อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 15

โอวาทพระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว)

โอวาทพระภาวนาวิริยคุณ
(หลวงพ่อทัตตชีโว)

เหตุแห่งความเจริญและความเสื่อมของพระพุทธศาสนา

มีข้อคิดจากพระไตรปิฎกอยู่บางตอน ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสกับพระมหากัสสปะเอาไว้ ซึ่งเมื่อหลังพุทธปรินิพพาน พระมหากัสสปะรูปนี้ ได้เป็นประธานในการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๑


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงปรารภถึงเรื่องการคงอยู่และการเลือนหายของพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งในภาษาพระไตรปิฎกเราเรียกกันว่า พระสัทธรรม


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระมหากัสสปะเอาไว้ว่า ดูก่อนกัสสปะ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ก็ทำให้พระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เลือนหายไปไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่จะทำให้พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เลือนหายไปได้นั้น คือบริษัท ๔ ในพุทธศาสนานี้เอง คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา


โอกาสที่จะทำให้พระธรรมคำสั่งสอนเสื่อมสลายไป ก็มีแต่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ประเภทที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม ๕ ประการ คือ


๑.ไม่เคารพยำเกรงในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒.ไม่เคารพยำเกรงในพระธรรม
๓.ไม่เคารพยำเกรงในพระสงฆ์
๔.ไม่เคารพยำเกรงในการศึกษาพระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
๕.ไม่เคารพยำเกรงในการฝึกสมาธิ
ในทางตรงกันข้าม สาเหตุที่จะทำให้พระพุทธศาสนามั่นคงนั้นก็มีอยู่ ๕ ประการด้วยกัน คือ ทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกานี้ มีความเคารพยำเกรงในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความเคารพยำเกรงในพระธรรม มีความเคารพยำเกรงในพระสงฆ์ มีความเคารพยำเกรงในการศึกษา และมีความเคารพยำเกรงในการฝึกสมาธิ ทั้ง ๕ ประการนี้ จะเป็นเหตุให้พระธรรมคำสั่งสอนตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน และจะไม่เลือนหายไปจากโลก นี้เป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา และเป็นคำตรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


ให้พวกเรามาดูตัวเองกันนะว่า เหตุทั้ง ๕ ประการที่จะทำให้พระพุทธศาสนามั่นคงนี้ พวกเราทุกคนได้ประพฤติปฏิบัติได้ดีกันหรือเปล่า
ข้อแรก มีความเคารพยำเกรงในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อในสมัยพุทธกาล ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ยังนั่งเทศน์สอนท่ามกลางพระภิกษุ ภิกษุณี ท่ามกลางมหาชน ในสมัยนั้น ชาวบ้านเขาเคารพพระองค์อย่างมาก อย่าว่าแต่อยู่ต่อหน้าพระองค์เลย แม้เข้าไปบริเวณวัดเท่านั้น ใครกางร่มก็ลดร่มลง ใครสวมรองเท้าก็ถอดรองเท้าออก นี้ขนาดยังไม่เจอพระองค์ เพียงรู้ว่าพระองค์อยู่ในบริเวณวัดเท่านั้น ก็ยังทำอย่างนี้


ครั้นต่อมา เมื่อพระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว เวลาที่ชาวบ้านเขาจะเข้าไปในลานพระเจดีย์ก็เช่นกัน แม้กางร่มก็หุบร่มลง แม้สวมรองเท้าก็ถอดรองเท้า มองดูพระเจดีย์แล้ว ก็รำลึกนึกถึงคุณของพระองค์ท่านว่า เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงมีพระคุณอย่างไรบ้างต่อชาวโลก ได้ทรงพระเมตตากรุณาอบรมสั่งสอนชาวโลกอย่างเต็มที่ทีเดียว ในแง่มุมต่างๆ และได้ประพฤติพระองค์ให้เป็นต้นแบบแห่งคุณงามความดีให้ชาวโลกได้ดู


พระโบราณจารย์ท่านยังได้ขยายความเอาไว้ ในการแสดงความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพุทธมีวิธีการแสดงความเคารพอย่างพิสดาร คือ มีอาการแสดงความเคารพ ๔ ประการด้วยกัน


ประการที่ ๑ ตนเองเป็นผู้ที่มีความเคารพในพระพุทธเจ้าในแง่มุมต่างๆ กัน ไม่มีขาดตกบกพร่อง
ประการที่ ๒ กล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีความเคารพในพระพุทธเจ้า หมายความว่า แสดงหรือบอกอานิสงส์ให้ใครๆ รู้ว่า ถ้ามีความเคารพในพระพุทธเจ้าแล้ว จะมีอานิสงส์อย่างไร การกล่าวสรรเสริญก็อย่างที่พวกเราได้กำลังทำกันอยู่ ถึงเวลาก็สวดมนต์ทำวัตร สรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ถึงเวลาก็สวดมนต์สรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุกัน ไม่เคยขาดกันอย่างนี้


ประการที่ ๓ ชักชวนผู้อื่นที่ยังไม่เคารพ ให้มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือตัวเองเคารพพระพุทธเจ้าแล้ว ยังกล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีความเคารพในพระพุทธเจ้าด้วย กล่าวสรรเสริญด้วยการสวดมนต์บ้าง กล่าวสรรเสริญด้วยการแสดงอานิสงส์บ้าง กล่าวสรรเสริญด้วยการสวดมนต์อย่างบทสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุบ้าง แล้วประการที่ ๓ นี้ ชักชวนผู้อื่นที่ยังไม่เคารพให้มีความเคารพด้วย ตั้งแต่ให้เคารพด้วยการกราบไหว้ เคารพด้วยการชักชวนกันสร้างพระพุทธรูปบ้าง สร้างเจดีย์บ้าง รวมกระทั่งให้รู้จักจัดดอกไม้บูชาพระพุทธรูป บูชาหน้าโต๊ะหมู่ ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่ดี


ประการที่ ๔ ยังกล่าวสรรเสริญคุณของพระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้มีความเคารพในพระพุทธเจ้าตามความเป็นจริง และโดยกาลอันควร เพราะฉะนั้น การที่เรากล่าวคุณของพระพุทธเจ้า แล้วยังไม่พอ ยังกล่าวสรรเสริญคุณของผู้ที่มีความเคารพในพระพุทธเจ้าด้วย อย่างนี้จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่เคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง


พระเถรานุเถระ และพระอรหันต์ทั้งหลายในอดีต ท่านให้ความสำคัญ ในการเคารพแก่พระพุทธเจ้า ในแง่มุมต่างๆ ลึกซึ้งอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าพวกเราสำรวจตรวจสอบตัวเองแล้วว่า เรามีความเคารพในพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ ประการดีแล้วหรือยัง ถ้ายัง ก็รีบทำให้สมบูรณ์ขึ้น คือทั้งตนเองก็มีความเคารพในพระพุทธเจ้า ทั้งกล่าวสรรเสริญคนที่มีความเคารพในพระพุทธเจ้า ทั้งชักชวนผู้อื่นที่ยังไม่เคารพให้มีความเคารพในพระพุทธเจ้า และกล่าวสรรเสริญผู้มีความเคารพในพระพุทธเจ้า ตามความเป็นจริงโดยกาลอันควรด้วย นี้คือความเคารพในพระพุทธเจ้าของเรา ซึ่งเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาและพระธรรมคำสั่งสอนมั่นคงอยู่ได้

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของความเคารพยำเกรงในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเหตุข้อแรกที่จะทำให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง
ข้อที่ ๒ มีความเคารพในพระธรรม อาการที่เรียกว่าเคารพในพระธรรมคำสั่งสอน พระโบราณจารย์ท่านกล่าวเอาไว้ว่า
ผู้ที่เคารพในพระธรรมคือ เมื่อถึงเวลาฟังธรรม ก็ตั้งใจไปฟังธรรม ไม่นั่งล้อมวงคุยกันให้เสียเวลา ไม่นั่งล้อมวงทำการอย่างอื่น แต่ว่าตั้งใจฟังธรรมอย่างดี ในขณะที่ฟังธรรมนั้นก็ไม่นั่งหลับ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่าน ทั้งตั้งใจจด ตั้งใจจำอย่างดี นี้คือความเคารพในพระธรรม
ข้อที่ ๓ มีความเคารพในพระสงฆ์ พระโบราณจารย์ได้กล่าวเอาไว้ เมื่อไปถึงที่อยู่ของพระเถระ ให้กราบ ให้ไหว้พระเถระให้เรียบร้อยก่อนแล้ว จึงจะนั่ง แม้แต่จะนั่งก็ยังต้องระมัดระวังอย่างนี้ รวมทั้งไม่คะนองมือ ไม่คะนองเท้า ยิ่งกว่านั้น ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากพระเถระแล้ว จะยังไม่ทำอะไรอย่างอื่นทีเดียว นี่คืออาการเคารพพระสงฆ์ที่พระโบราณจารย์ได้กล่าวเอาไว้


ส่วนข้อที่ ๔ ความเคารพในการศึกษา คือตั้งใจที่จะศึกษาทั้งเรื่องศีล สมาธิ และปัญญาเพื่อความหลุดพ้นอย่างลึกซึ้ง พวกเราได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธ แต่ว่าในเรื่องของการศึกษาทั้งเรื่องศีล เรื่องสมาธิ เรื่องปัญญานั้น พวกเรายังศึกษาไม่ค่อยจะพอ


อยากจะให้ชาวพุทธชาววัดทุกคน ได้อ่านพระไตรปิฎกเสียตั้งแต่ตอนนี้ แล้วจะได้ไม่ต้องไปฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของใครต่อใคร ซึ่งเราไม่ทราบว่าผิดหรือถูก อ่านพุทธพจน์แท้ๆ เสียก่อนว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าอย่างไร เมื่อเห็นของแท้แล้ว เราจะได้เข้าใจว่า ที่ใครต่อใครได้วิจารณ์ พระพุทธศาสนา วิจารณ์หลวงพ่อ หลวงปู่ หลวงตาองค์นั้น องค์นี้ ว่าเข้าใจผิด เข้าใจถูก สอนผิด สอนถูกอย่างไร เราจะรู้ได้ด้วยตัวเอง


ที่สำคัญ เมื่ออ่านพระไตรปิฎกเรียบร้อยแล้ว ขอให้จับประเด็น ๓ อย่างต่อไปนี้ให้ได้ คือ
๑.ในเรื่องของศีล ขอให้จับประเด็นให้ได้ว่า การรักษาศีล ประเด็นก็คือมุ่งให้เกิดความสะอาดทางกายกับทางวาจาของเราให้ได้ นี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะว่าคนดีทั้งหลายในโลก ล้วนแต่จะรักความสะอาดด้วยกันทั้งนั้น แต่เขามองไม่ออกว่าความสะอาดตัวจริงนั้นอยู่ตรงไหน


ความสะอาดตัวจริงของมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่การอาบน้ำ การขัดสีฉวีวรรณ ไม่ได้อยู่ที่การแปรงฟันให้ฟันใสเป็นเพชร ความสะอาดทางกายของมนุษย์อยู่ที่การรักษาศีล อย่างน้อยที่พื้นฐานของศีล ๓ ข้อแรก คือการไม่ฆ่า การไม่ลัก การไม่ประพฤติผิดในกาม และความสะอาดของวาจา ความสะอาดของคำพูด คือทั้งไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ นั้นเป็นเหตุแห่งความสะอาดของปากและของวาจาของเรา ความสะอาดที่มนุษย์ต้องการนั้น เริ่มจากตรงนี้


แล้วอีกอย่างหนึ่ง ความสะอาดของใจขึ้นอยู่ที่ความเข้าใจถูกต้อง ว่าบุญบาปนี้เป็นอย่างไร คราวนี้ แล้วเมื่อศึกษาพระไตรปิฎกแล้วต้องเข้าใจต่อไปอีกด้วยว่า ประเด็นสำคัญของสมาธิอยู่ตรงไหน หลักสำคัญของสมาธิก็คือ ทำใจให้หยุด ทำใจให้นิ่ง จนกระทั่งใจของเราสว่างภายใน ประเด็นอยู่ตรงนี้


รักษาศีล เพื่อให้กาย ให้วาจา รวมทั้งใจของเราสะอาด แล้วฝึกสมาธิ ฝึกเพื่อให้ใจสงบ เมื่อฝึกจนใจหยุดใจนิ่งแล้ว ใจของเราจะได้สว่าง ทั้งหลับตา ทั้งลืมตา จะสว่างยิ่งกว่าตะวันเที่ยง จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน สว่างทั้งข้างนอก สว่างทั้งข้างใน สว่างทั้งกลางวัน สว่างทั้งกลางคืน นั้นคือประเด็นใหญ่ ประเด็นสำคัญของการฝึกสมาธิ ศึกษาเรื่องสมาธิให้เข้าใจอย่างนี้ จับประเด็นให้ได้


การศึกษาเรื่องปัญญา เรามักจะมองสั้นๆ ว่า ปัญญาคือความฉลาด แต่ลึกซึ้งไปกว่านั้นก็คือ ปัญญาเป็นเรื่องของการรู้เท่าทันกิเลส รู้เท่าทันจิตใจของตัวเอง จนกระทั่งคุมใจตัวเองให้สงบได้ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงให้คำจำกัดความสั้นๆ ถึงเรื่องศีล สมาธิ ปัญญาว่า ศีล เป็นเรื่องของความสะอาด สมาธิ เป็นเรื่องของความสว่าง และปัญญา เป็นเรื่องของความสงบจากกิเลสทั้งปวง ใครศึกษาพระไตรปิฎก แล้วมองเห็นได้ครบครันอย่างนี้ ก็ได้ชื่อว่ามีความเคารพในการศึกษาอย่างดีทีเดียว


ประการสุดท้าย มีความเคารพในการทำสมาธิ พระโบราณจารย์ท่านเตือนเอาไว้ ผู้ที่มีความเคารพในการทำสมาธิ ซึ่งจะเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาตั้งมั่น ผู้ที่มีความเคารพในการทำสมาธินั้น จะต้องตั้งใจฝึกสมาธิให้ได้ทั้งรูปฌาน และอรูปฌาน ทั้ง ๘ ประการ ถ้าพูดโดยย่อ ก็คือต้องตั้งใจฝึกสมาธิ ให้เข้าถึงพระธรรมกายในตัวให้ได้ ถ้าใครยังฝึกสมาธิ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายในตัวไม่ได้นั้น ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความเคารพในการฝึกสมาธิจริง


ถ้าพวกเราทุกคน ตั้งใจเข้าวัดมาแล้ว ปรารถนาจะให้พระพุทธศาสนามั่นคงได้จริงๆ แล้ว ต้องตั้งใจฝึกจนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ แล้วก็ชักชวนให้ทุกคนให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกายตามเรามา


ยิ่งกว่านั้น ใครที่เขายังไม่รู้จักพระธรรมกายว่าเป็นอย่างไร ชักชวนเขาให้มาที่วัดพระธรรมกาย ให้มาสร้างพระพุทธรูปธรรมกาย เพื่อไปประดิษฐานที่มหาธรรมกายเจดีย์ของเรา ให้เขาดูชัดๆ ว่า ลักษณะมหาบุรุษที่ถอดเอาพุทธลักษณะที่ได้เห็นออกมาจากธรรมกายในตัวของแต่ละคน ให้ไปปรากฏอยู่ในพระธรรมกายที่เราจะประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์ว่า องค์พระรูปร่างเป็นอย่างนี้


ให้เขาตั้งใจน้อมนำเอารูปของพระธรรมกาย ที่จะประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์นี้ เป็นนิมิตในการฝึกสมาธิของเขาต่อไป
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้พวกเราทุกๆ คน ตั้งใจแสดงความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เคารพในการศึกษาพระไตรปิฎก และเคารพในการฝึกสมาธิ ในทางที่ถูกที่ควร เพื่อจะได้ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา ให้มั่นคงยืนยงอยู่คู่โลกตลอดกาลนาน และจะเป็นมหากุศลยิ่งใหญ่ของพวกเรา และจะเป็นมหากุศลยิ่งใหญ่ต่อชาวโลกอีกนานแสนนานด้วย

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 15 ทั้งหมด

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร