คุณลักษณะพิเศษของกสิณ 10

วันที่ 23 กค. พ.ศ.2558

 

คุณลักษณะพิเศษของกสิณ 10

            กสิณมีลักษณะพิเศษหลายประการ เช่น เมื่อได้รูปฌาน 4 จากการเพ่งกสิณอย่างหนึ่งแล้ว ถ้าต้องการอุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิตจากกสิณอีก 9 อย่างที่เหลือ ก็ไม่ต้องจัดทำองค์กสิณขึ้นใหม่ ให้มองดูสิ่งอื่นๆ ตามธรรมชาติ เช่น มองดูดิน (ปฐวีกสิณ) แล้วบริกรรมปฐวีๆๆ (ดินๆ ๆ) หรือ ดูแม่น้ำ ไฟ ลม สีต่างๆ แสงสว่าง อากาศ แล้วบริกรรมตามคำบริกรรมตรงกับสิ่งที่เราเพ่งนั้นๆ อุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิตก็จะเกิดขึ้น

            นอกจากนี้ กสิณยังเป็นกัมมัฏฐานที่ทำให้ถึงฌานเร็วกว่ากัมมัฏฐานอื่นๆ เพราะการเพ่งกสิณนั้น อุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิตเกิดขึ้นง่าย ได้ฌานเร็ว โดยเฉพาะกสิณที่เกี่ยวกับสีทั้ง 4 แล้ว จะยิ่งเกิดอุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิตและฌานได้เร็วยิ่งกว่าภูตกสิณ พระพุทธองค์ทรงยกย่องโอทาตกสิณ (กสิณสีขาว) ว่าเลิศกว่ากสิณสีอื่น เพราะทำให้จิตใจของผู้ที่เจริญกสิณนั้น ผ่องใส ปราศจากความเซื่องซึมง่วงเหงา ทั้งยังทำให้ผู้เจริญกสิณนี้ทราบเหตุการณ์ต่างๆ คล้ายผู้ทรงอภิญญาทั้งที่ยังไม่ได้อุคคหนิมิต


อานิสงส์พิเศษของการเจริญกสิณ

            ในการปฏิบัติกสิณนอกจากจะส่งผลให้ได้ฌานแล้ว ในวิสุทธิมรรคยังได้กล่าวถึงอานิสงส์พิเศษในการเจริญกสิณแต่ละอย่างที่ทำให้เกิดฤทธิ์พิเศษไว้ดังต่อไปนี้

1.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจปฐวีกสิณ คือ นิรมิตคนเดียวให้เป็นหลายคนก็ได้เป็นต้น นิรมิตแผ่นดินขึ้นในอากาศหรือในน้ำแล้วเดินไปได้หรือยืนและนั่งเป็นต้นในอากาศหรือในน้ำได้ ได้อภิภายตนะ14) โดยมีอารมณ์นิดหน่อยและมีอารมณ์หาประมาณมิได้

2.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจอาโปกสิณ คือ ผุดขึ้นและดำลงในแผ่นดินได้ ทำน้ำฝนให้เกิดขึ้นได้ นิรมิตสิ่งขวางกั้นมีแม่น้ำและทะเลเป็นต้นได้ ทำของหนักมีแผ่นดิน ภูเขา และปราสาท เป็นต้นให้หวั่นไหวสั่นสะเทือนได้

3.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจเตโชกสิณ คือ บังหวนควันได้ บันดาลให้ไฟลุกโพลงได้ ทำฝนถ่านเพลิงให้เกิดขึ้นได้ บันดาลไฟที่เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์ผู้อื่นให้ดับลงด้วยไฟที่เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์ของตนได้ สามารถเผาเฉพาะสิ่งที่ต้องการได้ ทำแสงสว่างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การเห็นรูปด้วยทิพยจักษุได้ ทำสรีระให้ไหม้ไปด้วยเตโชธาตุ ในคราวปรินิพพานได้

4.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจวาโยกสิณ คือ ไปได้เร็วเหมือนลมพัด ทำฝนลมให้เกิดขึ้นได้

5.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจนีลกสิณ คือ นิรมิตสิ่งต่างๆ ให้เป็นสีเขียวได้ ทำให้มืดไปได้ ได้อภิภายตนะโดยนัยมีผิวพรรณงามและมีผิวพรรณน่าเกลียด การบรรลุสุภวิโมกข์ คือ การบรรลุมรรคผลและนิพพานโดยง่ายสะดวกสบาย

6.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจปีตกสิณ คือ นิรมิตสิ่งต่างๆ ให้เป็นสีเหลืองได้ เสกเหล็ก ทองเหลือง ทองแดง เป็นต้น ให้เป็นทองคำได้

7.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจแห่งโลหิตกสิณ คือ นิรมิตสิ่งของต่างๆ ให้เป็นสีแดงได้

8.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจแห่งโอทาตกสิณ คือ นิรมิตสิ่งของต่างๆ ให้เป็นสีขาวได้ บันดาลให้สร่างจากความง่วงความหดหู่ท้อถอยได้ ไล่ความมืดได้ ทำแสงสว่างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การเห็นรูปด้วยทิพพจักษุได้

9.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจแห่งอาโลกกสิณ คือ นิรมิตสิ่งของต่างๆ ให้มีแสงสว่างได้ ขับความง่วงหงาวหาวนอนได้บันดาลความมืดได้ ทำแสงสว่างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การเห็นรูปด้วยทิพยจักษุได้

10.ฤทธิ์เกิดด้วยอำนาจแห่งอากาสกสิณ คือ ทำสิ่งที่ลี้ลับอยู่ให้เปิดเผยได้ นิรมิตช่องว่างเข้าในที่ทึบเช่นภายในแผ่นดินและภายในภูเขาแล้วสำเร็จอิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอน อยู่ได้ ทะลุออกไปภายนอกฝาหรือกำแพงได้ ไม่มีอะไรกีดกั้น ทั้งหมดนี้คือวิธีการเจริญกสิณ ขอให้นักศึกษาได้ศึกษาและลองฝึกปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อการเข้าถึงพระธรรมกายต่อไป

------------------------------------------------------------------------

14) คำว่า ได้อภิภายตนะ คือ สามารถข่มปฏิปักขธรรมได้ และสามารถข่มอารมณ์ต่างๆ ทั้งอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ไม่ให้เกิดในใจได้.

 สมถกัมมัฏฐาน 40 วิธี