วันแม่แห่งชาติ

วันที่ 12 สค. พ.ศ.2557

 

 

 

 

วันแม่แห่งชาติ

 

           แม่เป็นความหมายของความรักอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ  ไม่ว่าจะเป็นแม่ของคนเชื้อชาติศาสนาใด  จะยากดีมีจน  จะเป็นแม่ของสามัญชนหรือเจ้าฟ้าพระมหากษัติย์  ใจของแม่เหมือนกันหมด  คือรักลูกปานแก้วตาดวงใจ

          พระคุณของแม่ใหญ่หลวงนัก  แม้แต่มหาสุมทรและแผ่นดินก็ไม่อาจรองรับได้  พระคุณของแม่จึงไม่อาจทดแทนได้หมดสิ้น  นอกจากลูกจะทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรชักชวนท่านเข้าสู่เส้นทางธรรมสร้างบุญกุศลเป็นเสบียงบุญติดตัว  ให้แม่ได้พบแสงสว่างแห่งชีวิตด้วยการนั่งสมาธิ  ปฎิบัติธรรมเห็นอง์พระภายในตัวเข้าถึงพระรัตนตรัยที่พึ่งที่แท้จริง

         คล้ายวันเกิดของลูก  จึงมิใช่วันที่ลูกไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน  ปล่อยให้แม่อ้างว้างเดียวดายอยู่ที่บ้าน  เพราะวันเกิดของเรา  วันที่แม่คลอดเราได้ลืมตาดูโลก  เป็นวันที่แม่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต  แล้วก็ดีใจที่สุดได้ยินเสียงลูกรักร้อง “อุแว้ อุแว้ อุแว้”  บอกว่าแม่จ๋าหนูรักแม่จังเลย

          คล้ายวันเกิดของเรา  จึงควรเป็นวันที่ลูกต้องจูงมือแม่ไปทำบุญกุศล  ปล่อยสัตว์  ปล่อยปลา  ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน  ให้อานิสงส์แห่งบุญ  ต่อชีวิตแม่ให้ยืนยาว  โอบแม่ไว้ในอ้อมกอดให้แม่อบอุ่นใจ  เหมือนที่ท่านเคยทำกับเรา  กินข้าวกับแม่อย่างมีความสุข

            เมื่อถึงวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่  12  สิงหาคม  วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ควรนำมาลัยมะลิหอม  ไปกราบแทบเท้าแม่  เปิดประตูสวรรค์ให้แก่ตัวเราเอง  พาแม่ไปถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์  ผู้เป็นเนื้อนาบุญ  เป็นอายุพระพุทธศาสนาทำให้ใจเป็นสมาธิ  กราบขอพรพระนิพพาน  ขอให้แม่มีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรค  มีอายุขัยยืนยาว

         หากเป็นลูกชาย  เมื่อกราบลงแทบเท้าแม่  ก็ต้องบอกให้ท่านปลื้มปีติใจว่า  แม่ครับผมรักแม่  ผมจะบวชให้แม่ทดแทนคุณสักครั้งหนึ่งในชีวิต  อย่างน้อยหนึ่งพรรษา  เพื่อให้แม่ได้บุญติดตัวไปถึง  32  กัป

         บุญจากการบวช  แล้วตั้งใจประพฤติธรรมเต็มที่ตลอดหนึ่งพรรษา  เป็นบุญบริสุทธิ์มหาศาลที่สุด  ที่ลูกจะพึงทำให้แก่บิดามารดา  ยากที่จักหาบุญอื่นใดมาเปรียบปาน

         แม่คือทุกสิ่ง  เป็นสุดยอดหญิงแห่งหล้า  ดุจดั่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ที่ทรงรักแผ่นดิน  ผืนป่า  รักประชาชนชาวไทยทุกเชื้อชาติศาสนา  พระองค์เคยมีรับสั่งว่า

          “ป่าไม้ของประเทศชาติเรียกว่า  ป่าฝนซึ่งชาวต่างประเทศเขาบอกว่า  แหล่งน้ำของประเทศไทยนี้มาจากป่าฝน  เขาใช้คำว่า  Rain Forest  ถ้าเราตัดป่ามากๆ ข้าพเจ้าก็เกรงว่าน้ำของเรานี้จะหมดไป  ค่อยๆช่วยกันปลูกป่าให้สมดุลกับการเกิดของประชาชนที่ต้องใช้น้ำ  ป่าช่วยซึบซับน้ำฝนไว้ในดิน...”

          โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติต่างๆ  อาทิโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่  อำเภออมก๋อย  จังหวัดเชียงใหม่  มิใช่เพียงรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่เพียงอย่างเดียวโดยไม่นำมาใช้ประโยชน์  พระองค์มีพระราชวินิจฉัยว่า  สาเหตุการทำลายทรัพยากรธรรมชาติส่วนหนึ่ง  มาจากการเลี้ยงชีพ  มนุษย์ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด  โครงการตามพระราชดำริ  จึงเป็นการผสมผสานกันระหว่งการใช้ทรัยกรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดและรักษาป่าต้นน้ำลำธารให้คงอยู่ตลอดไป  ส่งเสริมให้ราษฎรในท้องถิ่นมีรายได้ด้วยการตั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ  ตามพระตำหนักต่างๆทั่วทุกภาคของไทย  เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเอาไว้  โลกร่ำลือถึงงานศิลปาชีพที่ประณีตงดงาม  ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงเจียรไนยสายเลือดช่างศิลป์ที่มีอยู่ในตัวของราษฎรซึ่งทรงพบเห็นให้โดดเด่นออกมา เป็นงานฝีมือที่ประดิษฐ์ด้วยความงดงามทางจิตใจ  ค่อยๆเรียนรู้ซึมซับความงดงามของแผ่นดิน  เอาไว้ในผืนผ้าถักทออย่างเช่นผ้าแพรวา  หรือเจียรไนยเครื่องแก้วเครื่องเงินในรูปเรือสุพรรณหงส์  ทรงพู่ห้อยล้วนแล้วแต่เป็นงานศิปละที่เชิดชูมรดกทางศิลปวัฒนาธรรมงามล้ำของไทย

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงเป็นแบบอย่างขององค์พระประมุข  ผู้นำ  ในการสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่  มิได้อาศัยพระราชอำนาจหรือแสนยานุภาพของกองกำลังทหารและอาวุธ  แต่อาศัยความเสียสละ  เมตตาธรรของผู้นำ  ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  และแบ่งปันทรัพยากรธรรมชาติ  มีความอดทนต่อความขัดแย้งและอุปสรรคต่างๆ  ทำให้ประเทศชาติประชาชนดำรงอยู่อย่างเป็นสุข  พลเมืองยึดมั่นอยู่ในศีลธรรม  เคารพกฎหมายมีระเบียบวินัย  สมกับประไทยเป็นดินแดนที่พระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรือง 

ขอทรงพระเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี

8/8/57