ทำบุญ กับ ทำทาน

วันที่ 05 มีค. พ.ศ.2558

ทำบุญ กับ ทำทาน

   คนทั่วไปมักใช้สำนวน “ ทำบุญ ทำทานŽ” ไปคู่กัน หรือใช้แทนกันจนคุ้นเคย โดยเวลาถวายของแด่ พระภิกษุสงฆ์ เรามักใช้คำว่า “ทำบุญŽ” เพราะจิตใจของผู้ให้มีความศรัทธา ต้องการบุญกุศล จึงให้เพื่อชำระใจของตนให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ แต่เมื่อให้ของแก่คนยากจนหรือคนที่ต่ำกว่าด้อยกว่าตน ก็มักใช้คำว่า “ ทำทานŽ” แทน เพราะจิตใจของผู้ให้มุ่งไปในทางสงเคราะห์ หรืออนุเคราะห์แก่คนยากจน “ บุญŽ” คือสิ่งที่เมื่อเกิดขึ้นในจิตใจแล้ว จะทำให้จิตใจใสสะอาด ปราศจากความเศร้าหมอง ขุ่นมัว บุญทำให้ใจมีคุณภาพดีขึ้น คือ ใจจะตั้งมั่นไม่หวั่นไหว มีความบริสุทธิ์ สะอาด โปร่งโล่ง สบาย สงบ สว่างไสว เป็นสุข และบุญที่เกิดขึ้นนั้น ยังสามารถสะสมเก็บไว้ในใจได้อีกด้วยในทางพระพุทธศาสนา มีวิธีทำบุญด้วยกันถึง 10 วิธี (บุญกิริยาวัตถุ)  ดังต่อไปนี้ คือ

1. ทานมัย บุญที่สำเร็จด้วยการให้

2. สีลมัย บุญที่สำเร็จด้วยการรักษาศีล

3. ภาวนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการเจริญสมาธิภาวนา

4. อปจายนมัย บุญที่สำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน

5. เวยยาวัจจมัย บุญที่สำเร็จด้วยการให้ความช่วยเหลือ ขวนขวายในกิจการงานที่ถูกที่ควร

6. ปัตติทานมัย บุญที่สำเร็จด้วยการอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้อื่น

7. ปัตตานุโมทนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการอนุโมทนา (แสดงความยินดี) ในการทำบุญกุศล หรือการทำความดีของผู้อื่น

8. ธัมมัสสวนมัย บุญที่สำเร็จด้วยการฟังธรรม

9. ธัมมเทสนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการแสดงธรรม

10. ทิฏฐุชุกัมม์ บุญที่สำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องดีงาม ตรงตามความเป็นจริง (สัมมา-ทิฏฐิ)

 

การทำบุญทั้ง 10 วิธีนั้น สามารถย่อให้ง่ายขึ้นเป็นบุญกิริยาวัตถุ 3 ประการ คือ ทาน ศีล และภาวนา ก็ได้ โดย

     ทาน ประกอบด้วย ทานมัย (ข้อ 1), ปัตติทานมัย (ข้อ 6), ปัตตานุโมทนามัย (ข้อ 7)

     ศีล ประกอบด้วย สีลมัย (ข้อ 2), อปจายนมัย (ข้อ 4), เวยยาวัจจมัย (ข้อ 5)

     ภาวนา ประกอบด้วย ภาวนามัย (ข้อ 3), ธัมมัสสวนมัย (ข้อ 8) และ ธัมมเทสนามัย (ข้อ 9) ทิฏฐุชุกัมม์ (ข้อ 10) สามารถจัดเข้าได้ทั้งทาน ศีล และภาวนา

   

      ดังนั้น การทำทานหรือการให้ (ทานมัย) จึงจัดเป็นหนึ่งในวิธีการทำบุญ หรืออาจกล่าวได้ว่า การทำทาน เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดบุญขึ้นในใจของผู้ให้นั่นเอง

 

จากหนังสือ DOU
วิชา SB 101 วิถีชาวพุทธ