อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 22

เรื่องที่ ๑๘๒ กลับบ้านได้

 

เรื่องที่ ๑๘๒ กลับบ้านได้


คุณหมอผู้รักษาก็รู้สึกงงมาก ถึงขนาดพูดว่า "เป็นเรื่องดีมากจริงๆ คนที่ผมเซ็นต์พาสปอร์ต (ใบส่งศพ) ให้แท้ๆ แต่ก็.."

 

 
คุณดวงตา วิมลคุณารักษ์
พยาบาลผู้ใจบุญ
 
 

คุณดวงตา วิมลคุณารักษ์ อาชีพพยาบาล อยู่ที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี ได้ประสบกับอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุที่เกิดขึ้นกับคนป่วยที่โรงพยาบาล


เรื่องแรก คุณดวงตาได้พบคนไข้รายหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งที่ถุงลมปอดระยะสุดท้าย หมดหนทางที่จะรักษาได้ คุณหมอที่รักษาแจ้งให้ญาติทราบว่า คนป่วยใกล้จะสิ้นลมแล้ว พร้อมที่จะตายทุกเวลา ให้ญาติมาดูฟิล์มเอกซ์เรย์ด้วย ปอดแทบจะไม่มีเนื้อส่วนที่ดีเหลืออยู่ คนไข้เจ็บปวดทรมานมาก มีอาการเหนื่อยหอบตลอดเวลา นั่งไม่ได้ นอนไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด ก็จะทุรนทุรายทรมานอย่างที่สุด


คุณดวงตาเห็นแล้วรู้สึกสงสารจับใจ คิดขึ้นมาว่า เมื่อคนป่วยสิ้นหนทางรักษาคงจะต้องตายแน่แล้ว คนป่วยน่าจะได้นึกถึงพระเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชีวิตก็ยังดี จึงได้นำหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เข้าไปพบญาติและคนป่วย แนะนำการทำสมาธิให้นึกถึงองค์พระ โดยให้ดูรูปที่หน้าปกหนังสือ ใจจะได้สงบ ความทรมานอาจคลายลง พร้อมกันนั้นคุณดวงตาได้อาราธนาพระมหาสิริราชธาตุรุ่นกรอบพญานาคสีทองที่ตนเองห้อยอยู่ส่งให้คนป่วยดู และให้เขาได้ตั้งจิตอธิษฐานกับองค์พระ

       
       
   
    พวกลูกๆ พากันตกใจ รีบดึงองค์พระออกมา พร้อมกับถามว่า "แม่ แม่ เป็นอะไร"
 
       
       

คนป่วยยกมือพนมท่วมหัว พร้อมกับหยิบองค์พระไปซุกไว้ในอก ทำอาการดีใจและปลื้มใจ ร้องไห้ตัวสั่นมาก พวกลูกๆ พากันตกใจ รีบดึงองค์พระออกมา พร้อมกับถามว่า "แม่ แม่ เป็นอะไร"


ผู้เป็นแม่ชี้ไปที่รูปของพระมหาสิริราชธาตุรุ่นดูดทรัพย์ที่ปกหนังสือ แล้วพูดว่า "แม่อยากได้พระองค์นี้" คุณดวงตาจึงบอกเรื่องการทำบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวที่มหาธรรมกายเจดีย์ และตนเองได้ร่วมพิธีหล่อองค์พระด้วยตนเองได้ทุกวันอาทิตย์ ญาติๆ พากันดีใจและรับปากว่าจะสร้างองค์พระให้แม่ แม่จะได้รับพระของขวัญที่อยากได้ด้วย
จากนั้นคุณดวงตาได้ทำน้ำมนต์ โดยแช่องค์พระมหาสิริราชธาตุของตนเองลงในแก้วน้ำดื่มของคนป่วย ทำสมาธิและอธิษฐานจิต นึกอาราธนาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระพุทธเจ้าผู้มีบารมีมาก บารมีของครูบาอาจารย์ทุกท่าน และอำนาจความปรารถนาดีของตนเอง แม้เพียงน้ำเล็กน้อยแค่นี้ ก็ขอให้มีอานุภาพประดุจน้ำทิพย์ ให้เหมือนดังที่หมอชีวกโกมารภัทจ์ในสมัยพุทธกาลใช้รักษาคนป่วยให้หายได้ เสร็จแล้วจึงนำไปให้คนป่วยดื่ม

       
       
 
    คนป่วยมีหน้าตาสดชื่น ลุกจากเตียงนอนได้ เดินมาชมต้นไม้ในกระถางที่ท้ายห้อง
   
       
       

วันรุ่งขึ้นเมื่อคุณดวงตาไปเยี่ยม ก็ต้องประหลาดใจ รวมทั้งคุณหมอและพยาบาลคนอื่นก็แปลกใจไปตามๆ กัน เพราะคนป่วยมีหน้าตาสดชื่น ลุกจากเตียงนอนได้ เดินมาชมต้นไม้ในกระถางที่ท้ายห้อง ญาติๆ ต่างพากันดีใจและขอบใจคุณดวงตา ให้ความเป็นกันเองมากขึ้น คนป่วยได้พักรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอีกเพียง ๗ วันเท่านั้น ก็แข็งแรงดีสามารถกลับบ้านได้


คุณหมอผู้รักษาก็รู้สึกงงมาก ถึงขนาดพูดว่า "เป็นเรื่องดีมากจริงๆ คนที่ผมเซ็นต์พาสปอร์ต (ใบส่งศพ) ให้แท้ๆ แต่กลับบ้านได้"


โรคที่ไม่มีทางรักษาหาย ส่วนใหญ่แล้วเป็นโรคที่เกิดจากกรรมฝ่ายอกุศลตามมาส่งผล เมื่อคนไข้ระลึกนึกถึงพระเป็นพุทธานุสติ ซึ่งเป็นความคิดกุศลจิต อีกทั้งหมู่ญาติยังเต็มใจจะทำบุญให้ผู้ป่วยด้วย แม้ยังไม่ได้ลงมือทำ แต่เมื่อตั้งใจจะทำ ก็ถือได้ว่า "ปุพพเจตนากุศลจิต" เกิดขึ้นแล้ว เพียงแค่เจตนามั่นคง บุญใหญ่ย่อมเกิดขึ้นทันที ผลักดันตัดรอนบาปอกุศลเก่าให้อ่อนกำลัง อาการป่วยที่เพียบหนักก็ทุเลาเบาบางขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน


ดังนั้นการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้เฝ้าไข้เป็นคนเข้าใจหลักธรรม ย่อมสามารถพูดให้ข้อคิด ให้สติ ปลอบโยนผู้ป่วยให้คลายจากความวิตกกังวล ข่มทุกขเวทนาต่างๆ ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่ทำให้ใจคอเศร้าหมอง อันจะเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ


อย่างไรก็ตาม ในพวกเราคนธรรมดาทั่วไป ย่อมไม่ควรประมาทว่ายังไม่เจ็บ ยังไม่ตาย ควรระลึกถึงไว้บ่อยๆ เพื่อจะได้เร่งสร้างบุญกุศลให้เต็มที่ เอาไว้ เมื่อภัยเหล่านั้นมาถึง ย่อมมีที่พึ่งได้เป็นอย่างดี

เรื่องที่สอง วันหนึ่งคุณดวงตาได้ทราบว่า ลูกสาวของผู้ป่วยอีกรายหนึ่งได้ทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวให้แม่ซึ่งนอนเป็นอัมพาตมานานถึง ๑๐ ปีแล้ว ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ยังมีโรคหัวใจแทรกซ้อน ต้องให้อาหารทางสายยางตลอด เวลาปวดจะร้องครางเสียงดังมาก กระทั่งคนป่วยห้องข้างๆ นอนไม่หลับ แพทย์ต้องฉีดยาระงับปวดอย่างแรงให้ จึงหยุดร้อง


คุณดวงตาตั้งใจจะไปอนุโมทนาบุญกับลูกสาวคนป่วย จึงหยิบหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุติดตัวไปด้วยหนึ่งเล่ม บอกเล่าเรื่องราวขององค์พระให้ผู้ป่วยฟัง พร้อมทั้งสอนวิธีทำสมาธิให้ แล้วลองให้พูดตามว่า สัมมา อะระหัง คนเจ็บก็ออกเสียงอ้อแอ้ตามเป็นจังหวะได้ คุณดวงตาจึงพูดกับผู้เป็นลูกว่า คนเจ็บรับรู้ได้แต่พูดไม่ได้ ลูกได้อธิบายว่า เมื่อครั้งยังไม่เจ็บป่วย คุณแม่ชอบสวดมนต์


หลังจากนั้นคนป่วยจับมือคุณดวงตาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย เธอจึงนำคนป่วยให้สวดมนต์บท อิติปิโส ภควา มือของคนป่วยจึงคลายลง แต่พอคุณดวงตาจะดึงมือออก คนเจ็บก็จับไว้แน่นตามเดิม ในที่สุดคุณดวงตาก็สวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุให้ฟัง บอกให้ผู้เป็นลูกจำไว้สวดให้แม่ฟังด้วย และให้คนเจ็บดูภาพพระมหาสิริราชธาตุ เพื่อใช้สำหรับนึกเป็นนิมิตเวลาภาวนา พร้อมทั้งให้ดูองค์พระองค์จริงที่ตนเองห้อยอยู่ที่คอ จากนั้นคุณดวงตาก็ทำน้ำมนต์จากองค์พระ ลูกสาวคนป่วยก็ยกน้ำมาให้ทั้งเหยือกเลย คุณดวงตาอธิษฐานจิตดังที่เคยทำ ขออำนาจพระรัตนตรัย บารมีธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บารมีธรรมของครูบาอาจารย์ และอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหาสิริราชธาตุ ตลอดจนถึงอำนาจความปรารถนาดีของตนเอง ขอให้ผู้ป่วยอย่าได้ทุกข์ทรมาน ให้หายเจ็บปวดอย่างเป็นอัศจรรย์ เสร็จแล้วคุณดวงตา ก็ได้ป้อนน้ำมนต์ให้คนป่วย ๓ ช้อน ซึ่งคนป่วยก็สามารถกลืนได้โดยไม่สำลัก


รุ่งเช้า เมื่อมาถามอาการจากลูกสาว ได้รับคำตอบว่า หลังจากได้ดื่มน้ำมนต์แล้ว ก็ไม่ร้องอีกเลย อีกทั้งสามารถนอนหลับได้โดยไม่ต้องฉีดยาอีก ต่อจากนั้นอีก ๒ วัน หมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้

       
       
 
   เห็นองค์หลวงพ่อเป็นสีทองคำขนาดใหญ่โต มาลอยอยู่ข้างหน้าตนเอง ทั้ง ๓ คนเห็นเหมือนกัน
   
       
       

ปัจจุบันเมื่อได้พบลูกสาว แล้วถามถึงอาการของคุณแม่ ลูกชี้แจงว่า ปัจจุบันไม่เจ็บปวดอะไร จึงไม่ร้องอีก และกลับพูดได้ชัดเจน ลูกสาวเล่าว่า ครั้งแรกตอนสร้างองค์พระให้คุณแม่ ไม่ได้นึกศรัทธาอะไร สร้างตามที่มีคนพูดชวนไปอย่างนั้น แต่เมื่อมีหนังสือพิมพ์ออกข่าวโจมตีวัด ก็ต้องการที่จะพิสูจน์ความจริง โดยการชวนเพื่อนมาวัดพระธรรมกายด้วยกัน ๓ คน มานั่งสมาธิที่สภาธรรมกายสากลหลังใหม่ ทั้ง ๓ คนได้เห็นปาฏิหาริย์ เห็นเป็นองค์หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสีทองคำขนาดใหญ่โต มาลอยอยู่ข้างหน้าตนเอง ทั้ง ๓ คนเห็นเหมือนกันหมด และตอนพักทานอาหารกลางวัน ทั้ง ๓ คนก็ยังได้เห็นเหตุการณ์อัศจรรย์อีก เห็นดวงแก้วใสสว่างด้วยตาเนื้อ เกิดขึ้นที่หลังคาใกล้ๆ สภาธรรมกายสากลหลังเก่า เห็นอยู่เป็นเวลานานมาก ทั้ง ๓ คนตื่นเต้นและดีใจมาก ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม เกิดความคิดต้องการจะช่วยงานพระพุทธศาสนา จึงได้สมัครเป็นผู้นำบุญในวันนั้น เมื่อกลับไปที่บ้านก็ได้ทำหน้าที่ทันที โดยเริ่มชวนพี่สาวเป็นคนแรก และยิ่งได้พบกับอานุภาพขององค์พระมหาสิริราชธาตุก็ยิ่งมีศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้น


ปาฏิหาริย์ ใครว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นที่วัดพระธรรมกาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสอนธรรมปฏิบัติ คนทั้งหลายนั่งกำหนดนิมิต ไม่เห็นดวงธรรมใสๆ กันสักที แต่พอเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ตะวันแก้วให้เห็นด้วยตาเนื้อชัดๆ ว่า ดวงธรรมเป็นอย่างนี้ ใครที่นึกนิมิตในขณะภาวนาไม่ออก เมื่อเห็นแล้วย่อมนึกออกได้ง่าย นอกจากนั้นก็ยังทำให้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่งๆ ขึ้น พัฒนาจิตใจให้มีคุณภาพสูงขึ้น

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 22 ทั้งหมด

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร