อาสันนกรรมฝ่ายอกุศลกรรม

วันที่ 29 สค. พ.ศ.2558

 

 อาสันนกรรมฝ่ายอกุศลกรรม

            อาสันนกรรมฝ่ายอกุศลกรรม คือ กรรมฝ่ายบาปหรือฝ่ายชั่วที่จะชักนำผู้ที่กระทำอาสันนกรรมให้ไปเกิดในทุคติภูมิหลังจากที่ละโลกไปแล้ว

 

กรณีศึกษาจากพระไตรปิฎก

เกิดเป็นนาคเพราะกรรมที่นึกถึงก่อนตาย 14)

            ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ มีชายหนุ่มคนหนึ่งมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ปรารถนาที่จะนำตนออกจากกองทุกข์ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร จึงสละทรัพย์สมบัติออกจากเรือนบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุแล้วก็ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมเป็นอย่างดี วันหนึ่งท่านมีความประสงค์จะเดินทางไปหาสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม จึงได้โดยสารเรือลำหนึ่ง ในขณะที่เรือแล่นอยู่ ท่านเผลอเอามือจับตะไคร่น้ำ จนตะไคร่น้ำขาดติดมือทำให้ท่านได้สติว่าต้องอาบัติเพราะพรากของเขียว แต่ก็คิดว่าเป็นอาบัติเล็กน้อยคงไม่เป็นไร จึงไม่ได้แสดงอาบัติอันเป็นวิธีออกจากอาบัติของพระภิกษุ

            เมื่อพบสถานที่ที่เห็นว่าเหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม ท่านก็ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมอย่างเต็มที่ ลงมือปฏิบัติด้วยความเพียรเป็นเวลานานถึง 20,000 ปี ก็ยังไม่บรรลุคุณธรรมวิเศษอันใดจนกระทั่งแก่ชรา ในเวลาที่ท่านใกล้จะมรณภาพ ท่านนึกถึงเหตุการณ์ที่ได้ทำตะไคร่น้ำขาด จึงเกิดความวิตกกังวลในใจว่าตนต้องอาบัติ แล้วก็มรณภาพทั้งๆ ที่มีจิตเศร้าหมองนึกถึงอาบัติของตน จากความกังวลว่าตนต้องอาบัตินั้นจึงเป็นอาสันนกรรมฝ่ายอกุศลกรรมชักนำให้ท่านไปเกิดเป็นพญานาคราช ชื่อว่า เอรกปัตตะ

 

อาสันนกรรมฝ่ายกุศลกรรม

            อาสันนกรรมฝ่ายกุศลกรรม คือ กรรมฝ่ายบุญหรือกรรมฝ่ายดี ที่จะทำให้ผู้ที่ทำอาสันกรรมฝ่ายกุศลกรรมนี้ไปบังเกิดยังสุคติภูมิหลังจากที่ตายไปแล้ว

 

กรณีศึกษาจากพระไตรปิฎก

ชีวิตหลังความตายของมัฏฐกุณฑลี15)

            ในสมัยพุทธกาล ในเมืองสาวัตถี มีพราหมณ์คนหนึ่งเป็นคนตระหนี่ ไม่ยอมให้สิ่งของแก่ใครๆ ผู้คนจึงพากันเรียกว่า อทินนปุพพกะ เขามีบุตรชายอันเป็นที่รักเพียงคนเดียว ทั้งที่เขาปรารถนาที่จะทำเครื่องประดับให้กับบุตรชาย แต่ด้วยความที่เป็นคนตระหนี่จึงได้ลงมือทำเครื่องประดับด้วยตนเอง โดยเอาทองคำมาทำเป็นตุ้มหูเกลี้ยง ไม่มีลวดลายให้แก่บุตรชาย ผู้คนจึงพากันเรียกบุตรชายของเขาว่า มัฏฐกุณฑลี ซึ่งแปลว่า นายตุ้มหูเกลี้ยง

            ต่อมาเมื่อบุตรชายของเขาอายุได้ 16 ปี ได้ป่วยเป็นโรคผอมเหลือง ภรรยาของเขาจึงบอกให้เขาหาหมอมารักษาบุตรชาย แต่ด้วยความตระหนี่เขาจึงเพียงแต่เดินทางไปถามสูตรยาจากหมอเพื่อเอามารักษาบุตรชาย แต่โรคกลับมีอาการหนักยิ่งขึ้น พราหมณ์จนปัญญาที่จะรักษา จึงไปพาหมอมารักษา แต่เมื่อหมอมาดูอาการแล้วได้ปฏิเสธที่จะรักษา เนื่องจากอาการของมัฏฐกุณฑลีหนักมากเกินกว่าที่จะรักษา

 

           เมื่ออาการป่วยของบุตรชายหนักยิ่งขึ้น พราหมณ์จึงนำบุตรชายไปนอนที่ระเบียงภายนอกบ้าน เพราะกลัวหมู่ญาติที่มาเยี่ยมบุตรชายจะเห็นทรัพย์สมบัติของตน ครั้นเวลาใกล้รุ่งวันหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จออกจากนิโรธสมาบัติ ทรงตรวจดูสรรพสัตว์ที่จะทรงโปรด ในข่ายพระญาณของพระพุทธองค์ได้ปรากฏภาพของมัฏฐกุณฑลีขึ้น เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาถึงประโยชน์ที่จะเสด็จไปในที่นั้นแล้ว จึงเสด็จเข้าไปถึงประตูบ้านของพราหมณ์ ซึ่งในขณะนั้น มัฏฐกุณฑลีนอนหันหน้าเข้าไปภายในบ้าน พระพุทธองค์จึงเปล่งพระรัศมีวาบหนึ่ง ทำให้มัฏฐกุณฑลีเห็นแสงแล้วสงสัยว่าเป็นแสงอะไร จึงพลิกตัวกลับไป เมื่อเห็นพระบรมศาสดาก็คิดว่า เพราะบิดาของเขาเป็นคนตระหนี่ ทำให้เขาไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ไม่ได้ถวายทาน และฟังธรรม แต่เดี๋ยวนี้แม้แต่มือสองข้างก็ยกไม่ไหว ไม่สามารถทำประการใดได้ จึงทำเพียงจิตให้เลื่อมใส เมื่อพระพุทธองค์ทราบว่าเขาทำจิตให้เลื่อมใสแล้วจึงเสด็จหลีกไป มัฏฐกุณฑลีก็ได้เสียชีวิต แล้วไปบังเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในวิมานทองสูง 30 โยชน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

            มัฏฐกุณฑลีไม่ได้ทำทานหรือฟังพระธรรมเทศนาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย แต่ได้ทำจิตให้เลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลาที่ใกล้ตาย จึงทำให้ได้ไปบังเกิดเป็นสหายของเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยผลของอาสันนกรรมฝ่ายที่เป็นกุศลกรรมนั่นเอง

-------------------------------------------------------------------

14) เรื่องนาคราชชื่อเอรกปัตตะ, อรรถกถาขุททกนิกาย คาถาธรรมบท, มก. เล่ม 40 หน้า 39.
15) เรื่องมัฏฐกุณฑลี, อรรถกถาขุททกนิกาย คาถาธรรมบท, มก. เล่ม 40 หน้า 39.

GL 203 กฎแห่งกรรม
กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0010143677393595 Mins