เครือข่ายบ้านกัลยาณมิตร

วันที่ 11 เมย. พ.ศ.2558

เครือข่ายบ้านกัลยาณมิตร

เครือข่ายบ้านกัลยาณมิตร

      สภาพสังคมไทยที่ตกต่ำย่ำแย่ถึงขั้นวิกฤตทุกด้านดังเช่นปัจจุบันนี้ คงจะทำให้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ได้เห็นชัดเจนแล้วว่า การรับคตินิยมจากต่างประเทศเข้ามานั้น จำเป็นต้องพิจารณาด้วยโยนิโสมนสิการ เลือกรับเฉพาะสิ่งที่จะเป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเท่านั้น และสิ่งนั้นต้องไม่เกิดผลข้างเคียง ทำลายคตินิยม หรือวัฒนธรรมอันประเสริฐ ซึ่งแสดงถึงความเป็นชาติไทยที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมาเป็นเวลายาวนานอีกด้วย

       บ้านกัลยาณมิตร จะเป็นโครงการสำคัญยิ่ง ในการปลูกฝังอบรมเยาวชนตลอดทั้งประชาชนในชาติ ให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ เป็นกัลยาณมิตรมีความพร้อมในการพัฒนาบ้านเมือง เพื่อสันติสุขไม่เฉพาะของประเทศชาติเท่านั้น แต่ยังสามารถแผ่ขยายไปเป็นสันติสุขของชาวโลกอีกด้วย

    เนื่องจากโครงการบ้านกัลยาณมิตร อาจต้องประสบกับปัญหาอุปสรรคมากมายดังกล่าวแล้ว จึงจำเป็นที่หลายฝ่ายในบ้านเมือง จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุน ให้โครงการบ้านกัลยาณมิตรมีความเข้มแข็ง สามารถดำเนินกิจกรรมเป็นประจำ อย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ

      มีข้อสังเกตในที่นี้ว่า สถาบันที่ควรจะมีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการร่วมมือส่งเสริมโครงการบ้านกัลยาณมิตรก็คือ โรงเรียน สถาบันการศึกษา และสถาบันสงฆ์ นั่นคือจะต้องส่งเสริมให้มีโรงเรียนกัลยาณมิตร และวัดกัลยาณมิตรขึ้นทั่วประเทศ

    อย่างไรก็ตามใคร่ขอให้บรรดาพ่อบ้านแม่บ้านผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่คิดว่าท่านต้องประกอบอาชีพ หรือมีหน้าที่ต้องทำมาหากินเป็นภาระหนักอยู่แล้ว จึงไม่ควรเปิดบ้านกัลยาณมิตรเป็นการเพิ่มภาระขึ้นอีก ความคิดเช่นนี้ถือว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหาศาล

 

เหตุผลที่ไม่ควรปฏิเสธการเปิดบ้านกัลยาณมิตร

      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงไว้ใน ทีฆชาณุสูตร ว่า การที่คนเราจะประสบความสุขความสำเร็จ เบื้องต้นในชีวิตได้ จะต้องปฏิบัติตามหลัก 4 ประการ ในทิฏฐธรรมิกัตถประโยชน์ ประโยชน์ในปัจจุบัน คือ

    1)    หาเป็น (อุฏฐานสัมปทา) คือ ต้องขยันทำมาหากินและมีอาชีพสุจริต ทั้งต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข

   2)    เก็บเป็น (อารักขสัมปทา) ต้องระวังรักษาทรัพย์ที่หามาโดยชอบธรรม ไม่ให้รั่วไหล ไม่ให้มีอันตรายในด้านต่างๆ

    3)    สร้างเครือข่ายคนดีเป็น (กัลยาณมิตตตา) ต้องพยายามชักชวนคนดีมาร่วมสร้างความดี สร้างบุญกุศล

   4)    ใช้เป็น ( สมชีวิตา) คือรายจ่ายต้องน้อยกว่ารายรับ เพื่อให้มีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ในยามมีอันตราย และเพื่อไว้สร้างบุญกุศล

 

    พึงสังเกตว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญของการสร้างเครือข่ายคนดีอยู่ในลำดับก่อน การใช้Ž ทั้งนี้ย่อมมีนัยว่า การสร้างเครือข่ายคนดีเป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งนี้ก็เพราะการอยู่ในสังคมของคนดี นอกจากจะเอื้อให้เราได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายในการประกอบอาชีพแล้ว ยังจะมีประโยชน์ต่อการอบรมบุตรธิดาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน ที่มีแก๊งอันธพาลและกลุ่ม มิจฉาชีพทุกตรอกซอกซอย เพราะฉะนั้นจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งสำหรับทุกครอบครัวที่จะต้องเปิด บ้านกัลยาณมิตร โดยพยายามเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ให้ได้