อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 2

เรื่องที่ ๑๕ ปาฏิหาริย์หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ

เรื่องที่ ๑๕ ปาฏิหาริย์หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ
 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๑ เป็นวันรวมพลังผู้นำบุญทดแทนคุณผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ผู้คนจำนวนมากมาประชุมกันที่อาคารสภาธรรมกายสากล (หลังใหม่) วัดพระธรรมกาย ภาคเช้า พระราชภาวนาวิสุทธิ์แสดงพระธรรมเทศนา และสอนการปฏิบัติธรรมเป็นปกติประจำวันอาทิตย์ในเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ กลางวัน สาธุชนผู้พบเหตุการณ์อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุเล่าประสบการณ์
ภาคบ่าย พระเดชพระคุณหลวงพ่อแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ และมีพิธีรับพระมหาสิริราชธาตุ หลังจากนั้นจึงร่วมเดินทางไปปฏิบัติธรรมอธิษฐานจิต และถ่ายภาพที่มหาธรรมกาย เจดีย์
วัตถุประสงค์ในการจัดประชุมครั้งนี้มุ่งหมายเพื่อเชิญชวนสาธุชนสร้างพระธรรมกาย ประดิษฐานที่แกนกลางขององค์เจดีย์ บูชาพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมีคำขวัญว่า "ทุ่มชีวี...เหมาหมดแกนแทนคุณ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ภายใน ๕ ก.ย. นี้"

เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจริง ผู้คนนับเป็นร้อยๆ คนเห็นด้วยตาตนเอง ต่างออกความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ครั้งนี้จะเล่าไว้เพียง ๒ รายก่อน หากมีโอกาสอาจทยอยเล่ารายอื่นๆ ต่อไปอานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ พระดูดทรัพย์ เรื่องที่ ๑๕ ปาฏิหาริย์หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ

รายแรกชื่อ คุณวรรณี ทองพิพัฒกุล ชาวกรุงเทพมหานคร เล่าว่า เมื่อเลิกพิธีในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ขณะเดินมาเพื่อขึ้นรถกลับบ้านพร้อมเพื่อนชื่อ ณัฐกมล ได้ยินเสียงชายสูงอายุผู้หนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นว่า

"หลวงพ่อสดอยู่บนดวงอาทิตย์ หลวงพ่อสดอยู่บนดวงอาทิตย์ หลวงพ่อสดอยู่บนดวงอาทิตย์" ทุกคนที่ได้ยินเสียงตะโกนต่างพากันหยุดเดิน แล้วแหงนมองไปที่ดวงอาทิตย์ คุณวรรณีไม่กล้ามองเต็มที่ เกรงแสงแดดทำอันตรายดวงตา จึงถามเพื่อนว่า
"ณัฐ เธอเห็นมั้ย เห็นหลวงพ่อสดที่ดวงอาทิตย์มั้ย"
เสียงเพื่อนตอบเต็มเสียงอย่างตื่นเต้น แสดงว่ากล้ามองดวงอาทิตย์
"นั่นไง หลวงพ่อ มีสีเหลือง สีชมพู สวยจริงๆ "
คราวนี้คุณวรรณีลืมกลัวแสงอาทิตย์ทำอันตรายดวงตาเสียโดยสิ้นเชิง มองดวงอาทิตย์เต็มตา แสงอาทิตย์ไม่แผดกล้า กลับมีสีเหลืองสดใสปนกับสีชมพูเข้มบ้างอ่อนบ้าง เหมือนสีกลีบบัว มองได้เต็มตา ไม่ระคายเคือง คุณวรรณีเห็นดังนั้นก็คิดว่า แสงแดดไม่แผดจ้าเพราะมีเมฆก้อนใหญ่บังไว้นี่เอง เมฆทำให้พระอาทิตย์สะท้อนแสงเป็นสีสวยมากจริงๆ ครั้นมองไปยังก้อนเมฆที่หุ้มดวงอาทิตย์อยู่ก็ต้องตกตะลึง ลักษณะก้อนเมฆเป็นรูปร่างหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญอยู่ในท่านั่งสมาธิ มีดวงอาทิตย์สีสวยงามอยู่กลางท้องท่าน เห็นรูปร่างชัดเจน ส่วนสัดของร่างกายบริบูรณ์ครบตั้งแต่ศีรษะ ลำคอ ไหล่ ช่วงแขน ลำตัว กระทั่งท่อนขานั่งขัดสมาธิ จะมองเป็นภาพอื่นไปไม่ได้เลย


คุณวรรณีและเพื่อนยืนดูอยู่นานประมาณ ๕ นาทีด้วยความปีติใจ แล้วจึงเดินทางกลับ ขณะนั้นเกิดความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่า ภายในวันที่ ๕ กันยายนนี้ จะต้องมีผู้นำบุญสร้างองค์พระครบจำนวนแน่นอน หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ท่านแสดงปาฏิหาริย์ให้กำลังใจ สำหรับตัวคุณวรรณีเองตั้งใจตั้งแต่เช้ามาแล้ว ขณะที่เห็นพระราชภาวนาวิสุทธิ์ท่านฉันยาระหว่างที่แสดงพระธรรมเทศนา ในใจคิดว่า "หลวงพ่อเจ้าขา หลวงพ่อไม่สบาย หนูสงสารหลวงพ่อ หนูต้องช่วยชวนคนทำบุญสร้างพระบูชาคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ตามที่หลวงพ่อตั้งใจให้สุดกำลัง ต้องสร้างให้ครบจำนวนอย่างช้าวันอาทิตย์ที่ ๕ กันยายนนี้ให้ได้"


ขณะที่เล่าเรื่องให้ฟังทางโทรศัพท์ ในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๑ คุณวรรณีได้ชักชวนผู้คนทำบุญได้แล้วประมาณสิบกว่าราย ส่วนคุณณัฐกมลทำงานอยู่กับบิดามารดา พูดกับคุณวรรณีในขณะเห็นเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ว่า "คืนนี้ฉันจะต้องขอเงินพ่อแม่สร้างพระถวายหลวงพ่อสดให้ได้"


ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จ และชักชวนคุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งญาติสนิทมิตรสหายให้ได้อีกหลายๆ คน อย่าให้น้อยหน้าคุณวรรณีเป็นอันขาด ได้เห็นปฏิหาริย์ด้วยตาตนเองทั้งสองคน อนุโมทนาบุญด้วยจริงๆ

รายที่สอง คุณนงชนก ปัญญาจงเจริญ พนักงานองค์การโทรศัพท์ เล่าให้ฟังเมื่อวันที่ ๑ กันยายนว่า เมื่อเลิกพิธีในตอนเย็นวันที่ ๓๐ สิงหาคม ขณะเดินตามทางเพื่อมาขึ้นรถพร้อมเพื่อนและญาติๆ ของเพื่อน มีคุณนิตยา คุณเรณู คุณนพเกล้า นามสกุล ขันธ์นภา ทุกคน เพราะเป็นพี่น้องสามสาวโสด คุณประเทือง เป็นญาติข้างสามีของลูกพี่ลูกน้อง หลานสาวหนึ่งคน และญาติอีกสองคน


ขณะเดินจากมหาธรรมกายเจดีย์มาได้ประมาณ ๑๐ นาที เสียงเด็กสาวคนหนึ่งในหมู่คนที่เดินตามมาข้างหลังพูดเสียงดังกับมารดาด้วยความตื่นเต้นว่า "แม่จ๋า ดูซี รูปหล่อทองคำหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ อยู่ในดวงอาทิตย์ หลวงพ่ออยู่ในดวงอาทิตย์ ดูซีแม่ ดูซีแม่"


ทุกคนที่ได้ยินเสียงเด็กสาวต่างพากันหยุดเดิน ยืนนิ่งอยู่กับที่ หันหน้ามองดวงอาทิตย์กันหมด ต่างพากันเห็นด้วยสายตาตนเองอย่างชัดเจน กระทั่งภาพปาฏิหาริย์เปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์ไปต่างๆ นานา ทุกคนก็เห็นเหมือนกันหมด ดังนี้คือ


เริ่มต้นเห็นเหมือนรูปหล่อทองคำสุกปลั่งของหลวงพ่อวัดปากน้ำฯอยู่กลางดวงอาทิตย์ ครั้นแล้วรูปหล่อก็ขยายขนาดออกช้าๆ กระทั่งคลุมดวงอาทิตย์ทั้งดวง กลายเป็นพระอาทิตย์อยู่ในท้องรูปหล่อทองคำเวลานั้นท้องฟ้าใสสะอาด ปราศจากเมฆหมอก รูปทองคำองค์ใหญ่จึงชัดเจนมาก ลอยทาบท้องฟ้าอยู่


ตอนนี้ญาติผู้ชายชื่อคุณประเทือง ของกลุ่มสามสาวโสดทรุดตัว คุกเข่าลงกับพื้นดิน ก้มกราบแล้วกราบเล่า ๓ ครั้ง (ปกติเป็นคนเชื่ออะไร ยาก แต่ภาพที่เห็นชัดเจนมากจนหมดความดื้อ) พร้อมกับส่งเสียงพูดว่า


"หลวงพ่อครับ ขอให้ลูกเข้าถึงพระธรรมกายโดยเร็วพลันด้วยครับ"


จากนั้นภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำฯทองคำก็เปลี่ยนเป็นสีต่างๆ คือจากสีทองสุกปลั่ง เป็นสีเหลือง สีส้ม สีชมพูแก่ และเป็นสีฟ้าครามเข้มตัดกับสีฟ้าของพื้นท้องฟ้า ทั้งภาพหลวงพ่อยังย้ายที่ตั้งไปต่างๆ มีทั้งอยู่ใน ดวงอาทิตย์ ออกมานอกดวงอาทิตย์ ย้ายมาอยู่ข้างขวาบ้าง ซ้ายบ้าง ข้างล่างบ้าง ข้างบนบ้าง รอบๆ ดวงอาทิตย์ พอภาพเปลี่ยนที่ตั้ง คนเห็นก็ร้องถามกัน ทุกคนก็ตอบว่าเห็นตรงกันเป็นส่วนมาก ส่วนบางคนเห็นเป็นพระมหาสิริราชธาตุก็มีอยู่หลายราย มีน้อยคนเต็มทีที่เห็นแต่แสงอาทิตย์มีสีสวยงามแปลกตา ไม่เห็นรูปร่างอย่างอื่น ขณะนั้นผู้คนยืนดูกันเป็นกลุ่มๆ รวมแล้วเกินกว่าร้อยคน


เมื่อยืนชมนานพอสมควรราว ๑๐ นาที ก็พากันเดินต่อ มาจนกระทั่งถึงรถยนต์ที่จอดอยู่ คุณนงชนกแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้งก่อนก้าวขาขึ้นรถ ครั้นแล้วต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อปรากฏว่าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมหาธรรมกายเจดีย์ ท้องฟ้าเบื้องบนมีรูปร่างชัดเจนเป็นรูปหล่อทองคำสุกปลั่งของหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ลอยเด่นอยู่ ขนาดใหญ่โตนับเป็นสิบๆ เท่าของรูปที่ลอยอยู่กับดวงอาทิตย์ รูปนี้อยู่ทิศตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ วงหน้าของรูปหล่อเป็นสีชมพูเข้ม ส่วนตรงบริเวณองค์ท่านเป็นสีส้มทั้งองค์ คุณนงชนกตะโกนเรียกให้ใครๆ ดูกันอีกครั้ง ต่างก็พากันเห็น รูปนั้นปรากฏอยู่นานหลายนาที ในที่สุดภาพทั้งหมดจึงจางชมพูเข้มและสีส้ม กลายเป็นสีฟ้าครามเข้ม ตัดกับสีฟ้าธรรมดาของท้องฟ้าชัดเจนอีกครู่ใหญ่ แล้วจึงจางหายไป


รายนี้เห็นแล้วมีกำลังใจเช่นเดียวกับรายแรก พร้อมที่จะชักชวนผู้คนทำบุญสร้างองค์พระบูชาคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ยังเล่าเพิ่มเติมถึงอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุว่า เธอปรารถนาได้ไว้บูชาสักหนึ่งองค์ แต่เมื่อมีเงินไม่พอทำบุญ ก็ไม่ต้องการยืมใคร เวลานั่งสมาธิครั้งใดก็คิดถึงแต่องค์พระมหาสิริราชธาตุ จนบางครั้งเห็นองค์ท่านชัดเจนอยู่ในศูนย์กลางกาย จึงอธิษฐานขอพรจากท่านว่า หากตนเองมีบุญจะได้เป็นเจ้าของแล้ว ขอให้มีคนเอาเงินมาใส่มือให้ยืมด้วยความเต็มใจ ไม่ต้องออกปาก


พอออกจากสมาธิ เพื่อนชื่อ คุณนพเกล้า ออกปากให้ยืมเงินโดยโอนเงินจากบัญชีเข้าวัดให้ในชื่อทำบุญของคุณนงชนก ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พอวันที่ ๒๓ สิงหาคม ยังไม่ถึงวันกำหนดรับพระมหาสิริราชธาตุ แต่มีผู้มีสิทธิ์รับติดธุระมาวัดไม่ได้ คุณนงชนกได้รับสิทธิ์แทน


เมื่อรับไปแล้ว นำกลับไปบ้านใช้ไฟฉายส่องดูเห็นที่เนื้อหินระหว่างอุณาโลมขององค์พระมีเหมือนเพชรเม็ดเล็กๆ สะท้อนแสงไฟฉายสุกสว่าง เป็นประกายระยิบระยับเหมือนแสงเคลื่อนไหวดิ้นได้ ทำให้นึกชมช่างผู้ทำว่า "เก่งจริงนะ เอาเพชรเม็ดเล็กนิดเดียว ฝังไว้ในเนื้อหินได้ยังไง"


ขณะเดียวกันก็คิดขึ้นมาว่า พระองค์นี้มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนของคนอื่นๆ น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฝึกฝนจนได้สมาธิขั้นสูง (ทำวิชชา) แล้วถ้าอย่างไรควรนำไปถวายคืนพระเดชพระคุณหลวงพ่อดีกว่า


สัปดาห์ถัดมา ในวันอาทิตย์จะนำพระไปถวายคืน นำออกมาดูอีกครั้ง มองไม่เห็นเพชรสุกใสตรงอุณาโลมของท่านอีกแล้ว จึงตกลงใจแขวนคอไว้อย่างเดิม นั่งทำสมาธิจิตตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ในพรรษานี้ โดยนึกอาราธนาพระมหาสิริราชธาตุ ไว้เป็นนิมิตที่ศูนย์กลางกายเหมือนเคย


เมื่อออกจากสมาธิ บังเอิญองค์พระที่ห้อยคออยู่ท่านแกว่งกลับด้านหลังออกมาทางหน้า คนที่นั่งใกล้ทักว่า


"ทำไมด้านหลังองค์พระของคุณเป็นรูปใบโพธิ์สีแดง เต็มเกือบทั้งองค์เลย ดีจังนะ"


คุณนงชนกรู้สึกแปลกใจมาก เพราะวันแรกที่รับองค์พระไป สังเกตดูแล้ว ทั้งส่่องด้วยไฟฉายอย่างถี่ถ้วน นอกจากเห็นเพชรที่อุณาโลมแล้ว ธาตุสีแดงขยายจนเกือบเต็มหลัง และยังเป็นรูปใบโพธิ์ชัดเจนอีก


พบความอัศจรรย์อย่างนี้แล้ว คุณนงชนกถือว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญของเธอแสดงอานุภาพให้เห็น ทำให้มีศรัทธาเลื่อมใสยิ่งขึ้น ตั้งใจร่วมงานบุญช่วยกิจการของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจนสุดกำลัง

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร