ตัวอย่างของการเป็นกัลยาณมิตร

วันที่ 25 มิย. พ.ศ.2558

ตัวอย่างของการเป็นกัลยาณมิตร


ตัวอย่างของการเป็นกัลยาณมิตร


      ลักษณะของการเป็นกัลยาณมิตรนั้น บุคคลทั่วไปสามารถเป็นกัลยาณมิตรหรือเป็นมิตรที่ดีให้กับบุคคลอื่นได้ บิดาสามารถเป็นกัลยาณมิตรให้บุตร และบุตรก็สามารถเป็นกัลยาณมิตรให้บิดาได้ ครูบาอาจารย์สามารถเป็นกัลยาณมิตรให้กับลูกศิษย์ได้ ในทางตรงข้ามลูกศิษย์ก็สามารถเป็นกัลยาณมิตรให้กับครูบาอาจารย์ได้เช่นเดียวกัน และการทำหน้าที่กัลยาณมิตรนี้ ไม่เพียงให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือเกื้อกูลให้ประสบความสุขความเจริญในภพชาตินี้เท่านั้น ยังสามารถช่วยให้มีชีวิตในภพชาติเบื้องหน้าหรือมีชีวิตหลังความตายแล้วดีอีกด้วย ดังเรื่องราวประกอบต่อไปนี้

 

เรื่องพระนักเทศน์เป็นกัลยาณมิตรให้บิดา

         ในอเจลวิหาร ใกล้เคียงเชิงเขาโสภณ มีพระที่มีความชำนาญด้านการเทศน์สอนรูปหนึ่ง ชื่อพระโสณเถระ โยมบิดาของท่านเป็นนายพรานสุนัข (อาศัยสุนัขล่าเนื้อ) พระเถระได้คอยห้ามท่านให้เลิกจากการประกอบอาชีพเช่นนี้ แต่โยมบิดาก็ยังไม่ยอมเลิก ดังนั้น เมื่อไม่สามารถบอกให้เลิกบาปเพื่อมุ่งมาทำตนให้อยู่ในศีลธรรมได้ จึงคิดรำพึงว่า โยมเอ๋ย อย่าได้มีชีวิตที่ประกอบแต่ทุกข์และโทษเลยดังนั้น จึงขอให้โยมบิดาบวชทั้งที่ท่านไม่อยากบวช

         ต่อมาเมื่อบิดาซึ่งบวชอยู่นั้น แก่ชราและล้มป่วยลง ขณะที่นอนบนเตียงซมไข้ นรกก็ปรากฏขึ้น กล่าวคือมีภาพนิมิตปรากฏเป็นสุนัขทั้งหลายล้วนแต่ตัวใหญ่ๆ มาจากเชิงเขาโสภณ มาล้อมท่านไว้ทำทีเหมือนจะกัด ท่านกลัวต่อมหาภัยมาก จึงกล่าวกับพระโสณเถระว่า

         "พ่อโสณะห้ามที พ่อโสณะห้ามที"

          พระโสณเถระถามว่า "อะไรครับหลวงพ่อ"

          ท่านกล่าวว่า "ท่านไม่เห็นหรือว่าสุนัขตัวใหญ่กำลังจะมาขย้ำเรา"

          พระโสณเถระคิดว่า ภาพต่างๆ นี้เป็นคตินิมิต และคตินิมิตเกิดขึ้นเช่นนี้ ย่อมนำท่านไปสู่อบายภูมิอันทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน อย่ากระนั้นเลย บิดาของคนเช่นเราซึ่งได้บวชอุทิศในพระพุทธศาสนาจักไปเกิดในนรกได้อย่างไรเล่า เราจักช่วยท่าน แล้วจึงให้พวกสามเณรไปนำดอกไม้นานาชนิดมา และให้ตกแต่งเครื่องลาดพื้นสำหรับบูชาและอา นะสำหรับบูชาที่ลานเจดีย์และลานโพธิ์ แล้วเอาเตียงหามหลวงพ่อไปยังลานเจดีย์ ให้นั่งบนเตียงแล้วกล่าวว่า

     "หลวงพ่อขอรับ บูชานี้จัดไว้เพื่อหลวงพ่อ ขอให้หลวงพ่อกล่าวว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้านี้เป็นบรรณาการของข้าพระองค์ผู้ยาก ข้าพระองค์ขอถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเครื่องบูชานี้"

       พระหลวงพ่อก็กล่าวตาม พร้อมทำจิตให้เลื่อมใสในการบูชา และในทันทีที่ทำจิตให้เลื่อมใสทันใดนั้นเทวโลกปรากฏขึ้นแก่ท่าน กล่าวคือ มีภาพนิมิตที่ปรากฏเป็น สวนนันทวัน สวนจิตรลดาวันสวนมิสสกวัน สวนปารุสกวัน และวิมานทั้งหลาย และเหล่านางฟ้าฟ้อนรำ มารายล้อมท่านไว้

             ท่านจึงกล่าวว่า "หลีกไปเถิดโสณะ หลีกไปเถิดโสณะ"

             พระโสณะประหลาดใจ จึงถามว่า "อะไรหรือหลวงพ่อ"

             พระหลวงพ่อ จึงกล่าวว่า "หญิงเหล่านี้ คือ โยมผู้หญิงของคุณ กำลังมา"

       ซึ่งหมายถึงเหล่านางฟ้าที่มาปรากฏให้เห็น และเข้าใจว่าคงเป็นญาติโยมที่เป็นหญิงของพระโสณเถระกำลังมา

          พระโสณเถระจึงดีใจว่า บัดนี้ สวรรค์ปรากฏแก่หลวงพ่อแล้ว นั่นหมายความว่า คตินิมิตที่เกิดขึ้นหลังจากการบูชาเจดีย์ เป็นนิมิตที่ดีและจะนำหลวงพ่อไปสู่สุคติอย่างแน่นอนจากเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า แม้บุคคลนั้นจะอยู่ในเพศนักบวชก็สามารถทำหน้าที่กัลยาณมิตรต่อบิดาได้ โดยท่านได้ชักชวนบิดามาบวช และก่อนจะตายก็ได้พามาสักการบูชาเจดีย์เพื่อให้มีคตินิมิตที่ดีหรือเพื่อให้จิตใจของบิดารำลึกนึกถึงแต่ภาพที่ตนเองทำดี จากเรื่องนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า ความเป็นกัลยาณมิตรนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งสามารถแนะนำหรือชี้ทางสว่างแก่ชีวิตได้ แม้ขณะกำลังจะละจากโลกก็ตาม