สิงคลกสูตร

วันที่ 19 กค. พ.ศ.2557

 

สิงคลกสูตร


         ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
         สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันสถานที่ให้เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์

 

         อธิบายความ  สมัยต้นพุทธกาล คือหลังจากตรัสรู้ไม่นานนัก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธสมัยนั้นสิงคาลกะ คหบดีบุตร ลุกขึ้นแต่เช้า ออกจากกรุงราชคฤห์มีผ้าเปียก มีผมเปียก ประคองอัญชลีไหว้ทิศทั้งหลาย คือ ทิศเบื้องหน้า (ทิศตะวันออก) ทิศเบื้องขวา (ทิศใต้) ทิศเบื้องหลัง (ทิศตะวันตก)ทิศเบื้องซ้าย (ทิศเหนือ) ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบน


        อธิบายความ  วันนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าสิงคาลกะ ลุกขึ้นแต่เช้า เพื่อไหว้ทิศทั้ง6 เพราะเชื่อว่าหากไหว้แล้ว ทิศ 6 จะดลบันดาลให้ ชีวิตราบรื่น ไม่มีอุปสรรค ประสบแต่ความสุขความเจริญ ตามความเชื่อของคนทั่วไปในสมัยนั้น

 

       เวลาใกล้รุ่งในวันนั้น พระพุทธองค์ทรงตรวจดูอัธยาศัยของสัตวโลกแล้ว ทรงพบว่าสิงคาลกมาณพ เป็นบุคคลที่ควรจะได้รับคำสอนวิธีปฏิรูปตนเอง ให้เป็นคนดีที่โลกต้องการเพราะเขามีสติปัญญาแก่กล้าพอที่จะเข้าใจธรรมะจากพระองค์ และสามารถนำไปประพฤติปฏิบัติได้โดยไม่ยากเกินไป ยิ่งกว่านั้นพระธรรมบทนี้ยังจะเป็นแนวทางปฏิรูปมนุษย์ทั้งโลกต่อไปอีกด้วย

 

        ครั้นในเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อบิณฑบาต ได้ทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกะ คหบดีบุตรผู้ลุกขึ้นแต่เช้า ออกจากกรุงราชคฤห์มีผ้าเปียก มีผมเปียก ประคองอัญชลีไหว้ทิศทั้งหลาย คือ ทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องขวา ทิศเบื้องหลัง ทิศเบื้องซ้ายทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบนแล้วได้ตรัสถามสิงคาลกะ คหบดีบุตรดังนี้ว่า "คหบดีบุตรเธอลุกขึ้นแต่เช้า ออกจากกรุงราชคฤห์มีผ้าเปียก มีผมเปียก ประคองอัญชลีไหว้ทิศทั้งหลาย คือ ทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องขวา ทิศเบื้องหลัง ทิศเบื้องซ้ายทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบนอยู่ เพราะเหตุไร"

 

     อธิบายความ  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถามเพื่อชวนสนทนาขึ้นก่อน ในฐานะที่สิงคาลกะเป็นบุตรของศิษย์ของพระองค์เองสิงคาลกะ คหบดีบุตรกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บิดาของข้าพระองค์ก่อนจะตาย ได้กล่าวไว้อย่างนี้ว่า 'นี่แน่ะลูก เจ้าพึงไหว้ทิศทั้งหลาย' ข้าพระองค์สักการะ เคารพนับถือ บูชาคำของบิดาจึงลุกขึ้นแต่เช้า ออกจากกรุงราชคฤห์ มีผ้าเปียก มีผมเปียก ประคองอัญชลีไหทิศทั้งหลาย คือ ทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องขวา ทิศเบื้องหลัง ทิศเบื้องซ้าย ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบนอยู่"

 

          อธิบายความ สิงคาลกมาณพผู้นี้ เป็นบุตรของเศรษฐีท่านหนึ่งในกรุงราชคฤห์ ทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นพระอริยสาวกระดับพระโสดาบัน และได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว แต่ตัวของเขาเองกลับไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเลยเหตุที่เขาไม่มีศรัทธา เข้าใจว่าเป็นเพราะเมื่อเขายังเล็ก พ่อแม่อาจเอาเวลาไปทุ่มให้กับการทำมาหากิน จึงขาดการอบรมดูแลปลูกฝังศีลธรรมให้แก่บุตรครั้นต่อมา เมื่อตั้งฐานะได้มั่นคง มีโอกาสเข้าวัดปฏิบัติธรรมและฟังธรรม จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนกระทั่งบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันสิงคาลกะผู้เป็นบุตรชายก็กลายเป็นเด็กมีปัญหาไปแล้ว พร่ำสอนเท่าไรๆ ก็ไม่ฟัง เข้าทำนองที่ว่า "กว่าถั่วจะสุกสงาก็ไหม้"


            ต่อมาพ่อของสิงคาลกะป่วยหนัก และเสียชีวิตค่อนข้างกะทันหัน ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตได้สั่งเขาไว้ว่า "ให้หมั่นไหว้ทิศ 6"พ่อของเขาไม่อธิบายใดๆ ทั้งที่รู้เต็มอกว่า ลูกชายต้องไม่เข้าใจความหมาย และจะไหว้ทิศแบบงมงาย ตามความเชื่อของคนทั่วไปในยุคนั้นอย่างแน่นอน คือ ไหว้ทิศตามภูมิศาสตร์ หรือไหว้เทวดาซึ่งอาจจะมีประจำทิศนั้นๆพ่อของสิงคาลกะตั้งใจจะให้เขาไปฟังคำอธิบาย จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรงเพราะคาดการณ์ได้ว่าเมื่อตนเองละโลกแล้ว ทรัพย์มรดก ที่ให้ไว้จะต้องประสบปัญหาแน่นอนแล้วเพราะความทุกข์นั้นสิงคาลกะก็พร้อมจะฟังธรรมะจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกระทั่งเข้าใจได้ว่า ทิศ 6 ในทางธรรม หมายถึงอะไร ซึ่งจะส่งผลให้เขาสามารถปรับปรุงปฏิรูปตนเอง และสืบทอดดูแลกิจการของพ่อแม่ ที่มอบทรัพย์เป็นมรดกไว้ให้เขาถึง 40 โกฏิได้ต่อไป

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก