ขึ้นชื่อว่าศิลปะ

วันที่ 17 เมย. พ.ศ.2558

 

 

พุทธพจน์เตือนใจ

 

   "ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จได้" ขุททกนิกาย

 

    ผู้รู้ย่อมสรรเสริญพหูสูตว่า เป็นผู้ฉลาดรู้ ผู้ฟังมาก เรียนมาก แต่ผู้ที่มีความรู้ ใช่ว่าจะสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เสมอไป เช่น คนที่รู้วิธีทำอาหาร ก็ไม่แน่นักว่าคนนั้นจะทำอาหารได้อร่อย อย่างนี้เรียกว่าฉลาดรู้ แต่อาจยังไม่ฉลาดทำ คนที่ฉลาดทำนี้เองเรียกว่า มีศิลปะ


   ผู้มีศิลปะ ถึงแม้ร่างกายไม่สมประกอบ หากสามารถนำศิลปะนั้นมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมสร้างฐานะให้กับตนเองได้ 


    ยิ่งถ้าเรามีศีล มีธรรมประจำใจดี หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม แหล่งที่มาของความคิดก็จะบริสุทธิ์ มีแต่ความคิดสร้างสรรค์ คิดอยากที่จะให้ทุกๆ คนมีความสุข ไม่คิดเบียดเบียน คำพูดที่พูดออกมาก็ส่งเสริมกำลังใจ ให้ประพฤติปฏิบัติธรรม ให้สร้างความดี เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน การกระทำก็บริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนผู้ใด เว้นจากอกุศลกรรม ผลออกมาคือความสุข ความสำเร็จ ศิลปะที่มาจากแหล่งที่มาของความคิดอันบริสุทธิ์นี้ เป็นมงคลอย่างยิ่ง


  โดยเฉพาะศิลปะแห่งการทำใจให้หยุดนิ่งนี้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องรู้จักตะล่อมใจให้นุ่มนวล ละมุนละไม หยุดใจนิ่งๆ ไว้ตรงกลางกายอย่างเบาๆ สบายๆ เพราะ "ใจหยุด คือ สุดยอดของศิลปะ"  เป็นศิลปะแห่งการฝึกฝน พัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น รู้จักควบคุมจิตใจ ให้ดำเนินไปบนหนทางสู่พระนิพพาน

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร