อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 4

เรื่องที่ ๓๒ อานุภาพความเชื่อมั่น

เรื่องที่ ๓๒ อานุภาพความเชื่อมั่น
 

คุณนพรัตน์ พันธ์เพ็ชร์ เล่าว่า เธอมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่เลือกงานว่าสะอาดหรือสกปรก ขอให้ทำแล้วได้เงินมา เช่น รับจ้างขนขี้หมา ขนหมาตายเน่าเฟะอยู่ใต้ถุนบ้านเตี้ยๆ ต้องคลานเข้าไปก็ยอมทำ ได้ค่าจ้างไม่แน่นอน ส่วนมากแล้วแต่น้ำใจคนว่าจ้าง เช่น ขี้หมาแห้งค่าขนไปทิ้งราคา กองละ ๓ บาท ขี้หมาเปียกราคากองละ ๑๐ บาท หมาตายจนเน่าตัวละ ๑๐๐ บาท ถ้าใช้น้ำยาดับกลิ่นราดให้ด้วย ผู้ว่าจ้างมักให้เพิ่มอีก ๕๐ บาท

ส่วนสามีคุณนพรัตน์มีอาชีพขับรถรับจ้าง คุณนพรัตน์มาวัดพระธรรมกายครั้งแรกโดยการชักชวนของกัลยาณมิตรชื่อหมวย คุณหมวยชวนทำบุญสร้างองค์พระประดิษฐานบนมหาธรรมกายเจดีย์ ทยอยบุญงวดละหนึ่งพันบาท คุณนพรัตน์มีเงินอยู่ ๒ บาท แต่ต้องการทำบุญหนึ่งพันบาทอย่างแรงกล้า เมื่อกลับถึงบ้านจึงเอ่ยปากขอสามี ได้รับคำตอบจากสามีว่า "ทำบุญอะไรตั้งพัน คนอื่นเขาทำกัน ๕ บาท ๑๐ บาท มึงทำตั้งพัน กูไม่ให้หรอก"


คุณนพรัตน์จึงตอบผู้เป็นสามีไปว่า "ถ้าไม่ให้เงินตามที่ขอละก็ จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อยู่ไม่ได้สร้างบุญ ไม่ได้สร้างกุศล อยู่ไปทำไม ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไปก็แล้วกัน" สามีฟังแล้วยอมให้เงินหนึ่งพันบาท


ต่อมาคุณนพรัตน์แอบเห็นสมุดบัญชีเงินฝากของสามี มีเงินอยู่ในธนาคารถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงออกปากขอเงินทั้งหมดไปทำบุญสร้างพระให้ครบองค์ไม่ต้องผ่อนส่ง สามีพูดด้วยความเหลืออดว่า


"เอาไปทำบุญอีกเรอะ เมินเสียเถอะ กูไม่ให้ จะหนีก็หนีไปเถอะ พันหนึ่งก็ให้ยากอยู่แล้ว นี่จะเอาตั้งหมื่น กูไม่สนใจแล้ว จะหนีไปไหนก็ไป"


คุณนพรัตน์ไม่สิ้นความพยายามอ้อนวอนต่อไป "พี่ถอนมาเถอะนะ ให้ฉันทำบุญแล้วเงินจะมาหาให้พี่มากกว่านั้น ถ้าไม่จริงอย่างที่ฉันพูด ฉันยอมนอนให้พี่กระทืบได้เลย"

สามียืนกรานปฏิเสธ คุณนพรัตน์อธิษฐานขอพรหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ถึง ๓ วัน ไม่สำเร็จ จึงนำสายสร้อยของตนเองไปจำนำขาดที่โรงรับจำนำ ได้เงินมา ๑๓,๐๐๐ บาท นำเงินไปทำบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้ตนเอง

อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ พระดูดทรัพย์ เรื่องที่ ๓๒ อานุภาพความเชื่อมั่น

ต่อมาคุณนพรัตน์ต้องการให้สามีทำบุญสร้างองค์พระให้ตัวเขาเองบ้าง จึงชักชวนอีกครั้ง คราวนี้สามีโกรธถึงกับขว้างจานขว้างมีดใส่คุณนพรัตน์ แล้วท้าทายว่า ถ้าบุญช่วยได้จริงๆ เขาจะร่อนจานใส่หน้าคุณนพรัตน์ ถ้าจานไม่ถูกหน้าแสดงว่าบุญช่วยจริง ก็เป็นเรื่องแปลกจานที่ร่อนมาไม่ถูกหน้า แต่ไปถูกข้อศอกแทน ทำให้ถึงกับมีแผลเลือดออก สามีจึงจำเป็นต้องยอมทำบุญ

เวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง คุณนพรัตน์ขอสามีสร้างองค์พระประจำตัวให้กับแม่ของตนเอง คราวนี้สามีไม่แสดงอาการโกรธขึ้นมาเหมือนครั้งก่อน แต่พูดว่า

"เออ เดี๋ยวกูจะให้เงินไปสร้างพระให้แม่มึงนะ เพราะกูเห็นแก่แม่มึง แต่พ่อมึงกูไม่เห็นกูไม่สร้างให้" ได้ยินสามีรับปากก็ดีใจ คิดว่าคงสร้างองค์พระ ผ่อนส่งเดือนละหนึ่งพันบาท ๑๐ เดือนก็ครบแต่เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ส่งเพียงแค่ ๓ เดือน ครบหนึ่งหมื่นเต็มองค์ สร้างเสร็จมารดามาเข้าฝันพูดว่า

"ลูกเอ๋ย มึงเป็นใครมาเกิด มึงถึงได้สร้างบุญใหญ่บุญโตให้กู" ในฝันคุณนพรัตน์กอดมารดาไว้แน่น ตอบท่านว่า "แม่ไม่ต้องถามว่า ฉันเป็นใครมาเกิด" แม่จึงว่า "ดีจริงๆ บุญสร้างองค์พระนี่ใหญ่โตมาก พ่อเราก็ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้ามา ป่่านนี้คงมีบาปกรรมตกนรกนะ"

เมื่อแม่มาเตือนเรื่องพ่อในฝัน ทำให้คุณนพรัตน์คิดทำบุญสร้างพระให้บิดา โดยทำแบบผ่อนส่งเช่นเดิม เริ่มต้น ๑,๐๐๐ บาท แล้วพูดขอสามีอีก ถูกปฏิเสธตามเดิมว่า "กูไม่สร้างหรอก" เวลาผ่านไปเป็นปี คุณนพรัตน์ยังเก็บเงินทำบุญผ่อนส่งต่อไม่ได้ ต้องตั้งอธิษฐานจิตขอหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกตามเคย

"พ่อหนูเขาจะชั่วหรือดีก็เป็นพ่อของหนู เขาทำบาปทำกรรมเพราะลูก ฆ่าเนื้อ ฆ่าปลามาให้ลูกกิน ขอหลวงปู่สดช่วยหนูด้วย ให้หาเงินมาสร้างองค์พระให้พ่อจนครบไวๆ "

เป็นเรื่องประหลาดอีกแล้ว อธิษฐานได้ไม่กี่วัน มีรายได้ปุ๊ปปั๊บ เต็มหมื่น ทำบุญให้พ่อได้ครบ พ่อมาเข้าฝันให้เห็น พ่อนอนคว่ำหน้าพูดกับเธอว่า

"กูดีใจนะ ที่มึงสร้างบุญให้กู กูได้บุญทำให้มีสิทธิ์ไปเกิดเป็นคนได้แล้วนะ มึงไปดูกูมั่ง"

ในปีต่อมาได้ไปเยี่ยมญาติที่ราชบุรี มีหลานชายเกิดใหม่ได้ไม่นาน หน้าตาเหมือนบิดาของเธอเป็นพิมพ์เดียวกัน เห็นแล้วมั่นใจทันทีว่าพ่อมาเกิดเป็นเด็กคนนั้น คุณนพรัตน์พูดกับเด็กว่า

"ชาตินี้ พ่อมาเกิดใหม่ เอาบุญ เอาศีลเอาธรรมมานะ อย่าเอาความเจ้าชู้เหมือนชาติที่แล้วมานะ" คุณนพรัตน์ย้ำว่า อานุภาพของบุญสร้างองค์พระอุทิศให้ผู้ตายยิ่งใหญ่จริงๆ

เวลาต่อมาทางวัดเชิญชวนทำบุญสร้างองค์พระบูชาธรรมคุณยายอาจารย์ คุณนพรัตน์เดินไปเชิญชวนผู้คน บางครั้งก็ถูกไล่ส่ง บางรายจะยอมทำบุญหนึ่งหมื่นบาท แต่ต้องเอาเหรียญที่ระลึกรุ่น "เหรียญสำเร็จ" มาให้ หาเหรียญให้เขาไม่ได้จึงไม่ได้่รับเงินทำบุญ อย่างไรก็ตามในที่สุดสามารถรวบรวมเงินทำบุญได้พอสร้างองค์พระให้คุณยายอาจารย์ได้ ๒ องค์ ปลื้มใจมากที่สุด

ต่อมามีเรื่องที่ทำให้สามีเริ่มมีสัมมาทิฎฐิขึ้นมา คือเขาฝันเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ มาพบแล้วพูดว่า "วัดพระธรรมกายกำลังสร้างบุญใหญ่ทั้งนั้น มึงรีบมาช่วยสร้างให้เสร็จนะ"

ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ขัดขวางในเรื่องที่คุณนพรัตน์ตระเวนชวนคนทำบุญ เหมือนที่เคยคัดค้านแต่เดิม
ครั้งหนึ่งกลับจากเชิิญชวนผู้คนทำบุญดึกเกินไป ถึงบ้านเป็นเวลาเที่ยงคืน ถูกสามีซักด้วยความโกรธ ทำให้ทะเลาะทุ่มเถียงกัน ในที่สุดสามีเหวี่ยงรูปคุณยายในใบบอกบุญทิ้งแล้วเดินออกจากบ้านไป คุณนพรัตน์รีบอธิษฐานจิตขอพรคุณยายอาจารย์ว่า "ขอให้คุณยายช่วยเรียกสามีกลับด้วยเถิด" เพียงครู่เดียว สามีเดินกลับมาพร้อมกับพูดว่า "ใบบอกบุญใบเก่า กูไม่เอา กูจะเอาใบใหม่ไปช่วยมึงบอกบุญ"

จากนั้นคุณนพรัตน์เล่าเรื่องอัศจรรย์เพิ่มอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องการมีบ้านเป็นของตนเอง แต่เดิมครอบครัวของเธออาศัยอยู่ในที่ดินของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาทางมหาวิทยาลัยต้องการพื้นที่คืน จึงขอใ้ห้ทุกคนที่อาศัยอยู่อพยพย้ายที่อยู่ คุณนพรัตน์ใช้วิธีอธิษฐานขอจากหลวงพ่อวัดปากน้ำเช่นที่เคยทำ ขอให้มีบ้านของตนเองอยู่เสียที ไม่ต้องเช่าใคร

เป็นเรื่องประหลาดอย่างยิ่ง ภายในเวลา ๓ เดือนนั้นเอง สามีของเธอมีรายได้เพิ่มมาก จนมีเงินครบแสนบาท พอสร้างบ้านอยู่กันได้อย่างสบาย แต่ไม่ได้ขอพรให้มีที่ดินด้วย จึงเลยยังต้องเช่าที่ดินปลูกบ้าน

สำหรับเรื่องการปฏิบัติธรรม ก็มีเหตุการณ์อัศจรรย์อยู่ไม่น้อย เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม (ไม่ได้บอกปี) นั่งสมาธิ จิตใจไม่ยอมสงบ มีเสียงเด็กๆ ที่ผู้ปกครองนำมาวัดด้วย นั่งอยู่ใกล้ๆ ทำเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไร ใจก็ไม่ยอมหยุดนิ่ง จึงอธิษฐานจิตนึกถึงคุณยายอาจารย์ ขอให้ท่านส่งบารมีช่วยให้จิตใจสงบ ว่างเปล่า ให้เกิดความสว่างไสวขึ้นภายใน ให้รู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาของพระพุทธเจ้า สักครู่หนึ่งเห็นภาพในนิมิตเป็นคุณยายอาจารย์ ลอยมาในท้องฟ้า เสื้อผ้าสีขาวนวล ลอยมาบนเมฆ คุณยายท่านยกมือพรึบขึ้นเป็นสัญญาณให้เธอ ทันใดนั้นคุณนพรัตน์รู้สึกว่า จิตใจโปร่ง โล่ง เบา ใส ข้างๆ ตัวจะมีเสียงใครทำอะไรตุ๊บตั๊บ ไม่สนใจแล้วเห็นภาพคุณยาย ลอยอยู่บนเมฆ ใจสบาย โล่ง เบา มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

บางครั้งเมื่อไปเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง ก็มีผู้ไม่เชื่อบ้างกล่าวว่าทำให้เธอเสียใจ เธอจึงอธิษฐานต่อเลยว่า หากวัดพระธรรมกายเป็นเนื้อนาบุญบริสุทธิ์ มีพระที่เป็นสาวกแท้จริงของพระพุทธเจ้ามาเกิด ขอให้เงินทำบุญแค่จำนวนพันของเธอ ไปดึงให้เธอมีเงินหมื่น ให้เงินทำบุญหมื่นของเธอไปดึงให้เธอมีเงินแสน ให้เงินทำบุญแสนของเธอไปถึงมีเงินล้าน ขอความปรารถนาทำบุญเงินล้านของเธอจงสำเร็จ จงสำเร็จ

เมื่อเธอได้มีโอกาสเข้าพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เธอกลับมีใจใหญ่ไม่พูดแค่ขอให้มีเงินทำบุญล้านเดียวเสียแล้ว เธอพูดขอพรจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ให้เธอมีเงินทำบุญ ๑๐ ล้าน

คุณนพรัตน์เล่าเรื่องราวความเป็นมาในการทำบุญของเธอ เริ่มมาตั้งแต่ทำบุญได้เพียง ๒ บาทในครั้งแรก และสุดท้ายตั้งใจทำให้ได้ถึง ๑๐ ล้าน พร้อมทั้งกล่าวตอนจบว่า

"ทุกวันนี้เชิญชวนใครทำบุญ มักจะพูดกับเขาว่า ผัวเมียทิ้งกันไปก็เป็นคนอื่น ลูกเต้าทิ้งไปก็แค่ลูก เวลาเป็นอะไรขึ้นมาไม่มีใครช่วยเราได้ มีแต่บุญเท่านั้นช่วยเราได้ ไม่ทุ่มทำบุญแล้วจะมีอะไรมาช่วยเหลือเรา เราเป็นคนโชคดีอย่างยิ่ง เจอคุณยาย เจอหลวงพ่อ เจอหลวงปู่ มาเจอเนื้อนาบุญแล้ว นี่เรามีบุญแล้ว ขอให้สร้างบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าให้พลาดโอกาสอันประเสริฐนี้เสียเลย"

แต่เรื่องราวระยะแห่งการสร้างทานบารมีที่เริ่มมาจากทำบุญ ๒ บาท ครั้งแรก และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มา จนตั้งใจทำให้ได้ถึง ๑๐ ล้านนั้น ก็เป็นด้วยอำนาจความเชื่อมั่นศรัทธาเต็มเปี่ยมในหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารย์ของเรา อานุภาพบุญจึงบันดาลให้เกิดผลสำเร็จเป็นอัศจรรย์

น้ำใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นสร้างบารมี ไม่ยอมย่อท้อ แม้ใครจะ เยาะเย้ยถากถางว่าบ้าถึงกับขายสร้อยทำบุญ ก็ไม่หวั่นไหว ยังยอมรับว่า เธอขอบ้าในทางที่ดี บ้าสวดมนต์ บ้านั่งสมาธิ บ้าทำทานแบ่งปันแจกจ่าย บ้าให้อภัย เธอถือว่า ถ้าใครมาด่าว่าแล้วเธออดทนได้ เธอได้บุญคนเดียว อีกฝ่ายได้รับบาปไป ถ้าทนไม่ได้ต้องโต้เถียงทะเลาะกัน กลายเป็นแบ่งบาปของอีกฝ่ายมาเป็นคนละครึ่ง

คนรายได้น้อย การศึกษาน้อย ด้อยทั้งชาติตระกูล แต่มีน้ำใจกล้าหาญอย่างที่นึกไม่ถึง อดทนต่อการสร้างบุญสร้างบารมีทุกรูปแบบชนิดนี้ แม้เศรษฐีร้อยล้านพันล้าน หมื่นล้านแสนล้าน ก็คงต้องอายนับแต่ชาตินี้ต่อไปในเบื้องหน้า เธอย่อมเกิดในที่ๆ ไม่พบคำว่า "ไม่มี" ตลอดไป

เธอจะมีทั้งทรัพย์ ทั้งยศ ทั้งการศึกษา ทั้งชาติตระกูล และความสุขสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม การเป็นผู้นำบุญที่เต็มไปด้วยใจทรหดอดทน ไม่ย่อท้อ ไปครั้งแรกไม่ได้รับความร่วมมือ ก็ไปใหม่ ไปบ่อยๆ จนอีกฝ่ายต้องยอมแพ้ให้ความเห็นใจ ให้ความร่วมมือ ย่อมทำให้เธอไม่ประสบกับอุปสรรคขวากหนามใดในชีวิต จะมีผู้ร่วมมือให้การแก้ไข สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้การสร้างบารมี ก็ย่อมพบแต่ความราบรื่นเป็นอัศจรรย์ ประดุจชีวิตในปัจจุบัน ที่เริ่มต้นทำบุญด้วยเงินเพียง ๒ บาท และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดมา น่าอนุโมทนาด้วยเป็นอย่างยิ่งทีเดียว
 
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร