การวางตัวของกัลยาณมิตร

วันที่ 25 สค. พ.ศ.2557

 การวางตัวของกัลยาณมิตร

การวางตัวของกัลยาณมิตร

          บุคลิกภาพ เป็นความประทับใจอันอับแรกของคนเราเมื่อได้พบเห็น ดังนั้นเราจึงควรรักษา สุขภาพร่างกายของเราให้สดชื่นแข็งแรงอยู่เสมอ แต่งกายให้เหมาะสม ดูสุภาพ ให้มีกิริยาอาการที่สำรวม น่าเลื่อมใส มีรอยยิ้มที่เบิกบานแจ่มใส เราควรมีสติสำรวมระวัง ถึงแม้เราจะสนทนาอยู่กับหมู่ญาติของเรา ที่คุ้นเคย แต่อย่าลืมว่าเรากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างเสริมศรัทธาของเขา ให้เกิดขึ้น ให้เราสร้างจิตสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังเข้าไปหาญาติของเราคนหนึ่ง ซึ่งเรารักและเป็นห่วงเป็นใย เป็นกันเองกับเขา แต่ก็อยู่ในสถานะอันเหมาะสม

 

ถ้อยคำที่ควรพูดในการทำหน้าที่กัลยาณมิตร

1.อัปปิจฉกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้มีความปรารถนาน้อย

2.สันตุฏฐิกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้สันโดษยินดีในปัจจัยตามมีตามได้

3.ปวิเวกกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้สงัดกาย สงัดใจ

4.อสังสัคคกถา ถ้อยคำที่ชักนำไม่ให้ระคนด้วยหมู่คณะ

5.วิริยารัมภกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ปรารภความเพียร

6.สีลกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ตั้งอยู่ในศีล

7.สมาธิกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ทำใจสงบ

8.ปัญญากถา ถ้อยคำที่ชักนำให้เกิดปัญญา

9.วิมุตติกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้ทำใจให้หลุดพ้นจากกิเลส

10.วิมุตติญาณทัสสนกถา ถ้อยคำที่ชักนำให้เกิดความรู้ความเห็นในภาวะที่ใจพ้นจากกิเลส

         ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ 10 ประการนี้ 10 ประการเป็นไฉน คือ อัปปิจฉกถา 1 สันตุฏฐิกถา 1 ปวิเวกกถา 1 อสังสัคคกถา 1 วิริยารัมภกถา 1 สีลกถา 1 สมาธิกถา 1 ปัญญากถา 1 วิมุตติกถา 1 วิมุตติญาณทัสสนกถา 1 ดูกรภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ 10 ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากว่าเธอทั้งหลายยึดถือเอากถาวัตถุทั้ง 10 ประการนี้แล้ว กล่าวเป็นกถาไซร้ เธอทั้งหลาย พึงครอบงำเดชแม้ของพระจันทร์และพระอาทิตย์ ผู้มีฤทธิ์มีอานุภาพมากอย่างนี้ด้วยเดชได้ จะป่วยกล่าวไปไย ถึงปริพาชกอัญญเดียรถีย์ทั้งหลายเล่า.9)

 

ลูกสะใภ้ยอดกัลยาณมิตร

         ในกรุงสาวัตถี มีธิดาของสกุลอุปัฏฐากของพระอัครสาวกทั้งสอง นางเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา มีความเคารพในพระรัตนตรัย สมบูรณ์ด้วยมารยาท ยินดียิ่งในบุญมีทานเป็นต้น เมื่อ ตระกูลมิจฉาทิฏฐิที่มีชาติเสมอกันมาสู่ขอ แต่บิดามารดาของนางก็ไม่ยอมยกให้ เพราะกลัวว่าเมื่อยกให้ไปแล้ว ธิดาตนจะไม่ได้ทำทาน รักษาศีล ฟังธรรม หรือทำอุโบสถกรรมตามความพอใจของตน จึงได้ปฏิเสธไปว่า เราไม่ให้ธิดาแก่ท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงไปสู่ขอนางกุมาริกาจากตระกูลอื่นเถิด

      ด้วยความที่ต้องการเอานางมาเป็นสะใภ้ให้ได้ จึงพูดว่า เมื่อธิดาของท่านไปเรือน ของพวกเราแล้ว จงทำบุญทำทานตามความประสงค์เถิด พวกเราจะไม่ห้าม ครั้นตกลงกันได้แล้ว บิดามารดา ของนางจึงยกให้ไป เมื่อฤกษ์ดีมาถึงจึงทำวิวาหมงคลแล้วได้นำนางไปสู่เรือนของตน เนื่องจากนาง เป็นกุลธิดาเพียบพร้อมด้วยความประพฤติ และมารยาทจึงบำรุงสามีประดุจเทวดา ได้รับใช้พ่อแม่สามี เป็นอย่างดี เริ่มทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยการให้คนในครอบครัวเห็นความดีของตนเอง ไม่ให้รู้สึกว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขปรับปรุง และสามารถเป็นต้นแบบที่ดีของทุกคนในครอบครัวได้ นางวางตัวได้ดีสมกับที่เป็น พุทธศาสนิกชนผู้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง  

         วันหนึ่งนางได้บอกสามีว่า “ดิฉันปรารถนาจะให้ทานแก่พระเถระประจำสกุลของดิฉัน”  สามีกล่าวว่า “นางผู้เจริญ เธอจงให้ทานตามอัธยาศัยเถิด” นางได้รับอนุญาตแล้วจึงนิมนต์ พระอัครสาวกทั้งสองมา ได้กระทำสักการะใหญ่ ให้ฉันโภชนะอันประณีต เมื่อพระเถระทั้งหลายฉันเสร็จแล้ว จึงกล่าวว่า “พระคุณเจ้าผู้เจริญ ตระกูลนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีศรัทธา ไม่รู้คุณของพระรัตนตรัย ขอพระคุณเจ้า ได้โปรดสงเคราะห์ด้วยเถิด และขออาราธนานิมนต์พระคุณเจ้าทั้งหลายจงรับภิกษาหารในที่นี้แหละ จนกว่า ตระกูลนี้จะรู้คุณของพระรัตนตรัย” พระเถระก็รับนิมนต์ได้มาฉันที่บ้านนี้เป็นประจำ

         ต่อมานางกล่าวแก่สามีอีกว่า “พระเถระทั้งหลายมาเป็นประจำ ทำไมท่านจึงไม่ไปดูพระเถระบ้าง เพราะการเห็นสมณะเป็นมงคล” เมื่อภรรยาพูดอย่างนี้ วันรุ่งขึ้นสามีของนางจึงเข้าไปหาพระเถระ ได้ทำปฏิสันถารกับพระเถระทั้งหลาย ในที่สุดพระธรรมเสนาบดีจึงกล่าวธรรมิกถาแก่สามีของนาง ทำให้เขาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย

         นางดีใจมากที่สามารถทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับสามีได้ โดยสังเกตเห็นว่า ตั้งแต่นั้นมา ผู้เป็นสามีจะทำหน้าที่เป็นผู้ปูลาดอาสนะแด่พระเถระทั้งหลาย กรองน้ำดื่ม ฟังธรรมิกถาในระหว่างภัต ต่อมา ความเป็นมิจฉาทิฏฐิของเขาก็ถูกทำลาย

         อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพระเถระกล่าวธรรมิกถาแก่สามีภรรยาแล้วประกาศอริยสัจ ในเวลาจบ พระธรรมเทศนา สามีภรรยาทั้งคู่ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล ตั้งแต่นั้นมา ตระกูลนี้ทั้งหมดรวมทั้งบิดามารดา ของสามี จนถึงคนรับใช้ทั้งหลายได้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งกันทุกคน

        การทำหน้าที่กัลยาณมิตรของหญิงสะใภ้ได้พัฒนาขึ้นไปตามลำดับ เพราะการวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย อยู่มาวันหนึ่ง นางทาริกาได้กล่าวแก่สามีว่า “ข้าแต่นาย จะมีประโยชน์อะไรสำหรับดิฉันในการอยู่ครองเรือน ดิฉันปรารถนาจะบวช” สามีกล่าวว่า “ดีละนางผู้เจริญ แม้ฉันก็จักบวช” แล้วนำภรรยาไปยังสำนักภิกษุณีด้วยบริวารมากมาย ให้บวชเป็นภิกษุณี ส่วนตนเองก็เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดาทูลขอบรรพชา พระบรมศาสดาให้บรรพชาอุปสมบทแล้ว เมื่อท่านทั้งสองเจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์