ความหมายของโลกุตรภูมิ

วันที่ 10 กค. พ.ศ.2558

 

ความหมายของโลกุตรภูมิ

          โลกุตรภูมิ1) คือ ภูมิหรือชั้นที่พ้นจากภพ 3 คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ หมายถึง ระดับจิตของพระอริยบุคคลที่พ้นจากกิเลสโดยเด็ดขาดตามลำดับ และรวมถึงอมตมหานิพพานด้วย ได้แก่ มรรค 4 ผล 4 และนิพพาน 1 หรือเรียกว่า โลกุตรธรรม 9 ซึ่งเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคน จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง ไม่รู้ไม่ได้ ไม่รู้อันตราย ทั้งนี้เพราะเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต
ศัพท์ที่น่าศึกษา

 

ศัพท์ที่มีความเกี่ยวข้องกับโลกุตรภูมิ ที่นักศึกษาต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นมีดังนี้

            ปุถุชน คือ ผู้ที่ยังหนาแน่นด้วยกิเลส คนที่มีกิเลสมาก หมายถึง คนธรรมดาทั่วไปที่ยังตกอยู่ในอำนาจกิเลส ทั้งโลภะ โทสะ และโมหะ รวมถึงเหล่าเทวดาที่ยังมิได้บรรลุธรรมในขั้นต่างๆ ด้วย

            อริยบุคคล คือ ผู้ไกลจากกิเลส หรือ บุคคลผู้บรรลุธรรมวิเศษ มีโสดาปัตติมรรค เป็นต้น ไม่ทำบาป อกุศลแม้เพียงเล็กน้อย สามารถสละชีวิตของตนได้เพื่อรักษาคุณธรรมเอาไว้ อีกทั้งมีความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ จึงได้รับการขนานนามว่า พระอริยเจ้า และไม่ว่าจะอยู่ในเพศภาวะของบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ เป็นมนุษย์หรือเทวดาก็เป็นพระอริยบุคคลได้เหมือนกัน

 

อนุสัย คือ กิเลสที่แฝงตัวนอนเนื่องอยู่ในสันดาน มี 7 ประการ คือ

1. กามราคะ ความกำหนัดยินดี

2. ปฏิฆะ ความหงุดหงิด

3. ทิฏฐิ ความเห็นผิด

4. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

5. มานะ ความถือตัว

6. ภวราคะ ความกำหนัดในภพ

7. อวิชชา ความไม่รู้

 

สังโยชน์ คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์ หรือธรรมที่มัดใจสัตว์ไว้กับ ทุกข์ มี 10 ประการ คือ โอรัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ประการ ได้แก่

1. สักกายทิฏฐิ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวถือตน

2. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

3. สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นในศีลพรต

4. กามฉันทะ ความพอใจในกามคุณ

5. พยาบาท ความคิดแค้นผู้อื่น

และอุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง 5 ประการ ได้แก่

6. รูปราคะ ความติดใจในรูปธรรมอันประณีต

7. อรูปราคะ ความติดใจในอรูปธรรม

8. มานะ ความถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่

9. อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน

10. อวิชชา ความไม่รู้จริง

 

 

 

------------------------------------------------------------------------

  1) ภูมินานัตตญาณนิทเทส, ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค, มก. เล่ม 68 ข้อ 175 หน้า 812.        

จากหนังสือ DOU GL 102 ปรโลกวิทยา

โลกุตตรภูมิ