โทษของการละเมิดศีล

วันที่ 12 มีค. พ.ศ.2558

โทษของการละเมิดศีล

     อานิสงส์แห่งศีลนั้นพรั่งพร้อมด้วยความดีมากมายในทำนองเดียวกันโทษทัณฑ์แห่งการผิดศีลก็ส่งผลทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้มากมายเช่นกัน

     เมื่อผิดศีลความผิดปกติย่อมจะเกิดขึ้นทันทีใจที่เคยใสสะอาดจะเศร้าหมองขุ่นมัวยิ่งผิดศีลมากเท่าไร ใจจะยิ่งเสื่อมคุณภาพลงไปมากเท่านั้นทุกข์ภัยทั้งหลายก็จะเข้ามาในชีวิตและติดตามล้างผลาญอย่างไม่ยอมเลิกราไม่ว่าชาตินี้ชาติหน้าหรือชาติไหนๆก็ตาม

โทษของผู้ทุศีล 5 ประการ

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงโทษของการละเมิดแก่ชาวปาฏลิคามในมหาปรินิพพานสูตรมี 5 ประการคือ

1. ย่อมเข้าถึงความเสื่อมโภคทรัพย์อย่างมาก

2. กิตติศัพท์ที่ชั่วของผู้ทุศีลย่อมกระฉ่อนไป

3. เป็นผู้เก้อเขินเข้าไปสู่ชุมชนใดๆ

4. ย่อมเป็นผู้หลงทำกาละ

5. เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต

     1. ย่อมเข้าถึงความเสื่อมโภคทรัพย์อย่างมาก หมายความว่าผู้ทุศีลย่อมไม่มีใครเชื่อถือไว้วางใจส่งผลให้หน้าที่การงานไม่เจริญรุ่งเรืองทรัพย์มรดกต่างๆบิดามารดาก็ไม่อยากมอบให้และทรัพย์ที่เกิดขึ้นย่อมฉิบหายหรือหมดโอกาสได้ใช้อันเนื่องมาจากโทษภัยของการละเมิดศีล

     2. กิตติศัพท์ที่ชั่วของผู้ทุศีลย่อมกระฉ่อนไป หมายความว่าบุคคลผู้ใกล้ชิดหรือร่วมอยู่ร่วมทำงานด้วยย่อมทราบพฤติกรรมดี เมื่อจะกล่าวถึงผู้ทุศีลย่อมกล่าวถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีตามที่ตนได้เห็นมา

     3. เป็นผู้เก้อเขินเข้าไปสู่ชุมชนใดๆ หมายความว่าคนทุศีลมักจะกลัวความผิดของตนต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ แม้ความผิดนั้นจะไม่มีใครรู้ก็ตามแต่เพราะตนรู้จึงกลัวว่าความผิดของตนจะถูกเปิดเผยเกิดความแหนงใจขึ้นในตนเอง

      4. ย่อมเป็นผู้หลงทำกาละหมายความว่าผู้ทุศีลเวลาทำความชั่วย่อมขาดสติยับยั้งชั่งใจเมื่อทำบ่อยๆ สติสัมปชัญญะที่มีก็ไม่สมบูรณ์ ครั้นถึงเวลาตายกรรมนิมิตที่น่ากลัวมาปรากฏย่อมตายอย่างขาดสติ

   5. เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต หมายความว่าผู้ทุศีลเมื่อตายก็ตายอย่างขาดสติมีจิตที่เศร้าหมองเพราะกรรมที่ตนทำไว้มาปรากฏเป็นกรรมนิมิตให้เห็นเมื่อละโลกไปแล้วย่อมไปสู่อบายภูมิ(ภพที่อยู่ของสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน) ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า”กรรมชั่วของตนเองย่อมนำไปสู่ทุคติŽ”
   

     โทษภัยของการผิดศีล 5 ในปัจจุบันเมื่อพิจารณาดูด้วยใจที่เป็นธรรมก็จะเห็นโทษของการผิดศีลที่เกิดขึ้นกับคนในสังคมปัจจุบันได้อย่างชัดเจน คือ

โทษของการผิดศีลข้อ 1 ฆ่าสัตว์ ทำให้อายุสั้นเช่นบุคคลประเภทผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าพ่อทั้งหลายมีหลายคนที่ถูกฆ่าตายเพราะเคยไปฆ่าคนอื่นเขาไว้เหมือนกันเนื่องจากญาติพี่น้องของคนที่ถูกฆ่าเหล่านั้นย่อมโกรธแค้นจึงหาทางแก้แค้นคืนเอาบ้าง

โทษของการผิดศีลข้อ 2 ลักทรัพย์ ทำให้เกิดโรคจิตเช่น โรคหวาดผวา เพราะได้ลักขโมยสิ่งของของผู้อื่นมาจึงเกรงว่าจะมีใครมาเห็นทำให้เกิดความกลัวคิดระแวงสงสัยทั้งยังเกรงว่าจะถูกเจ้าของทรัพย์จับได้นานๆไปจึงกลายเป็นโรคหวาดผวาไปเลย

โทษของการผิดศีลข้อ 3 ประพฤติผิดในกาม ทำให้เกิดกามโรค หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) เป็นต้น

โทษของการผิดศีลข้อ 4 พูดโกหก ทำให้เกิดโรคความจำเสื่อม ผู้ที่โกหกมากๆในที่สุดแม้ตนเองจะพูดเรื่องจริงก็ยังสงสัยว่าเรื่องที่พูดนั้นเป็นความจริงหรือโกหกกันแน่ครั้นนานเข้าก็กลายเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจบางคนเป็นโรคหลงไปเลยก็มี

โทษของการผิดศีลข้อ 5 ดื่มน้ำเมา ทำให้เกิดโรคพิษสุราเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็ง ฯลฯ หรือได้รับบาดเจ็บอันเกิดจากการทะเลาะวิวาท

     การทำผิดศีลมิเพียงแต่ให้ผลในปัจจุบันชาตินี้เท่านั้นแต่ยังส่งผลให้เกิดวิบากกรรมต่อไปในภพชาติเบื้องหน้าดังที่เราได้พบเห็นว่าบางคนเกิดมาพร้อมกับความไม่สมประกอบบางคนเกิดเป็นโรคร้ายที่แปลกระหลาดในขณะที่บางคนกลับมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงตลอดชีวิตสาเหตุของความแตกต่างกันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเหตุที่มาของความแตกต่างเหล่านี้ไว้ในจูฬกัมมวิภังคสูตรว่า กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือให้ทรามและประณีตŽจึงสรุปได้ว่าเป็นเพราะกรรมของสัตว์ที่ได้กระทำไว้ในอดีตชาติอันเกิดจากการกระทำในอดีตและปัจจุบันผู้ประกอบกรรมชั่วหยาบย่อมมีวิบากผลที่ทรามผู้ประกอบกรรมดีย่อมมีวิบากผลที่ประณีตความแตกต่างของสัตว์จึงแตกต่างกัน
 

กรรมวิบากของผู้ละเมิดศีล

     1. ผู้ที่ละเมิดศีลข้อที่ 1 ฆ่าสัตว์ ย่อมได้รับกรรมวิบาก 5 สถาน คือ

1) ย่อมเกิดในนรก

2) ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน

3) ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย (เกิดเป็นเปรต)

4) ย่อมเป็นผู้มีอวัยวะพิการ

5) โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์อายุย่อมสั้น บางคนก็ถูกทำแท้งตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา

     2. ผู้ที่ละเมิดศีลข้อที่ 2 ลักทรัพย์ ย่อมได้รับกรรมวิบาก 5 สถาน คือ

1) ย่อมเกิดในนรก

2) ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน

3) ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย (เกิดเป็นเปรต)

4) ย่อมเป็นผู้ยากจนเข็ญใจไร้ที่พึ่ง

5) โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ทรัพย์สมบัติย่อมพินาศเสียหาย ทั้งจากน้ำท่วม ไฟไหม้ พายุพัด หรือเหตุร้ายต่างๆ

     3. ผู้ที่ละเมิดศีลข้อที่ 3 ประพฤติผิดในกามย่อมได้รับกรรมวิบาก 5 สถาน คือ

1) ย่อมเกิดในนรก

2) ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน

3) ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย (เกิดเป็นเปรต)

4) ย่อมมีร่างกายทุพพลภาพ ขี้เหร่ มากไปด้วยโรค

5) โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นผู้มีศัตรูรอบด้าน

     4. ผู้ที่ละเมิดศีลข้อที่ 4 พูดโกหก ย่อมได้รับกรรมวิบาก 5 สถาน คือ

1) ย่อมเกิดในนรก

2) ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน

3) ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย (เกิดเป็นเปรต)

4) ย่อมเป็นผู้มีวาจาไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ มีกลิ่นปากเหม็นจัด

5) โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์จะถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่เป็นจริงอยู่เสมอ

     5. ผู้ที่ละเมิดศีลข้อที่ 5 ดื่มน้ำเมาย่อมได้รับกรรมวิบาก 5 สถาน คือ

1) ย่อมเกิดในนรก

2) ย่อมเกิดในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน

3) ย่อมเกิดในกำเนิดเปตวิสัย (เกิดเป็นเปรต)

4) ย่อมเป็นผู้มีสติไม่สมประกอบ เป็นคนโง่เขลา ปัญญาอ่อน

5) โทษเบาที่สุด หากเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นบ้า

     อานิสงส์ของศีลมีคุณอย่างไม่อาจประมาณได้ เช่นเดียวกันการละเมิดศีลก็มีโทษภัยอย่างร้ายแรงดังนั้นจึงไม่ควรประมาทให้รีบรักษาศีลตั้งแต่วันนี้อย่าปล่อยเวลาที่เหลืออันน้อยนิดของเราให้ผ่านไปอย่างไร้คุณค่าดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า

“ ก็ผู้ใดทุศีล มีใจไม่ตั้งมั่นพึงเป็นอยู่ 100 ปี ความเป็นอยู่วันเดียวของผู้มีศีลมีฌานประเสริฐกว่า (ความเป็นอยู่ของผู้นั้น)Ž ”

 

 

จากหนังสือ DOU
วิชา SB 101 วิถีชาว
พุทธ

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร