กัณฑิมา ฉมามหัทธนา หรือ น้าเหลี่ยณ

วันที่ 28 มิย. พ.ศ.2558

กัณฑิมา ฉมามหัทธนา หรือ น้าเหลี่ยณ

ปรากฏการณ์ กู้โลก

 

 

        เราอยากให้คุณได้คุยกับผู้หญิงอายุ ๖๔ ปีคนหนึ่ง ที่ไม่มียศ ไม่มีตำแหน่ง ปลดเกษียณจากหน้าที่การงานแล้ว ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อีกทั้งยังเป็นเพียงคนต่างจังหวัดธรรมดาๆ ที่มีชีวิตปิดทองหลังพระมาตลอด

         แต่เชื่อไหม ..หญิงสูงวัยคนนี้แหละ กัณฑิมา ฉมามหัทธนา หรือ น้าเหลี่ยณ แห่งอำเภอหาดใหญ่ กลับหยัดสู้ขึ้นมา "กู้โลก" ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ และไร้เงื่อนไข บนความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน..!

 

         เราเป็นผู้ไม่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน แต่ก็ทำความดี ทำหน้าที่ผู้นำบุญอย่างอุกฤษฏ์ เพราะ หากรอความพร้อม บางทีอาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันนั้น จึงทำให้ยึดหลักคำสอนของหลวงพ่อมาตลอดว่า เมื่อตั้งเป้าว่าจะทำความดีอะไรแล้ว ต้องทำให้สำเร็จ คือ ไม่ได้ไม่มีไม่มีไม่ได้ ถ้าได้ต้องดี และต้องดีกว่า ดีที่สุด เพราะใจเราเป็นประธาน ใจเป็นใหญ่ ทุกอย่าง สำเร็จได้ด้วยใจ ดังนั้นไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรก็ตาม จะไม่เอาอุปสรรคมาคิดบั่นทอนกำลังใจตัวเอง จนท้อเลย เพราะหากเราต้องเสียเวลาคิดเท่ากัน สู้เอาเวลาคิดที่จะท้อ มาคิดเพื่อแก้ไขอุปสรรคตรงหน้า แล้วทำให้สำเร็จดีกว่า จึงได้ใช้หลักนี้ ทำหน้าที่ผู้นำบุญมาตั้งแต่เข้าวัดอย่างยาวนานกว่า ๒๓ ปี อีกทั้งได้เห็นสิ่งที่หลวงพ่อท่านทำ ที่ท่านต้อง ยอมเหนื่อย ก็เพื่อต้องการที่จะฟื้นฟูศีลธรรมโลก วัดถึงต้องระดมทุนกันเยอะ เพื่อมาใช้สร้างสถานที่รองรับคนมาอบรมศีลธรรม แม้วันนี้..สถานที่และระบบยังไม่พร้อมที่จะรองรับคนถึงล้าน แต่เยาวชน ของชาติบางส่วนเป็นจำนวน ๒ แสนคนในเบื้องต้น จาก ๕,๐๐๐ โรงเรียน ก็มาใช้มหารัตนวิหารคดเพื่อ ทำกิจกรรมปลูกฝังศีลธรรมกันแล้ว


         เธอทำได้อย่างไรกับการนำขบวนรถไฟที่ยาว ที่สุดถึง ๑๘ โบกี้ ที่มีเด็กนักเรียน ๒๖ โรงเรียน เดินทางไป-กลับจากหาดใหญ่กับวัดพระธรรมกาย เพื่อมาเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ใน วันวิสาขบูชา

 

          ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะนำเด็ก ๒๖ โรงเรียนมาวัด เพราะสิ่งนี้ยังไม่เคยมีใครคิดทำ เคยทำ และกล้าที่จะทำมาก่อน อีกทั้งยังเป็นการยากที่จะให้ทางโรงเรียนและพ่อแม่เด็กเข้าใจและยินยอม เพราะทุกฝ่ายต่างห่วงความปลอดภัยของเด็ก อาหาร การกิน การพลัดหลงของเด็กเมื่อมาถึงวัดแล้ว เพราะ ต้องมาอยู่ร่วมกับเยาวชนถึง ๒ แสนคน แต่สุดท้าย ต่างยินยอมและยินดีให้เด็กมา เพราะทุกฝ่ายเห็น การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ ของเด็กหลังจากที่เข้าร่วมโครงการกับเรา โดยเริ่มตั้งแต่มีอาจารย์ขอบริจาคจานดาวเทียมถ่ายทอดรายการธรรมะไปที่โรงเรียน เพื่อให้ครูและนักเรียนได้มาดูกันในเวลาพักและในชั่วโมงศีลธรรม แล้วก็เริ่มทำ "โครงการทำดีหนูทำได้" อย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นปี จนได้มาเข้าร่วมโครงการที่จะพัฒนาคุณธรรม เด็กให้สูงขึ้นไปอีกขั้นคือโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก "เด็กดี V-Star" ทำให้พบว่าเด็กนักเรียนมีวินัย เคารพ อดทน มีสัมมาคารวะ จิตใจอ่อนโยน ไม่ก้าวร้าว


โครงการทำดีหนูทำได้ ทำกันอย่างไร

           เราเห็นหลวงพ่อท่านเอาจดหมายของเด็กๆ ที่ส่งมาหาท่าน มาอ่านในช่อง DMC ที่พวกเขาแบ่งเงินในกระปุกออมสิน มาช่วยเหลือสังคม เราก็นำโครงการของท่านมาเริ่มให้เด็กตามโรงเรียนต่างๆ ได้ทำ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก ให้เขามีจิตใจอยาก ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อนด้วยกัน เช่น ช่วยเหลือน้ำท่วม ทำบุญเพื่อช่วย ๒๖๖ วัดในภาคใต้ ที่พระออกบิณฑบาตกันไม่ได้เลย โดยเริ่มที่โรงเรียนกอบกาญจน์ศึกษามูลนิธิเป็นโรงเรียนแรก แล้วก็ขยายไปเรื่อยๆ ทีละโรงเรียน

 

อาจารย์ยอมรับและเข้าใจไหม

            ตอนแรก..อาจารย์ก็ไม่เข้าใจ ที่เราให้เด็กสละเงินคนละบาทสองบาท ช่วยคนที่ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยวัด หาว่าเป็นการเรี่ยไรเด็ก เราก็อธิบายว่า หาก เราจะเรี่ยไรเพื่อให้ได้เงินจริงๆ สู้ไปเรี่ยไรกับผู้ใหญ่รวยๆ ที่เขามีใจอยากที่จะช่วยเหลือ เราก็จะได้เงิน ช่วยเหลือมากกว่าอยู่แล้ว แต่กับเด็กๆ คนละบาท สองบาท ก็แทบไม่ได้อะไรเลย แต่ที่เราทำเพราะต้องการจะปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กที่เป็นไม้อ่อนที่กำลังดัดง่าย ให้เขามีความเอื้ออาทร มีน้ำใจตั้งแต่ เด็ก รู้จักการแบ่งปันช่วยเหลือสังคม รู้จักการเสียสละ เพราะทุกวันนี้ คนเสียสละเพื่อประเทศจริงๆ น้อยลงไปทุกทีๆ แล้ว จนสุดท้ายอาจารย์เข้าใจ ยอมรับ โครงการเข้าไปทำ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี มากๆจนกระทั่งทางโรงเรียนสนใจโครงการอื่นเพิ่ม เช่น มาขอให้เราไปช่วยจัดตักบาตรให้ที่โรงเรียน จนมีพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กครูอาจารย์มาตักบาตรพระ ๒๐๐ รูป ร่วมกันเป็นพันคนและทางโรงเรียนก็จะหมุนเวียน ส่งเด็กนักเรียนมาช่วยงานถวายสังฆทาน ๒๖๖ วัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือน อีกทั้งยังขอให้เราไปช่วยจัดปฏิบัติธรรม ที่โรงเรียนให้ทุกวันศุกร์ โดยหมุนเวียนเด็กมาครั้งละ ๕๐-๖๐ คน ตลอดจนมีการจัดอบรมครู มอบเกียรติบัตร พาคุณครูไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ จ.เชียงใหม่ เราทำกันอย่างนี้จนกระทั่งสุดท้ายให้เด็กสมัครเข้าโครงการ เด็กดี V-Star แล้วอีก ๓ เดือน ก็ต้องพาเด็กทั้ง ๒๖ โรงเรียนที่เข้าโครงการมาวัดในวันวิสาขบูชา เราก็ได้รับเกียรติอย่างสูงสุดจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาดร.สนธิ เตชานันท์ ได้มาเป็นประธาน ในพิธีตัดริบบิ้น ปล่อยลูกโป่ง และเป็นผู้ตีระฆังปล่อย ขบวนรถไฟ ๑๘ โบกี้ให้เด็กๆซึ่งท่านก็ได้พูดกับทางทีมงานว่า เด็กไปทำความดีเป็นพันๆ ไม่เคยเห็น ที่ไหน นอกจากนั้นยังได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการ จังหวัด คุณธีรเทพ ศรียะพันธ์ และรองผอ.เขต สำนักการศึกษาเขต ๒ คุณปรีชา จันทรบุรี ก็มาร่วม ในพิธีด้วย

 

ทำอะไร..ระหว่างการเดินทาง อันยาวนานไป-กลับกว่า ๒๐ ชั่วโมง

         ให้เด็กๆ สวดมนต์ นั่งสมาธิ และมีกิจกรรม ปฏิสัมพันธ์ให้เรารู้จักกันมากขึ้น เล่าธรรมะให้เด็กฟัง บอกเขาว่า มาวัดแล้ว..ต้องทำอะไรบ้าง ตอนเดินทาง กลับนั่งในขบวนรถไฟ ก็มีพิธีขอขมาต่ออาจารย์ เผื่อเราทำอะไรผิดพลาดและไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจารย์ ต่างประทับใจมากๆ และได้กล่าวขอบคุณอนุโมทนา กับคณะอาจารย์ และเหล่า V-Guide ทุกท่านที่มาช่วยให้งานครั้งนี้สำเร็จ



มีเด็กหลงไหม

         ไม่หลงค่ะ เพราะได้คิดแก้ปัญหานี้ไว้ตั้งแต่ต้นแล้วโดยให้เด็กแต่งชุดวอร์ม ติดสติ๊กเกอร์เพื่อกันหลง มีธงนำขบวน เวลาเด็กไปไหนก็เดินตามธง หากหลงก็ให้สังเกตธงจะได้กลับมาเจอกันง่ายๆ และมีคู่มือบอกรายละเอียดต่างๆ ให้กับอาจารย์ด้วย

 

ตอนกลับทุกคนประทับใจไหม

 

         เราแจกแบบประเมินบนขบวนรถไฟขณะเดินทางกลับให้กับทุกโบกี้ให้เขาเขียนกัน ก็ปรากฏว่า เด็กๆ และอาจารย์อยากมากันอีกเพราะเมื่อมา แล้วได้มาดูนิทรรศการพุทธประวัติที่ยาวที่สุดในโลก ถึง ๔ กิโลเมตร เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจ ได้ความรู้มากและไม่เคยเห็นวัดมีระบบระเบียบแบบนี้ที่ไหนมาก่อน อีกทั้งยังได้มาทำข้อสอบประเมินผลทางด้านศีลธรรม มาเล่นเกมเกี่ยวกับศีลธรรม เด็กๆ รู้สึกสนุก ยิ้ม อิ่มอร่อย และที่สำคัญเด็กรู้สึกภูมิใจในตัวเองต่อความดีที่เขาทำได้
และมีแรงบันดาลใจที่จะทำความดี ต่อไป

 

มีวิธีบริหารทีมงานที่มาช่วยอย่างไร

 

        ก็ต้องหาทีม นับตั้งแต่เข้าวัดปี ๒๕๒๘ ก็บริจาคร้านค้าให้ทำเป็นศูนย์กัลยาณมิตรหาดใหญ่ และทำหน้าที่สนับสนุนมาตลอด คอยชวนคน ประสานงาน โดยร่วมทำงานกับชมรมพุทธฯมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับน้องๆ นักศึกษา ผู้รักบุญกันมาโดยตลอด จนสามารถรวบรวมคนที่มี หัวใจดวงเดียวกัน รักและสามัคคีกัน มีความเป็นทีม มีเป้าหมายเดียวกัน มาช่วยกันลุยสร้างบารมีเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นคุณบุญเลิศ ลาภาโรจน์กิจ นายกสมาคม ส่งเสริมศีลธรรมภาคใต้ คุณพิษณุ วิญญูเอกสิทธิ์ ประธานศูนย์กัลยาณมิตรหาดใหญ่ คุณอาสมศักดิ์ ที่ช่วยบริจาคจานดาวธรรมให้โรงเรียน เพื่อให้ เด็กได้ศึกษาธรรมะ อีกทั้งอาแหม่ม อาสุรชาติ อาจารย์สุรัสวดี อาจารย์เสาวนียŒ ที่นำเด็กนักเรียนมาช่วยงานบุญที่ศูนย์กัลยาณมิตร



เหนื่อยไหม?

       ก็แปลกเหมือนกันนะ อายุเราเยอะแล้ว แต่เวลาทำงานบุญ มันเหมือนมีเครื่องอะไรอยู่ข้างใน ทำให้เรามีแรง อย่าถามว่าเหนื่อยไหมเลย ถามว่าภูมิใจไหมดีกว่า.. คือ รู้สึกทั้งภูมิใจ ทั้งปลื้มที่สุด เหมือนเป็นบุญชิ้นโบว์แดงของชีวิตเราเลยก็ว่าได้ เพราะเด็ก ๒ แสนคนนี้ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลกเป็นเยาวชนต้นแบบ กลุ่มแรกของโลก ที่จะไปขยายผลของความดีออกไป พวกเขานี่แหละ..ที่จะมาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ให้ก้าวไปสู่สิ่งที่ดีงาม ในอนาคต และศีลธรรมโลกก็จะถูกฟื้นฟูขึ้นอย่างแท้จริง

 

        สุดท้ายนี้กราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงสุด เพราะหากเราไม่มีหลวงพ่อ ก็คงไม่ได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ และสำคัญขนาดนี้ เราไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์ หรือมีอำนาจสั่งการใคร อายุก็มาก อีกทั้งเป็นผู้หญิงอีก แต่หลวงพ่อให้เราทำในสิ่งที่ ยิ่งใหญ่ที่สุด มีเกียรติที่สุด ที่คนทั่วไปยากที่จะทำ สิ่งนี้ได้ทำให้เรารู้สึกมีค่าในตัวเอง ภูมิใจในความดีที่ทำ ปีติทุกครั้งเมื่อนึกถึง"เรามาช่วยกัน "กู้โลก" ให้มีสิ่งดีงามเกิดขึ้นกันอีกครั้งในวันเสาร์ที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ในโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก เพื่อให้สันติสุขเกิดขึ้น บนโลกอย่างแท้จริง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร