อุปสรรค...เป็นเรื่องธรรมดา

วันที่ 24 กค. พ.ศ.2558

 

 

อุปสรรค...เป็นเรื่องธรรมดา


“ อุปสรรค ” มีความหมายว่าอย่างไร?
                โดยทั่วไปเรามักใช้คำว่า “ อุปสรรค ” ในความหมายเกี่ยวกับการขัดข้อง แต่ความหมายที่อยู่ในแต่ละคำที่ประกอบขึ้นมาเป็นคำๆนี้น่าสนใจเพราะ “ อุปสรรค ” มาจากคำว่า “ อุป ” และ “ สคค ” ในภาษาบาลี
                คำว่า “ อุป ” แปลว่าเข้าไปใกล้ เช่นคำว่า “ อุปราช ” แปลว่าผู้ที่เข้าไปมกล้พระราชา คือเกือบจะเป็นพระราชาแล้ว หรือ “ อุปทูต ” แปลว่าเข้าไปใกล้ทูต คือเกือบจะเป็นทูตแล้ว คล้ายๆเป็นผู้ช่วยทูต ส่วนคำว่า “ สคค ” แปลว่า สวรรค์ อุปสรรค จึงแปลว่า เข้าไปใกล้สวรรค์ ดังนั้นเมื่อพบเจออุปสรรค พึงรู้ว่าคือช่องทางที่เราจะได้เข้าไปใกล้สวรรค์แล้ว ถ้าเราสามารถก้าวข้ามผ่านตรงนี้ได้ เราก็จะเข้าไปใกล้ความสำเร็จ เพราะฉะนั้นเมื่อเจออุปสรรคอย่าถอยหนี ให้เดินหน้าและก้าวข้ามไปให้ได้เราจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ


เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรคมีหลักในการคิดอย่างไร ? 
                ชีวิตที่ไม่มีอุปสรรคนั้นไม่มี เราทุกคนเคยพบอุปสรรคที่หนักที่สุดในชีวิตมาแล้วทั้งนั้น แต่เราอาจลืมไปแล้ว นั่นคือตอนที่เราคลอดออกมานั่นเอง ในเวลาที่เด็กจะคลอก มดลูกจะบีบเด็กที่อยู่ในมดลูกแรงมาก เปรียบเหมือนกับเวลาที่เราอยู่ในห้องแคบๆ แล้วผนังเพดานพื้นห้องค่อยๆบีบรัดเข้ามาจากทุกทิศทาง แล้วไม่ใช่บีบแค่ 2 นาที แต่บีบเป็นวันๆ ยิ่งถ้าเป็นท้องแรกยิ่งบีบนาน บีบจนปากมดลูกค่อยเปิดตัว จนกระทั่งหัวเด็กมาจ่อที่ปากมดลูก แล้วมดลูกก็บีบต่อจนหัวเด็กค่อยๆลอด ออกมาตามช่องเชิงกราน เรียกว่าถูกรัดหัวอยู่ในช่องแคบๆ แล้วค่อยๆดันออกมา ถ้าปล่อยให้คลอดตามธรรมชาติ เนื้อเยื่อของคุณแม่รอบๆปากช่องคลอดก็จะฉีกขาดเป็นริ้วกะรุ่งกะริ่ง หมอทำคลอดจึงใช้กรรไกรตัดตรงปากช่องคลอดให้เปิดออก เพื่อให้แผลเรียบเย็บรักษาได้ง่าย พอตัดแล้วช่องทางก็จะเปิดกว้างขึ้น หัวเด็กก็จะค่อยๆโผล่ออกมา คุณหมอจะเอามือประกบที่หัวเด็กด้านบนและด้านล่างแล้วค่อยๆ ดึงออกมา ให้หัวไหล่ของเด็กมาค้ำที่กระดูกหัวเหน่าคุณแม่ จากนั้นดึงขึ้นเด็กก็จะค่อยๆไหล หลุดออกมาได้ คุณหมอก็จะรีบเอากรรไกรหนีบที่ตรงสายสะดือของเด็ก หนีบหัวหนีบท้ายเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดในตัวเด็กไหลย้อนกลับไปหาคุณแม่ เดี๋ยวเด็กจะขาดเลือด แล้วตัดตรงกลางสายสะดือ จากนั้นก็ส่งเด็กที่มีกรรไกรหนีบอยู่อันหนึ่งที่สายสะดือไปให้พยาบาล


                 พอรับเด็กไปพยาบาลจะตบก้นเด็กทีหนึ่ง เด็กจะร้องไห้จ้าขึ้นมาถือเป็นครั้งแรกที่ปอดเริ่มทำงาน ทุกกระบวนการต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ช้านิดเดียวพลาดนิดเดียวตายเอาง่ายๆ จากนั้นพยาบาลจะเอาเด็กไปที่ห้องล้างทำความสะอาด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะคลอดประเภทไหน ล้วนเสี่ยงตายมาแล้วทั้งนั้น เรียกว่าสาหัสสากรรจ์มาก คนไหนไม่สู้ ใจเสาะ ก็ไม่ได้ลืมตาดูโลก


                ดังนั้น คนที่ลืมตาดูโลกทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องถือว่าเป็นนักผจญภัยที่ชนะอุปสรรคครั้งยิ่งใหญ่ มาแล้วทั้งสิ้น ขนาดตอนเราตัวจิ๋วๆ ยังช่วยตนเองไม่ได้ เรายังยืนหยัดสู้จนรอดชีวิตมาได้ แล้วตอนนี้เรามีเรี่ยวแรง แต่เจออุปสรรคนิดเดียวอย่าไปถอดใจ อย่ากลัว อย่าท้อ อย่าไป ยอมแพ้ ให้สู้ชีวิตสู้อุปสรรค


AQ คืออะไร?
            AQ (Adversity Quotient) ความฉลาดในการแก้ไขปัญหา คือ การวัดความสามารถในการจัดการ อุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ใครที่มีค่า AQ สูง แสดงว่าคนๆนั้น มีความสามารถที่จะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ส่วนคนที่มี AQ น้อย มักจะเป็นผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จ
             การวัดค่า AQ นั้น เกิดขึ้นจากการพบว่า คนบางคนมี IQ สูง แต่ทำไมชีวิตของเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จ บางคน IQ ต่ำกว่า แต่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่า อย่างเพื่อนเราบางคนที่จบมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน คนที่จบเกียรตินิยมอันดับ 1 ก็ไม่แน่ว่า ชีวิตจะประสบความสำเร็จมากกว่าเพื่อน บางที่เพื่อนที่จบด้วยเกรดแค่ 2 กว่าหรือ 3 นิดๆ กลับประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนที่ได้ที่ ของห้องเสียอีก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เขาได้วิจัยในเรื่องนี้แล้วพบว่า เรื่องของ AQ หรือความสามารถที่จะข้ามผ่านอุปสรรคนั้นสำคัญมาก เพราะชีวิตคนเราทุกคนจะต้องพบเจอกับอุปสรรค ลำพังแค่ความฉลาดอย่างเดียวไม่เพียงพอ ถ้าจะเปรียบเทียบก็คือ ความอดทนมีความสำคัญมาก บางคนฉลาดแม้แต่ เป็นเหมือนแก้วที่เปราะบาง สวย แต่พอมีอะไรมากระทบนิดเดียวก็แตกบางคนไม่ถึงกับฉลาดมากแต่อึด เป็นเหมือนแก้วที่มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด แต่แก้วแบบนี้ไม่แตกง่าย คนแบบนี้สุดท้ายกลับประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่เหมือนแก้วที่สวยแต่เปราะบาง


เรื่องเล่าจากมหาวิทยาลัย
                อาจารย์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า สอนลูกศิษย์มา 20 กว่าปีลูกศิษย์ที่ท่านห่วงมากมีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มที่เรียนหนังสือตกๆ หล่นๆ ต้องคอยไปช่วยเหลือเป็นระยะๆ อีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มทีมชาติ ที่แต่ละปีจะแย่งกันทำเกรด 4.00, 3.8, 3.9 ท่านจะเป็นห่วงกลุ่มนี้มาก เพราะว่ากลุ่มนี้จะคุ้นเคยแต่ความสำเร็จ ฉันต้องเป็นที่ 1 และทุกคนก็จะชื่นชมยกย่องเรียกว่าเป็นคนที่ภูมิใจในตนเองมาก 
แต่เมื่อพบปัญหาในชีวิตจริงของการทำงาน มีจำนวนไม่น้อยที่ปรับตัวไม่ทัน การที่เคยเป็นที่หนึ่งจากการอ่านหนังสือ แล้วเข้าไปสอบ ต้องต่อสู้กับแค่ตัวหนังสือไม่ได้สู้กับคนจึงชนะ แต่ชีวิตจริงต้องเจอคนหลากหลายรูปแบบ บางทีเจออุปสรรคแล้วทำใจไม่ได้ กลายเป็นคนมีปัญหาทางจิตใจไปเลยก็มี แต่ลูกศิษย์ที่ได้เกรด 3 นิดๆ 2 หน่อยๆ อาจารย์บอกไม่ต้องเป็นห่วงเพราะชีวิตเขาตั้งแต่เรียนหนังสือก็เจอปัญหาสารพัดอย่าง คอยลุ้น คอยสู้ เคยผิดหวัง เคยล้มเหลวมาแล้วจึงไม่ยอมแพ้ชีวิตง่ายๆ
            เพราะฉะนั้น AQ เป็นค่าวัดที่มีความสำคัญมากอย่างหนึ่ง คนไหนที่มี AQ สูง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน เพราะเขาจะสามารถทำภาระกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้แม้มีอุปสรรคก็ตาม


แก้ไขตนเองอย่างไรดี ถ้าเป็นคนชอบหนีปัญหา?
            เวลาเกิดปัญหาอย่าไปตกใจกลัว ให้ตั้งสติให้ดี ไตร่ตรองมองดูลู่ทางการแก้ปัญหา จากนั้นก็ให้ฮึดเดินหน้าแก้ไขให้ได้ ฝึกถามตนเองว่าอุปสรรคที่เราเจอกับการหาวิธีการบินบนท้องฟ้า การหาวิธีไปเดินเล่นบนดวงจันทร์อันไหนยากกว่ากัน วิธีการที่สามารถบินบนฟ้า ไปเดินเล่นบนดวงจันทร์เขาก็ทำกันมาแล้ว ทำไมอุปสรรคแค่นี้ เราจะแก้ไขไม่ได้ พอคิดได้อย่างนี้เราจะไม่ยอมแพ้ เดินหน้าสู้ต่อไป แต่จุดที่สำคัญ คือ อย่ากลัวปัญหา เมื่อเราไม่กลัว ปัญหาก็จะค่อยๆ หาทางคลี่คลายได้ เพราะความน่ากลัวของอุปสรรคที่มากที่สุดเกิดจากใจของเรา


                เชื่อหรือไม่ว่า นักพูดที่มีวาทศิลป์ชั้นยอด ตรึงคนเป็นแสนล้านคนให้หยุดฟังได้ ในอดีตเคยเป็นคนติดอ่างมาก่อนการติดอ่างก็น่าจะเป็นอุปสรรคในการพูดอย่างมาก แต่เขากลับกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการพูดได้ และยังสามารถเป็นผู้นำประเทศได้อีกด้วย ชายคนนี้มีชื่อว่า เบนจามินดิสราเอลี นายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ ผู้มีส่วนสำคัญในขยายอาณานิคมอาณาจักร จนอังกฤษกลายเป็นประเทศที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินเพราะมีอาณานิคมอยู่ทั่วมทุกมุมโลก เดิมตอนเด็กๆ เขาเป็นคนติดอ่าง และยังมีปมด้อยสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เขามีเชื้อสายยิว ซึ่งชาวต่างชาติมักดูถูก


            เบนจามิน ดิสราเอลี จึงต้องฝึกฝนตนเองในทุกๆด้าน เรียนหนังสือให้มีความรู้ที่ดีและตั้งใจทำงาน ส่วนเรื่องติดอ่างที่เป็นปัญหาสำคัญ เขาแก้โดยการขังตนเองไว้ในถ้ำ แล้วเอาดาบคมๆมาแขวนไว้รอบตัว คือเมื่อพูดติดอ่างเขาจะประหม่าจนตัวสั่น ถ้าทำแบบนี้เวลาที่เขาตัวสั่นเขาจะโดนมีดบาดเขาจึงบังคับตนเองให้ยืนนิ่งที่สุด แล้วจึงฝึกพูดไม่ให้ประหม่า เรียกว่าฝึกแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันเลยทีเดียว


            สุดท้ายเขาก็สามารถเอาชนะความประหม่า และการพูดติดอ่างได้สำเร็จ กลายมาเป็นนักพูดวาทศิลป์ลิ้นทองเลย พูดเมื่อไรก็สามารถสะกดคนได้สนิท เมื่อเจออุปสรรคแล้วจึงขึ้นอยู่กับว่าเราสู้หรือเปล่า ถ้าใจของเราสู้ ความสำเร็จก็จะเป็นของเรา

 

ในทางพระพุทธศาสนามีหลักธรรมอะไรบ้าง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเกี่ยวกับเรื่องการฝ่าฟันอุปสรรค?
            พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า เมื่อเราเจออุปสรรคอะไร เราต้องรู้เหตุผลที่มาของอุปสรรคนั้นก่อน ในทางพระพุทธศาสนา สาเหตุหลักของอุปสรรคมี 2 อย่างคือ
1.    เกิดจากวิบากกรรมในอดีต อดีตชาติทำอะไรไม่ดัเอาไว้วิบากกรรมก็จะตามมาส่งผล 
2.    เกิดจากความประมาทของเราในชาตินี้ เช่น ไม่สำรวมคำพูด พูดจาโอ้อวด หรือพูดข่มคนอื่นจนถูกคนอื่นเขาหมั่นไส้ วิบากกรรมจากความประมาทเหล่านี้จะมาคุกคามเราในปัจจุบัน


เมื่อรู้ที่มาของอุปสรรคเหล่านี้แล้ว เราก็จะมองเห็นทางแก้ คือ
1.    เราต้องอยู่ในบุญ เหตุในอดีตที่ทำไว้แก้ไขไม่ได้ แก้ได้อย่างเดียว คือ ต้องอยู่ในบุญ ทำบุญให้บุญไปเจือจางบาปให้อ่อนกำลังลง เพราะการสร้างบุญเหมือนการเติมน้ำลงแก้ว สร้างบาปก็เหมือนเติมเกลือลงในแก้ว เราหยุดเติมเกลือแล้วก็เติมน้ำมากๆ เกลือก็จะเจือจาง ความเค็มก็จะเบาบาง
2.    ตั้งสติให้ดี ไม่เผลอ ไม่ประมาท จะพูดอะไรคิดให้ดีก่อนพูดจะทำอะไรก็ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนทำ เพียงแค่นี้ก็จะค่อยๆเอาชนะอุปสรรคไปได้


            ตัวอย่างจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งพระองค์ทรงพบอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด คือ ในคืนที่จะตรัสรู้ธรรม พญามารยกทัพมามากมาย แต่พระบรมโพธิสัตว์ อยู่ลำพังเพียงพระองค์เดียว มารมาทวงที่นั่ง คือหินใต้ต้นโพธิ์ที่มีหญ้าคาปูอยู่ มากล่าวตู่เอาว่าที่นั่งนั้นเป็นของเขา


            พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนิ่ง ระลึกนึกถึงความดี นึกถึงบารมีที่เคยสร้างไว้ ท้ายที่สุดความดีที่พระองค์สร้างก็มาช่วยให้พ้นจากอุปสรรคครั้งนั้นไปได้ เห็นไหม เราต้องจับหลักให้ดี ถ้าเจออุปสรรคอย่าตกใจ ให้ทำใจนิ่งๆ แล้วระลึกนึกถึงบุญกุศล บุญที่เคยทำมาก็จะมาหล่อเลี้ยงใจพอบุญมาหล่อเลี้ยง เราก็จะมองเห็นช่องทางในการแก้ปัญหา
             เมื่อเราไปเจอคนที่เราต้องทำธุรกิจหรือร่วมงานกัน แล้วเขาเป็นคนไม่มีเหตุผล ให้เราทำใจนิ่งๆ ทำหน้าที่การงานของเราทุกอย่างตามหลักการ ให้ไตร่ตรองทุกเรื่อง ที่จะพูดจะทำอย่างสุขุมรอบคอบ สุดท้ายเขาจะเกรงใจเรา และเข้ามาหาเราด้วยเหตุผลแทน
            ยิ่งเจอคนที่ไม่มีเหตุผลมากเท่าไร เรายิ่งต้องสุขุมรอบคอบเป็นพิเศษ สุดท้ายปัญหาก็จะคลี่คลายได้เอง และประสบการณ์จะยิ่งหลอมให้เราหนักแน่น เป็นผู้ใหญ่ที่เป็นที่รัก และเกรงใจของทุกๆคน

 

คนในโลกนี้สามารถแบ่งกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่ม


•    กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มที่หนีปัญหา อะไรที่ทำท่าจะยากก็หลบทันที ถือคติรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
•    กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่ลงมือทำบ้างนิดๆ หน่อยๆ เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเอาได้ ทำนิดหน่อยก็เลิก
•    กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่เดินหน้า สู้จนกว่าจะประสบความสำเร็จสูงสุด


            สำหรับชีวิตของคนที่คอยหลบอยู่ตลอด เขาจะแค่พอประคับประคองเอาตัวรอดไปวันๆ หนึ่ง เมื่อเจอปัญหาจะไม่ยอมสู้ จะไม่มีวันโดดเด่นขึ้นมาเลย  อีกประเภทก็สู้นิดหน่อย สู้แล้วก็พัก คือ คนที่ตอนลำบากก็สู้ชีวิตเมื่อมีฐานะขึ้นมาก็เริ่มไปเที่ยว ถือว่าตัวเองเริ่มมีเงินแล้ว แทนที่จะสู้ชีวิตทำงานหนักต่อก็ไม่เอาแล้ว สุดท้ายเลยหยุดอยู่แค่นั้น  แต่คนประเภทเดินหน้าสู้ปัญหาอย่างไม่หยุดยั้ง และพัฒนาอย่างตลอดต่อเนื่อง สุดท้ายก็จะกลายเป็นเศรษฐี ที่รวยเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสนล้านได้ในที่สุด ชีวิตจริงเดินพื้นราบมันง่าย แต่ถ้าเดินขึ้นเนินมันต้องออกแรงมาก ย่างถ้าตอนปีนขึ้นเขาด้วย ก็จะยิ่งเหนื่อยมาก อย่างการปีนขึ้นภูกระดึงระหว่างที่เดินขึ้นเขา เราจะรู้สึกเหนื่อยจนแทบหมดแรง แต่เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูกระดึงได้แล้ว จะพบกับบรรยากาศเหมือนดั่งสรวงสวรรค์ จากยอดเขาสูงสามารถมองได้ไกลเป็น 10 เป็น 100 กิโลเมตร เหมือนกัน ถ้าเราเจออุปสรรค แล้วสามารถก้าวข้ามอุปสรรคนั้นไปได้ ยิ่งข้ามได้มากเท่าไร ชีวิตเราก็จะยิ่งสูงขึ้น วิสัยทัศน์ก็จะกว้างไกลมากขึ้นสิ่งดีๆจะรอเราอยู่หลังอุปสรรค เพราะเรากำลังจะเข้าใกล้สวรรค์

 

----------------------------------------------------------------

หนังสือของสำนักพิมพ์ ทันโลกทันธรรม โดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
http://www.tltpress.com/

วางแผงจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือ
ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ , นายอินทร์ , ศูนย์หนังสือจุฬา , คิโนะคุนิยะ , บุ๊คสไมล์ ฯลฯ