The Science of Meditation by TIME Magazine

วันที่ 18 กค. พ.ศ.2558

The Science of Meditation 
TIME Magazine

ดาราสาว Heather Graham ขึ้นปก นิตยสาร TIME Magazine

The Science of Meditation
TIME Magazine พาดหัวข่าวไว้อย่างน่าทึ่งว่า...

“ นักวิทยาศาสตร์” ก็ “ ศึกษาวิจัย” เรื่องสมาธิ...
“ แพทย์” ก็ “ เชียร์” ให้นั่งสมาธิ...
“ ชาวอเมริกา...นับสิบล้านคน” ก็ “ นั่งสมาธิ...ทุกวัน”
ถามว่า... “ นั่งไปทำไม ?” ก็ตอบว่า...“ ก็มันดีน่ะสิ”

        ในสหรัฐอเมริกาคนอเมริกันสิบล้านคน นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ เป็นสองเท่าของสิบปีก่อนสถานที่หลายแห่ง ในสหรัฐอเมริกา เช่น ที่นิวยอร์กเปลี่ยนเป็นที่นั่งสมาธิหลายแห่ง จนคนเรียกแถบนั้นว่าเป็นแถบของชาวพุทธ นักเรียนนั่งสมาธิก่อนเข้าห้องเรียนทุกเช้า นักกฎหมาย นักธุรกิจ คนทำงานสาขา อาชีพต่างๆ นั่งสมาธิตามที่หน่วยงานของตน จัดให้นั่งอย่างสม่ำเสมอ   ดาราภาพยนตร์ นักการเมือง นักเขียน ต่างก็นั่งสมาธิ

          แม้แต่นักโทษในคุกก็มีห้องนั่งสมาธิ ผู้พ้นโทษมาแล้วจะกลับเข้าคุกน้อยกว่าพวกที่ไม่ได้นั่ง คนไม่เชื่อเรื่องสมาธิ กลายเป็นคนกลุ่มน้อยในสหรัฐอเมริกาไปเสียแล้ว คนเหล่านี้นั่งสมาธิ เพราะสมาธิทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย สุขภาพดีขึ้น ขีวิตดีขึ้น ทำให้สร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้น
                
        การนั่งสมาธิทำให้ร่างกายมีสภาวะเหมือน ก่อนจะหลับแต่ไม่ได้หลับ มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ และทำให้จิตใจ สดชื่นแจ่มใส สมาธิยังช่วย ขจัดความขัดแย้งในจิตใจ ทำให้ ใจอยู่นิ่ง ท่ามกลาง ความสับสนว่าจะเอาอย่างไรดี เมื่ออยู่นิ่งแล้วจะเข้าใจสถานการณ์และเรื่องราวต่างๆได้ดีขึ้น ยอมรับมันด้วย ความสงบและมีความสุขมากขึ้น และเป็นเหตุผล ที่ทำให้แพทย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เข้าใจว่าทำไม มนุษย์ถึงนั่งสมาธิมาหลายพันปีแล้ว แพทย์ก็แนะนำ ให้คนไข้นั่งสมาธิเป็นประจำ และสม่ำเสมอมากขึ้น เพราะผลการทดลอง ทางวิทยาศาสตร์จากการสแกนคลื่นสมองพบว่าสมอง จะมีระบบปิดกั้นเรื่องราวต่างๆ ไม่ให้เข้ามา และไม่ส่งเรื่องเข้าไปย่อยในส่วนลึกของเนื้อสมอง อย่างเคย แต่ทำให้ระบบลิมปิค ซึ่งเป็นส่วนควบคุมด้านอารมณ์ และความจำดีขึ้น ทำให้อัตราการเต้น ของหัวใจ ลมหายใจและการเผาผลาญในร่างกาย เป็นปรกติ

        สมาธิช่วยทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้มากขึ้น  สามารถรักษาโรคร้ายแรงเรื้อรัง  เช่น  โรคหัวใจ  เอดส์ มะเร็ง ความดัน โลหิตสูง โรคใจสั่น คนไข้โรคมะเร็ง เอดส์ และเจ็บปวดเรื้อรัง 14,000 คน ไม่ต้องกินยาแก้ปวด สมาธิยังรักษาจิตใจ ที่่ปั่นป่วน กดดัน สมาธิสั้น วุ่นวาย ไม่อยู่นิ่งอีกด้วย นอกจากนี้พลังของสมาธิ ยังสามารถรักษาคนไข้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ ร้อนแดง ให้มีผิวใสขึ้น 4 เท่าของผู้ที่ไม่ได้นั่งสมาธิ

        นักเขียนที่เคยกินยาแก้เครียดมาเกือบจะตลอดชีวิตเมื่อนั่งสมาธิก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาอีกต่อไป ผู้กำกับการแสดง และดารา ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดก็นั่งสมาธิ ทำให้ลดความกดดัน จากอาชีพ และความเป็นคนดังมีชื่อเสียง และทำให้มีความสุขมากขึ้น รู้ตัวมากขึ้น มองเห็นสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น พัฒนาบุคลิกภาพให้สง่างาม และดูมีอำนาจมากขึ้น มองเห็นตัวเองได้มากขึ้น และรู้ว่า ควรแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองได้อย่างไร  เพียงแต่นั่่งเงียบ  และทำจิตใจให้สงบเท่านั้น  นักการเมืองที่่มีชื่อเสียง  เช่น ฮิลลารี คลินตัน พูดถึงสมาธิ อัล กอร์ นั่งสมาธิและแนะนำ ให้ทุกคนนั่งสมาธิด้วย         
 

 

ไทม์ ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2546