  พระองค์ทรงเริ่มต้นแ ดงธรรมด้วยการกำหนดมาตรฐานของคนดีที่โลกต้องการให้แก่สิงคาลกมาณพฟังก่อน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจถูกเบื้องต้น ก่อนจะตอบ คำถามเรื่องการไหว้ทิศ 6 ต่อไป เพราะหากไม่ทราบถึงมาตรฐานคนดีที่โลกต้องการนี้ก่อนแล้ว การจะฟังเรื่องทิศ 6 ในความหมายของพระอริยสาวกให้เข้าใจถึงขั้นลงมือนำไปปฏิบัติ เพื่อปฏิรูปแก้ไขตนเองต่อไป ก็คงเป็นเรื่องยากอีกประการหนึ่ง การที่พระพุทธองค์ต้องทรงกำหนดมาตรฐานคนดีที่โลกต้องการให้
สิงคาลกมาณพฟังเป็นอันดับแรก ก็เพราะว่า ในทุกยุคทุกสมัยของโลกมนุษย์นี้ คนส่วนมากยังเข้าใจความหมายของคำว่า "คนดี" ไม่ชัดเจน ซึ่งแบ่งออกได้ เป็น 4 ลักษณะสำคัญคือ


            ลักษณะที่ 1 คนดี คือ คนที่ตั้งใจทำความดี และละเว้นความชั่วไปพร้อมๆ กันอย่างสุดชีวิตส่งผลให้จิตใจของเขามีความผ่องใสมากขึ้นไปตามลำดับ


            ลักษณะที่ 2 คนดี คือ คนที่ยังไม่ได้ทำความชั่ว แต่ว่าความดีก็ยังไม่คิดจะทำ ใจของเขาไม่ใสไม่ขุ่น เป็นเหมือนกระจกฝ้า

 
            ลักษณะที่ 3 คนดี คือ คนที่ทำชั่วน้อยกว่าคนอื่น มีใจขุ่นมัวน้อยกว่าคนชั่วทั้งหลาย


            ลักษณะที่ 4 คนดี คือ คนที่ทำความชั่วได้มากกว่าคนอื่น เหล่าคนพาลจึงมองว่ามีความเก่งกล้า พิเศษกว่าคนอื่น ยิ่งทำความชั่วได้มากเท่าใด ในหมู่คนพาลยิ่งถือว่านั่นคือคนดีมากเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่าความจริงก็คือ จิตใจของผู้นั้นยิ่งมืดบอดมากขึ้นแต่มาตรฐานคนดีที่พระองค์ทรงกำหนดมี 4 ประการ คือ


            1) คนดีต้องละกรรมกิเลส 4


            2) คนดีต้องไม่ทำบาปกรรมเพราะอคติ 4


            3) คนดีต้องไม่ข้องแวะกับอบายมุข 6


          4) คนดี คือ นอกจากตนจะเป็นผู้ปราศจาก บาปธรรม 14 ประการ ดังกล่าว ใน 3 ข้อ ที่ผ่านมาแล้วยังจะต้องสามารถอนุเคราะห์ทิศ 6 ของตน ให้พ้นจากบาปกรรม 14 ประการอีกด้วย จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปิดป้องทิศ 6การที่คนดีมีมาตรฐานครบทั้ง 4 ข้อนี้ ถือได้ว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อครองโลกทั้งสอง ซึ่งหมายถึงการมีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริงในโลกทั้งสอง คือ โลกนี้ และโลกหน้า กล่าวคือขณะที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็เป็นสุขครั้นเมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไปบังเกิดใหม่เพื่อเสวยผลแห่งกรรมดีของตน ในสุคติโลกสวรรค์ อย่างแน่นอนมีความจริงอยู่ว่า การที่คนเราจะมีชีวิตเป็นสุขในโลกนี้ได้นั้น จะต้องมีปัจจัยสำคัญยิ่ง คือ การได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีงาม และเหมาะ มด้วยประการทั้งปวง

 

            อนึ่ง คำว่า โลก นอกจากจะหมายถึงสัตวโลก (มนุษย์ และสัตว์) และสังขารโลก (ร่างกายของ
มนุษย์และสัตว์) แล้ว ยังหมายรวมไปถึง โอกาสโลก คือ สถานที่ หรือ ภาชนโลกสำหรับรองรับสัตวโลก
ทั้งหลาย ไว้ใช้เป็นที่อยู่ เป็นที่ทำมาหากิน ตลอดถึงเป็นที่สร้างกรรมดีต่างๆ (มิจฉาทิฏฐิชนเท่านั้นที่
อาศัยสร้างกรรมชั่ว) อันได้แก่ ผืนแผ่นดิน ผืนน้ำ และ ฟ้า ฯลฯ ซึ่งรวมเรียกว่าสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ
อีกด้วยเพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมสำคัญยิ่งที่จะเอื้อให้คนเราอยู่ดีมีสุขนั้น ย่อมต้องประกอบด้วยสิ่งแวดล้อม2 ประเภท คือ


            1.สิ่งแวดล้อมที่เป็นผู้คน ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม และให้ชื่อว่า ทิศ 6


            2.สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ทั้งใกล้ และไกลตัวเรายิ่ง ภาวะบรรยากาศโดยรอบตัวเราที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ดังที่เรา ท่าน ได้สัมผัสรับรู้กันในปัจจุบันนี้ก็พอจะตระหนักกันได้ดีว่าสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาตินั้น มีความสำคัญไม่แพ้ทิศ 6 เลย


             โดยสรุปก็คือ คนดีนั้น นอกจากตนจะเป็นผู้ปราศจากบาป กรรม 14 ประการสามารถปิดป้อง
ทิศ 6 ของตนให้พ้นจากบาปกรรม 14 ประการแล้ว ยังจะต้องไม่ทำลาย แต่ทว่าต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ทั้งใกล้ตัวและไกลตัวอีกด้วย กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนดีต้องมีความสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
อันได้แก่ ทิศ 6 ของตน และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติด้วย

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก