เรื่องที่ 2 ฆ่าบุพการีได้ เพราะคบคนชั่วเป็นมิตร

วันที่ 24 มิย. พ.ศ.2557

 

เรื่องที่ 2 ฆ่าบุพการีได้ เพราะคบคนชั่วเป็นมิตร

 


      ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นราชาแห่งแคว้นมคธ ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาทรงศึกษาและปฏิบัติธรรม จนบรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระโสดาบัน1 ทรงเป็นอุปัฏฐากสำคัญของพระพุทธศาสนา ขณะที่เสด็จไปเฝ้าพระบรมศาสดา พระราชาก็มักจะพาอชาตศัตรูราชกุมารพระราชโอร ซึ่งพระองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นอุปราชไปด้วยเสมอพระเทวทัตเป็นพระญาติองค์หนึ่งของพระบรมศาสดา ได้ออกผนวชพร้อมกับศากยกุมาร อีก 5 องค์ ภายหลังต่อมา บรรดาศากยภิกษุ 4 รูป ได้บรรลุพระอรหัต พระอานนท์ผู้เป็น 1 ใน 5 องค์นั้นได้บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระโ ดาบันส่วนพระเทวทัตบรรลุฤทธิ์อันเป็นของปุถุชน คือ โลกิยฌานขณะเมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ กรุงโกสัมพี ลาภสักการะเป็นอันมากได้เกิดขึ้นแก่พระตถาคต และเหล่าพระมหาสาวก แต่ไม่มีประชาชนคนใดนำลาภสักการะไปถวายพระเทวทัตเลยด้วยความน้อยใจและความคิดริษยาพระพุทธองค์ และพระมหาสาวกทั้งปวง พระเทวทัตจึงคิดวางแผนหาลาภสักการะ ด้วยการสมคบกับอชาตศัตรูราชกุมาร ด้วยเหตุว่าพระราชกุมารยังอ่อนเยาว์ต่อโลก ยังไม่รู้คุณและโทษของใครๆ คิดเช่นนั้น แล้วพระเทวทัตก็ออกจากกรุงโกสัมพี มุ่งสู่กรุงราชคฤห์ทันทีด้วยอำนาจโลกิยฌาน พระเทวทัตก็เนรมิตตนเป็นกุมารน้อย มีงูหลายตัวพันอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย แล้วเหาะไปนั่งบนพระเพลา (หน้าตัก) ของพระราชกุมาร ครั้นเมื่อเห็นพระราชกุมารตกใจกลัวพระเทวทัตจึงคืนร่างเป็นภิกษุยืนอยู่เบื้องหน้า เป็นเหตุให้พระราชกุมารทรงเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่งนับแต่นั้นมา พระเทวทัตก็มีลาภสักการะอุดม สมบูรณ์ โดยมีพระราชกุมารเป็นองค์อุปัฏฐากลาภสักการะอันอุดม สมบูรณ์นี้เอง เป็นเหตุให้พระเทวทัต คิดเหิมเกริม เข้าไปกราบทูลขอปกครองสงฆ์ทั้งหมดต่อพระบรมศาสดา ในขณะที่พระพุทธองค์กำลังทรงแสดงธรรมแก่พระราชาและพุทธบริษัทจำนวนมาก โดยแสดงเหตุผลสั้นๆ ว่า พระพุทธองค์ทรงชราภาพแล้วครั้นเมื่อพระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ และตำหนิติเตียน พระเทวทัตจึงหลีกไปด้วยความอาฆาตพยาบาทหลังจากนั้นพระเทวทัตก็พยายามปลุกปันพระราชกุมาร ให้ปลงพระชนม์พระราชบิดา โดยให้เหตุผลว่า ใน สมัยนี้ผู้คนจะมีอายุไม่ยืนยาวเหมือน สมัยก่อน พระราชกุมารเองอาจจะทิวงคตเมื่อใดก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีโอกาสครองราชย์ ดังนั้น จึงควรสำเร็จโทษพระราชบิดาเสีย เพื่อว่าพระราชกุมารจะได้ขึ้นครองราชย์แทนเร็วๆส่วนพระเทวทัตเองก็จะปลงพระชนม์พระบรมศาสดา เพื่อว่าตนจะเป็นพระพุทธเจ้าแทนเพราะความอ่อนเยาว์ต่อโลก และเพราะความศรัทธาในอิทธิปาฏิหาริย์ของพระเทวทัต พระราชกุมารจึงพลอยเห็นดีเห็นงามไปกับคำแนะนำนั้น แล้วพยายามวางแผนปลงพระชนม์ พระราชบิดาด้วยมือของตนการลอบปลงพระชนม์ในครั้งแรก พระราชกุมารมีท่าทางตื่นเต้นผิดปกติ จึงถูกเหล่าอำมาตย์จับพิรุธได้ แต่พระเจ้าพิมพิสารก็มิได้ทรงลงโทษพระราชโอร แต่ประการใด ตรงกันข้ามเมื่อได้ทรงทราบวัตถุประสงค์ของพระราชโอร แล้ว พระราชาก็ทรง ละราชบัลลังก์ให้แก่พระราชโอร ด้วยความเต็มพระทัยเมื่อได้ขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาแล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูก็เลิกคิดปลงพระชนม์พระราชบิดา แต่ก็ถูกพระเทวทัตปลุกปันยุแหย่ให้กำจัดพระราชบิดาชนิดถอนรากถอนโคนให้ได้ มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายภายหน้า ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าพิมพิสารจึงถูกจองจำ ให้อดอาหาร และถูกกรีดฝ่าเท้า จนสิ้นพระชนม์ในที่คุมขังในวันเดียวกันนั้นเอง พนักงานก็นำสารเข้ามาให้อำมาตย์ 2 ฉบับ เป็นข่าวพระโอร ประสูติฉบับหนึ่ง กับข่าวพระราชบิดา สวรรคตอีกฉบับหนึ่ง มาถึงในขณะเดียวกันพอดี เหล่าอำมาตย์จึงตัดสินใจถวายฉบับที่เป็นข่าวพระโอร ประสูติก่อนพระเจ้าอชาตศัตรู เมื่อทรงทราบข่าวการประสูติของพระโอร ก็ทรงดีพระทัยมาก ความรักลูกเกิดแก่พระองค์อย่างท่วมท้นพระหทัย ฉับพลันนั้นเองพระองค์ก็ทรงรู้ซึ้งถึงความรักของพระราชบิดาที่มีต่อพระองค์ จึงทรงรับสั่งอำมาตย์ให้รีบไปปล่อยพระราชบิดาออกจากห้องคุมขัง แต่เมื่อได้ทรงทราบข่าวการสวรรคตของพระราชบิดา จากหนังสืออีกฉบับหนึ่ง พระเจ้าอชาตศัตรูก็ถึงกับทรงกันแสงนับแต่นั้นมา พระเจ้าอชาตศัตรูก็ทรงโศกเศร้าเสียพระทัย ไม่เป็นอันบรรทม ไม่ว่ากลางคืนหรือกลางวัน ขณะเดียวกันก็ทรงแสวงหากัลยาณมิตรเสมอมาสมัยหนึ่งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับ ณ สวนอัมพวันของหมอชีวกโกมารภัจ กรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ 1,250 รูป หมอชีวกซึ่งเป็นแพทย์ประจำพระราชสำนัก จึงถวายคำแนะนำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเสด็จไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าในคืนวันเพ็ญคืนหนึ่งหลังจากที่ได้ทรง นทนาธรรมกับพระบรมศาสดา จนเป็นที่เข้าใจซาบซึ้งเรื่องสามัญญผลดีแล้วพระเจ้าอชาตศัตรูก็ทรงขอถึง พระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็น สรณะ ขณะเดียวกันก็ขอถวายพระองค์เป็นอุบาสกผู้ถึง สรณะตลอดชีวิต พร้อมทั้งทรงสารภาพความผิดเกี่ยวกับการทำปิตุฆาตต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูเสด็จกลับไปแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงปรารภกับภิกษุทั้งหลายว่าถ้าพระเจ้าอชาตศัตรูมิได้ปลงพระชนม์พระราชบิดา พระองค์จะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันบุคคลในคืนนั้นเอง อย่างไรก็ตาม เพราะเหตุที่พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งและทรงสารภาพผิดต่อพระตถาคต ทัณฑกรรมของพระเจ้าอชาตศัตรูก็ลดลงเหลือเพียงแค่ไปบังเกิดในโลหกุมภี เพียงประมาณ 6 หมื่นปีเท่านั้นเอง (แทนที่จะต้องไปรับการทรมานอยู่ในมหานรก ขุมที่ 8 คือ อเวจี เป็นเวลานานเป็นอันตรกัป)จากเรื่องของพระเจ้าอชาตศัตรูนี้ ถ้าจะพิจารณาโดยอิง อาศัยเหตุและผล ตามหลักการของเรื่องโลกนี้โลกหน้า กฎแห่งกรรม และอบายมุขแล้ว ก็อาจจะกล่าวได้ว่า พระเจ้าอชาตศัตรู เคยสั่ง สมบุญคือ ทำทาน และรักษาศีลในอดีตชาติมาเป็นอย่างดี จึงได้ถือกำเนิดในตระกูลกษัตริย์ในโลกนี้ แต่เพราะเหตุที่ทำกรรมหนัก คือฆ่าพระราชบิดา จึงต้องไปสู่อบายในโลกหน้าสาเหตุที่ทำกรรมหนัก ก็เพราะไปคบกับพระเทวทัตผู้มีใจบาป เพราะเหตุนี้ท่านทั้งหลายจึงพึงสังวรระวังอยู่เสมอว่า การคบคนชั่วเป็นมิตร นั่นคือสุดยอดแห่งอบายมุข

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก