อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 5

เรื่องที่ ๔๓ เพียงรูปภาพ ก็มีอานุภาพสุดหยั่งคาด

เรื่องที่ ๔๓ เพียงรูปภาพ ก็มีอานุภาพสุดหยั่งคาด
 

นับตั้งแต่เวลาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยมอบพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุ ให้สาธุชนที่ทำบุญสร้างองค์พระแกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์บูชาธรรม คุณพิศมัย ผ่องศรีใส มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ต้องการทำบุญบูชาธรรมครูบาอาจารย์ และต้องการเป็นเจ้าของพระของขวัญสักองค์หนึ่งเหมือนคนอื่นด้วย


แต่คิดแล้วก็เป็นเพียงความฝัน มองไม่เห็นว่าตนเองจะมีความสามารถทำบุญได้อย่างไร ยุคเศรษฐกิจวิกฤติ สามีตกงาน ลูกสาวตกงาน เงินเดือนข้าราชการเล็กๆ อย่างคุณพิศมัยต้องใช้เลี้ยงทั้งครอบครัว แต่ละเดือนแม้จะกระเหม็ดกระแหม่เต็มที่ ก็ยังไม่มีเหลือ
ทำบุญได้อย่างมาก แค่เห็นใครจะสร้างองค์พระที่แกนกลาง ก็ขอสมทบกับเขาไปได้บ้างเล็กน้อย เมื่อมองไม่เห็นทางสร้างให้ตนเอง ก็ไม่ท้อแท้คิดว่าถ้าสวดมนต์สรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุทุกๆ วัน วันละหลายๆ ครั้ง ก็คงได้บุญเหมือนกัน คุณพิศมัยจึงสวดมนต์บทนี้อยู่เสมอๆ แม้กระทั่งขึ้นรถเมล์ไปทำงานหรือไปไหนมาไหน เวลาได้ที่นั่งในรถ จะต้องสวดมนต์บทนี้

อานุภาพ พระมหาสิริราชธาตุ พระดูดทรัพย์ เรื่องที่ ๔๓ เพียงรูปภาพ ก็มีอานุภาพสุดหยั่งคาดจนกระทั่งวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑ วันประชุมรวมพลังผู้นำบุญ ทดแทนคุณผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ในภาคบ่าย เมื่อพากันเดินทางไปยังมหาธรรมกายเจดีย์เพื่อถ่ายภาพประวัติศาสตร์นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ถามคำถาม ให้เหล่าศิษย์ตอบหลายข้อ เช่น
"เมื่อวันปีใหม่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๘ ใครมานั่งสมาธิกลั่นแผ่นดินบ้าง ให้ยืนขึ้น"

"เมื่องานตอกเสาเข็มต้นแรกของมหาธรรมกายเจดีย์นี้ ใครมาบ้าง ให้ยืนขึ้น"

"ใครมาร่วมบุญเทคอนกรีตฐานรากองค์มหาธรรมกายเจดีย์บ้าง ให้ยืนขึ้น"

คำถามของพระเดชพระคุณหลวงพ่อแต่ละครั้ง ผู้ที่มาร่วมงานต่างพากันยืนขึ้นทุกคำถาม ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมงานยังคงนั่งอยู่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะทักผู้ที่ไม่ได้มาร่วมงานว่า

"เห็นไหม ลูกๆ ที่นั่งอยู่ เป็นไงบ้าง ลูกมาช้าไปแล้วนะ"
คุณพิศมัยจำได้ว่า ตนเองได้มาร่วมงานทุกงานที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเปล่งเสียงถามออกมา เธอจึงต้องลุกขึ้นยืนเป็นการตอบคำถาม แล้วนั่งลงเมื่อท่านสั่งทุกครั้ง ความรู้สึกของตนเองเวลานั้นตื้นตันใจเป็นที่สุด มีปีติเหลือล้นอธิบายไม่ถูก ภูมิใจที่มาร่วมงานไม่เคยขาดแม้แต่ครั้งเดียวในคำถามเหล่านั้น

เหตุนี้เมื่อถึงเวลาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้นั่งสมาธิและอธิษฐานจิต คุณพิศมัยยืนยันว่า เพียงเธอหลับตาลง กำหนดใจไม่ถึง ๒ นาที เธอเห็นภาพพระบรมพุทธเจ้าสีขาวองค์ใหญ่ ซึ่งประดิษฐานในเจดีย์มาอยู่ตรงหน้าเธอ เห็นองค์ใหญ่ชัดเจนมากอยู่ครู่หนึ่ง แล้วท่านก็ลอยหายเข้าไปในมหาธรรมกายเจดีย์ตามเดิม

หลังจากนั้นมีพระธรรมกายทองคำองค์เล็กๆ เท่าของจริงที่เราทำพิธีหล่อกัน ลอยมาให้เห็นชัดมากแล้วก็หายไปอีก พอดีพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ออกจากสมาธิ

เมื่อออกจากสมาธิ คุณพิศมัยคิดทันทีขณะนั้นว่า เมื่อไม่มีเงินของตนเองทำบุญ ก็จะต้องชักชวนผู้คนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักร่วมทำบุญสร้างองค์พระที่แกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์ถวายบูชาธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ได้ ยิ่งพอได้ยินผู้ที่เป็นโฆษกประกาศพร้อมให้ยกธงขึ้น โดยพูดดังๆ ว่า "ทุ่มสุดฤทธิ์ ปิดแกนกลาง" ให้ส่งเสียงกันดังที่สุดทุกคน ถึง ๓ ครั้ง

การเปล่งเสียงครั้งที่ ๓ คุณพิศมัยมีน้ำตาไหลพรากอาบหน้า คิดในใจขณะนั้นว่า "คราวนี้ขอยอมตายถวายชีวิตแล้ว เป็นหรือตายก็ยอม ขอสร้างองค์พระปิดแกนกลาง ถวายหลวงพ่อให้ได้"

จากนั้นเดินทางกลับบ้านด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธา

"ต้องทำให้สำเร็จ"

รุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ไปทำงานตามปกติ สวดมนต์สรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุอยู่ตลอดเวลา บอกสามีว่าอยู่บ้านว่างๆ ให้นั่งสวดมนต์บทนี้ไป เป็นกำลังใจให้ตัวเธอด้วย

เมื่อไปถึงที่ทำงาน นึกได้ว่าตนเองยังไม่มีพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุติดตัวเลย มีแต่ภาพถ่ายขององค์ท่านที่ได้รับแจกมา จึงหยิบออกมาถือไว้ พร้อมเอกสารหลายอย่างสำหรับชวนผู้คนทำบุญ ทำให้ต้องถือของเต็มมือพะรุงพะรัง ขณะนั้นมีความคิดผุดขึ้นในใจว่า "เอาห้อยคอซิ เอาห้อยคอ" คุณพิศมัยคิดตามคำพูดที่ผุดขึ้นมาว่า "เอ เอาห้อยคอจะทำยังไง" รู้สึกงงเป็น กำลัง สักครู่จึงคิดออกว่า ต้องเอาภาพองค์พระไปใส่กรอบพลาสติกใช้ห้อยคอ จึงรีบไปที่ตลาดใกล้ที่ทำงาน ให้ช่างอัดกรอบพระจัดการให้

เมื่อมีรูปพระมหาสิริราชธาตุคล้องคอแล้ว เธอเล่าว่ารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด เกิดกำลังใจมากมาย เดินไปพบคนโน้น ไปหาคนนี้ อธิบายชักชวนจนกระทั่งพบเพื่อนคนหนึ่งซึ่งคงเห็นใจคุณพิศมัยมาก ออกปากว่า หากหาเงินได้ไม่ครบ ขาดเหลือเท่าไรให้บอก เขาจะออกส่วนที่ขาดอยู่ทั้งหมด คำพูดของเพื่อนยิ่งทำให้คุณพิศมัยมีกำลังใจเพิ่มยิ่งขึ้น ตั้งใจชวนผู้คนทำบุญด้วยความสบายใจไม่กังวลอีกเลย เพราะอุ่นใจว่าถึงอย่างไรก็ต้องหาเงินได้ครบ ชวนผู้คนทำบุญ ส่วนใหญ่เป็นเพื่อน ๆ และคนรู้จักกันแถวที่ทำงาน รวมทั้งสิ้น ๓ วัน ได้เงินครบจำนวน โดยไม่ต้องรบกวนเพื่อนที่ออกปากสมทบส่วนที่ขาด และทำบุญทันในวันที่ ๕ กันยายน

ใครๆ ที่ฟังคุณพิศมัยเล่าแล้ว ก็ต้องชื่นชมในจิตใจที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธาเต็มเปี่ยมของเธอ ด้วยความเชื่อมั่นแน่วแน่ดังกล่าว แม้เป็นเพียงภาพในแผ่นกระดาษ ก็ยังทรงพลานุภาพเต็มที่ ทำความปรารถนาของเธอให้สำเร็จได้อย่างอัศจรรย์

คนที่มีกำลังใจในการทำสิ่งใดก็ตาม กระแสพลังเข้มแข็งจากใจ จะแผ่ซ่านออกมาทั่วทั้งร่างกาย แขนขาเคลื่อนไหวได้โดยไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความุุ่่งมั่น แม้กระทั่งน้ำเสียงก็องอาจกล้าหาญ คำพูดแต่ละคำล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พบปะติดต่อกับผู้ใด ผู้นั้นย่อมสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความตั้งใจอันแรงกล้าเด็ดเดี่ยวของเธอ แม้เขาไม่มีศรัทธาในบุญ แต่ก็อยากบริจาคเพื่อให้ผู้รับมีความสุขและประสพความสำเร็จ การเห็นความสุขของผู้อื่น แล้วตนเองพลอยเป็นสุขตามไปด้วย จัดว่าเป็นคนมีมุทิตาธรรม
 
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร