เอกลักษณ์ของบ้านกัลยาณมิตร

วันที่ 10 เมย. พ.ศ.2558

เอกลักษณ์ของบ้านกัลยาณมิตร

เอกลักษณ์ของบ้านกัลยาณมิตร

   สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของบ้านกัลยาณมิตรก็คือ ห้องพระ พระอุโบสถมีความสำคัญต่อวัดในพระพุทธศาสนาฉันใด ห้องพระก็มีความสำคัญต่อบ้านกัลยาณมิตร ฉันนั้น เพราะห้องพระคือสถานที่ปฏิบัติสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ทางธรรม อันได้แก่การสวดมนต์ทำวัตร และการเจริญสมาธิภาวนา ตลอดจนการอบรมธรรมประจำวัน

      เครื่องตกแต่งห้องพระที่จำเป็นก็คือ โต๊ะหมู่บูชา สำหรับใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป แจกันดอกไม้ เชิงเทียน และกระถางธูป ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องตกแต่งอื่นๆ โดยไม่จำเป็น แต่ถ้าไม่มีโต๊ะหมู่บูชา ควร มีโต๊ะที่เหมาะสมสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปสักองค์หนึ่งก็พอ

     สิ่งที่ควรตระหนักในการตกแต่งห้องพระก็คือ ห้องพระถือว่าเป็นห้องศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน ดังนั้น การตกแต่งควรให้เกิดบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ด้วยการทำห้องให้สะอาด เรียบร้อย สวยงามไม่รกรุงรัง

     อันที่จริง เรื่องห้องพระประจำบ้าน ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับชาวพุทธเลย แต่เป็นวัฒนธรรม เก่าแก่ของชาวพุทธไทยสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณกาลจวบจนปัจจุบัน แต่เพราะเหตุที่คนรุ่นใหม่มีความใส่ใจพระพุทธศาสนาน้อยลง หรือไม่ได้รับการปลูกฝังความรู้ในพระพุทธศาสนามาดีพอ แม้บ้านของตนจะมีห้องพระ แต่ก็ไม่ใคร่ได้ใช้ประโยชน์ของห้องพระเท่าที่ควร
 

กิจกรรมของบ้านกัลยาณมิตร

       กิจกรรมของบ้านกัลยาณมิตร หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวกับธรรมะ อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.กิจกรรมภายใน
2.กิจกรรมภายนอก

    1.กิจกรรมภายใน ได้แก่ กิจกรรมที่สมาชิกในบ้านต้องทำกันเป็นประจำวัน ภายในห้องพระ ซึ่งประกอบด้วย การสวดมนต์ทำวัตร และการเจริญสมาธิภาวนา การมีห้องพระประจำบ้าน ย่อมเป็นการสะดวกสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน ที่จะมารวมทำกิจกรรมพร้อมกัน ตามเวลาที่กำหนด

     นอกจากนี้กิจกรรมภายใน ยังหมายรวมถึงกิจกรรมทางศาสนาที่จัดขึ้นภายในบ้าน หรือในบริเวณใกล้เคียงกัน เช่นการใส่บาตรในตอนเช้าที่บริเวณหน้าบ้านหรือใกล้บ้าน การนิมนต์พระมารับสังฆทานที่บ้าน การทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านในโอกาสต่างๆ รวมทั้งการชักชวนเพื่อนบ้านมาร่วมปฏิบัติธรรมที่บ้านของเราเป็นครั้งคราวตามแต่โอกาสอำนวย

     ถ้าผู้เป็นพ่อแม่ซึ่งเป็นหัวหน้าบ้าน ตลอดจนสมาชิกอื่นๆ ที่เป็นผู้ใหญ่ อยู่ในบ้านเดียวกัน ปฏิบัติกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตร และเจริญสมาธิภาวนาพร้อมกัน ให้ลูกเล็กๆ เห็นเป็นประจำทุกวัน ลูกๆ ก็จะเรียนรู้ได้เองว่า นั่นคือระเบียบปฏิบัติอย่างหนึ่งของทุกคนในครอบครัว ครั้นเมื่อพวกเขาโตพอที่จะเข้าร่วมกิจกรรมได้ ก็ย่อมจะพร้อมที่จะปฏิบัติตาม โดยไม่บิดพลิ้วเมื่อปฏิบัตินานไป ย่อมเกิดความคุ้นเคยเป็นนิสัย ประกอบกับวัยที่เจริญขึ้น มีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ย่อมสามารถตรองเห็นคุณค่าของการปฏิบัติเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง ย่อมยึดถือเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดเสียมิได้ เช่นเดียวกับการอาบน้ำ แปรงฟัน การทำความสะอาดบ้าน การรับประทานอาหาร เป็นต้น

     ในที่สุดกิจกรรมเหล่านั้นก็จะกลายเป็นอริยวินัย ของสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยไม่ต้องมี การบังคับเคี่ยวเข็ญกัน การทำกิจกรรมดังกล่าวนอกจากจากจะเป็นการปลูกฝังอริยวินัยของกัลยาณมิตรให้แก่ลูกๆ แล้วยังเป็นการตอกย้ำอริยวินัยของพ่อแม่และบรรดาผู้ใหญ่ในบ้านให้มั่นคงยิ่งขึ้น


       2.กิจกรรมภายนอก ได้แก่ การไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสต่างๆ เช่นงานทอดกฐิน ทอดผ้าป่า งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของเพื่อนบ้าน งานบวช งานฌาปนกิจ ฯลฯ

      ทุกครั้งที่พ่อแม่ไปทำกิจกรรม หรือไปร่วมกิจกรรมภายนอก จะต้องไม่ลืมที่จะให้ลูกมีส่วนร่วม ตั้งแต่เขายังอยู่ในวัยเด็ก โดยถือว่านั่นคือส่วนหนึ่งของการศึกษาและปฏิบัติธรรม พร้อมกับการปลูกฝังลักษณะนิสัยของกัลยาณมิตรอย่างเบ็ดเสร็จให้แก่ลูก

      อนึ่ง กิจกรรมภายนอกที่มีคุณค่ามาก ก็คือ การไปวัดกัลยาณมิตร เพื่อเจริญภาวนาและฟังธรรมเป็นประจำทุกวันพระและวันสุดสัปดาห์ เนื้อหาธรรมะที่พระภิกษุนิยมเทศน์สั่งสอนญาติโยม ก็ล้วนเป็นเรื่องที่มุ่งให้ผู้ฟังตั้งอยู่ในความดี ละเว้นความชั่ว ซึ่งพ่อแม่มีหน้าที่ต้องปลูกฝังลูกอยู่แล้ว จึงเท่ากับว่า พระภิกษุท่านได้ทำหน้าที่แทนพ่อแม่แล้ว แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าพ่อแม่จะเลิกอบรมสั่งสอนลูกในเรื่องความดีความชั่วอีกต่อไป

      ทางที่ดี ในวันธรรมดาที่พ่อแม่ลูกอยู่บ้านกันพร้อมหน้า ซึ่งอาจจะเป็นในขณะที่รับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน หรือในเวลาก่อนหรือหลังการเจริญภาวนาพร้อมกัน ผู้เป็นพ่อแม่ก็อาจจะหาโอกาสหยิบยกเอาพระธรรมเทศนาที่ได้ฟังจากวัดในวันพระ วันอาทิตย์ มาคุยกันต่อระหว่างพ่อแม่ลูกอีกครั้งหนึ่ง หรือหลายครั้งแล้วแต่กรณี ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความจำ ตรวจสอบความเข้าใจ หรือค้นหาความคิดเห็น ของลูก แต่ทั้งนี้ต้องให้เหมาะสมกับวัยของลูกด้วย

     พ่อแม่พึงระลึกไว้เสมอว่า การสอนธรรมะด้วยวิธีการง่ายๆ แต่มีประสิทธิผลสูง คือการสอนโดยใช้วิธีให้ลูกได้เอาใจใส่ปฏิบัติตามวินัยต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดเป็นลักษณะนิสัยที่ดี ขณะเดียวกันก็สอนภาคปริยัติหรือทฤษฎี ด้วยการใช้ซึมซับเอาความรู้ความเข้าใจ จากการคุยกันเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์ประจำวันเหตุการณ์แวดล้อม เนื้อหาธรรมะจากการฟังเทศน์ที่วัด หรือจากการอ่านหนังสือธรรมะ นิทานชาดก แล้วนำเรื่องที่อ่านมาคุยกัน เป็นการเฉลี่ยความรู้หรือแสดง ความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ โดยพ่อแม่เป็นผู้สรุปประเด็นที่สำคัญและถูกต้องให้

    ถ้ามีการทำกิจกรรมในทำนองดังกล่าวเป็นประจำในบ้านกัลยาณมิตรนานๆ ไป ลูกๆ ก็จะสามารถพัฒนาคุณสมบัติต่างๆ ตามที่ตั้งไว้ในวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ประการ โดยปริยาย