ตัวอย่างความใจเย็น

วันที่ 10 มิย. พ.ศ.2558

ตัวอย่างความใจเย็น

      พระเทพญาณมหามุนีเล่าว่า ท่านนั่งช่วงแรกไม่ได้ผล จึงคิดว่า นั่งไม่เห็นเห็นอะไรเลย บุญคงน้อย จึงไม่เห็น ท่านได้รำพึงรำพันให้คุณยายฟัง จนกระทั่งหมดอารมณ์รำพึงแล้ว คุณยายก็บอกว่า “    คุณต้องทำใจเย็นๆ ถ้าใจเย็นเดี๋ยวจะเห็นภาพ พอท่านบอกอย่างนั้น ท่านก็ไปลองทำใจเย็น แต่ก็เย็นได้ประเดี๋ยวเดียว เพราะมันยังอยากเห็นอยู่ ก็ไปบ่นให้คุณยายฟังอีก ท่านก็บอกว่ามันก็เป็นทางเดียวที่จะเห็น เพราะมันเป็นอย่างนั้น คุณก็ทำได้อย่างเดียว คือคุณต้องใจเย็น ถ้าคุณรักที่จะเข้าถึงความสุขภายใน รักที่จะฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้ได้เหมือนอย่างยาย รักที่จะเข้าถึงกายธรรม รักที่จะศึกษาวิชชาธรรมกาย รักที่อยากจะหลุดพ้น คุณต้อง ใจเย็นๆ มันมีวิธีเดียว คุณไปทำมาเถอะ”

      ท่านก็กลับมาก็มานั่งทำใจเย็น มันก็ค่อยๆ ลดลง ไม่ได้เย็นฮวบฮาบ มันเย็นตอนที่ปลงตก คือเราไปทำวิธีด้วยใจร้อนๆ แล้วมันไม่เคยได้ผลเลย ทำไปกลุ้มไป ปวดหัวไป บ่นไป รำพึงรำพันไป น้อยใจไปก็วนๆ อยู่อย่างนั้น ไม่เคยที่มีประสบการณ์ใหม่ๆ เลย ไม่มีความสุขเลยจากการนั่ง จนกระทั่งมีความเห็นผิดเกิดขึ้นเลยว่า ที่คนอื่นเค้าเห็น เห็นจริงรึเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทำไมเราก็นั่งหลับตาเหมือนเขาทำไมมันไม่เห็น เขาพูดส่งเดชรึเปล่าก็ไม่รู้ มันเกิดความเห็นผิดเข้า ในที่สุดก็มารำพึงให้คุณยายฟัง ท่านก็พูดคำเดิมอีกนั่นแหละว่า คุณ คุณต้องใจเย็นๆ เพราะการเห็นภายในนั้นมันแตกต่างจากภายนอก ภาพมันจะค่อยๆ เกิด ค่อยๆ เห็น ค่อยๆ เป็น คุณต้องใจเย็นๆ ทำให้อารมณ์ดีสิ อารมณ์สบาย นั่งธรรมะ เรามาแสวงหาอารมณ์ดีอารมณ์สบาย ไม่ใช่มานั่งแบบโมโหโทโสฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์อะไรอย่างนั้นมันผิดวิธีŽ

      ท่านได้เล่าต่อว่า ในที่สุดก็นั่งกันไปอย่างนั้น เชื่อคุณยายท่านมั่งไม่เชื่อมั่งแต่ก็เคารพท่าน ก็นั่งกันไปจนกระทั่งทำด้วยวิธีการที่เราทำแล้วไม่ได้ผล มีอยู่วันหนึ่งได้นั่งเฉยๆ ไม่เอาอะไรทั้งสิ้น ดวงก็ไม่เอาองค์พระก็ไม่เอา เพราะไปเค้นภาพแล้วมันไม่เกิด นั่งเฉยๆ ตอนแรกๆ ก็ภาวนาสัมมาอะระหังไปเรื่อยๆ ตอนหลังก็ขี้เกียจภาวนาก็นั่งเฉยๆ ตอนแรกมันก็ฟุ้งมาก แล้วก็ฟุ้งน้อย อยู่ๆ ไปมันอยู่เฉยๆ

      ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ฟุ้ง ใจนิ่งเฉย นิ่งของมันไปเอง นิ่ง ตอนนี้ตัวโล่ง ขนลุกซู่เลย ตัวโล่ง ตัวโปร่งเบาสบาย ก็ทำเฉยๆ อย่างนั้น เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็เฉยๆ ทำเป็นไม่สนใจ พอทำเป็นไม่สนใจ แปลกทีเดียว ของภายในเนี่ยพอทำเป็นสนใจแล้วไม่เกิด พอทำเป็นไม่สนใจคราวนี้เกิดเลย โล่ง โปร่ง เบาสบาย แสงสว่างเกิดล่ะตอนนี้ ดีใจจนเนื้อเต้นทีเดียว เห็นแสงสว่างแล้ว โอ้แสงสว่างอะไรมันเกิดภายในได้ มันไม่ใช่ภายในท้อง มันภายในที่โล่งๆ ว่างๆ เกิดสว่างแล้วมันก็สว่างเพิ่มขึ้นไปได้เรื่อยๆ ก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ทำเฉยๆ ไปเรื่อยๆ มันก็วูบเข้าไปเห็นดวงธรรมเลย แล้วก็เห็นองค์พระ10)

      จะเห็นได้ว่า การเห็นภาพภายในกับความใจเย็น เป็นเทคนิควิธีในการปฏิบัติสมาธิที่เราควรหมั่นตรวจตรา และทำให้ได้ทุกครั้งในขณะที่นั่งสมาธิ เพราะถ้าเราทำได้แล้ว นอกจากจากจะทำให้เราได้รับความสุขจากการนั่งสมาธิเป็นรางวัล ยังจะส่งผลถึงการเข้าถึงธรรมะภายในได้ในที่สุด

 

---------------------------------------------------------------------------------

10) พระราชภาวนาวิสุทธิ์, พระธรรมเทศนา, 6 พฤศจิกายน 2538.

 

จากหนังสือ DOU MD 204 สมาธิ 4
เทคนิคการทำสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย