อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 30

เรื่องที่ ๓๑๘น้ำกรดราด

เรื่องที่ ๓๑๘น้ำกรดราด
กรดความเข้มข้นสูงหกราดมาที่แขนและกระโปรง กระโปรงไหม้และขาดเต็มไปหมด
ขออานุภาพท่านอย่าให้ถึงกับพิการเลย
 

 
 
คุณจริยา โซ่เงิน
สวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุก่อนออกไปทำงานทุกวัน
 
 

คุณจริยา โซ่เงิน ทำงานอยู่ที่ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เล่าว่า โดยปกติในชีวิตประจำวันของตนเอง ก่อนที่จะออกไปทำงานทุุกครั้ง จะสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุก่อน ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด


ปกติคุณจริยาจะมีชุดทำงานเป็นกระโปรงอยู่ ๕ ชุด ซึ่งกระโปรงแต่ละตัวจะมีซับในอยู่ในตัว แต่คุณจริยาก็จะใส่ซับในอีก ๑ ตัวทุกครั้ง

ในวันที่เกิดเหตุนั้น ทุกครั้งหลังแต่งตัวเสร็จ ก็จะสำรวจชุดที่ใส่ว่าบางหรือไม่ ในวันนั้นเมื่อแต่งตัวเสร็จมีความรู้สึกว่ากระโปรงของตนดูบางๆ ผิดปกติ ทั้งๆ ที่ก็ใส่ซับในเพิ่มอีก ๑ ตัวเหมือนทุกครั้ง คุณจริยาจึงใส่ซับในเพิ่มอีก ๑ ตัว รวมแล้วใส่ซับใน ๒ ตัวบวกกับซับในของกระโปรงรวมเป็น ๓ ตัว จึงมีความรู้สึกมั่นใจขึ้น

เมื่อไปถึงที่ทำงาน ก็มีพี่ที่เป็นนักศึกษาปริญญาโทมาขอให้ช่วยเตรียมสารเคมีให้ ซึ่งมีสารเคมีอยู่ตัวหนึ่งเป็นกรดเข้มข้นสูง ทางเคมีจะเรียกว่า กรดซัลฟุริค ๙๖%(CONC Sulfuric Acid 96%) ซึ่งจะต้องเตรียมใน HOOD (เป็นตู้ที่ใช้ดูดไอพิษของสารเคมีที่เป็นอันตราย) เวลาเตรียมก็จะต้องเทสารจากบีกเกอร์ (ถ้วยแก้วที่มีพวยเล็กๆ ที่ปากไว้สำหรับเท ใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์) ใส่กระบอกตวง ซึ่งก็จะต้องเทใน HOOD บานประตูของเครื่อง HOOD นี้จะเป็นลักษณะเลื่อนขึ้นลง ซึ่งผู้เตรียมจะต้องเลื่อนบานลงมาเพื่อไม่ให้ไอกรดระเหยออกมาด้านนอก ขณะที่เทกรดจากขวดใส่ในบีกเกอร์ และกำลังจะนำบีกเกอร์ที่มีกรดนำไปเทใส่กระบอกตวงใน HOOD ในจังหวะนั้นเองก้นของบีกเกอร์ไปชนกับประตูของ HOOD ซึ่งอาจจะเป็นเพราะจับบีกเกอร์ไม่แน่นหรือเพราะความแรงที่ไปชนประตู ทำให้บีกเกอร์หลุดจากมือแล้วคว่ำลง ทำให้กรดหกลงมา คุณจริยาตกใจมากรีบกระโดดหลบแต่ก็ไม่พ้น กรดความเข้มข้นสูงหกราดมาที่แขนและกระโปรงที่ใส่อยู่ ช่วงที่กรดราดใส่นั้น ใจนึกถึงเพียงอย่างเดียวคือพระมหาสิริราชธาตุ ขออานุภาพของท่านอย่าให้ถึงกับพิการเลย เพราะกรดเมื่อโดนกระโปรงนั้น กระโปรงไหม้และขาดเป็นรูเต็มไปหมด ไหม้ไปถึงซับในตัวที่ ๒ แต่ตอนนั้นก็มีความรู้สึกว่าจะต้องรีบไปล้างแขนด้วยน้ำเพื่อเจือจางกรด เมื่อล้างเสร็จก็รีบไปเปลี่ยนกระโปรงออก แล้วใส่กางเกงที่ใช้ใส่มาวัดเป็นประจำแทน ซึ่งเป็นความบังเอิญพอดีในวันนั้นเอากางเกงไว้ที่ี่ทำงาน ยังไม่ได้นำกลับ เมื่อเปลี่ยนเสร็จก็รีบวิ่งไปสถานพยาบาลเพื่อให้หมอล้างแขน ขณะนั้นคุณจริยานึกถึงแต่ว่า ขออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุช่วยด้วย อย่าให้เนื้อหรือหนังที่แขนเราไหม้หรือเป็นแผลเป็นเลย

 
 
ตู้ HOOD
ที่ใช้ดูดไอพิษเวลาเตรียมสารเคมีอันตราย
 
 
เมื่อพยาบาลล้างแขนเสร็จ ก็ใช้ขี้ผึ้งโปะทั่วทั้งแขนแล้วพันผ้าหมดทั้งแขน ลักษณะเนื้อแขนช่วงที่ล้างและทาขี้ผึ้งจะเป็นสีแดงๆ เหมือนรอยไหม้หรือเหมือนแผลที่โดนน้ำร้อนลวกเยอะมาก จึงได้ถามพยาบาลว่า จะเป็นแผลมากไหม พยาบาลก็บอกว่า ไม่ทราบว่าจะเป็นมากหรือไม่ ต้องรอเปิดผ้าพันแผลดูวันพรุ่งนี้ ซึ่งแผลในขณะนั้นมีความรู้สึกว่าแสบและร้อนตลอด พอถึงวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่กล้าเปิดผ้าพันแผลออกดู เพราะกลัวหนังจะลอกติดผ้าพันแผลออกมา ซึ่งช่วงที่ยังพันแผลอยู่นี้ ก็จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น สวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุอยู่เหมือนเดิม และก็อธิษฐานจิตขออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุช่วยให้ไม่เป็นอะไรมาก ให้แผลหายโดยเร็ว รอจนถึงวันที่ ๓ จึงไปหาพยาบาลให้เปิดผ้าพันแผลออกมา เพื่อจะทำความสะอาดแผลและทาขี้ผึ้งใหม่ ปรากฏว่า ไม่น่าเชื่อเลย แผลนั้นเป็นเพียงรอยแดง และมีรอยไหม้จางๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ช่วงที่เปิดผ้าก็ให้น้องนักศึกษาดูแผล เขาบอกว่า ไม่น่าเชื่อที่ไม่เป็นอะไรมาก พออาจารย์ที่ภาควิชาเห็นก็บอกเหมือนกันเลยว่า ไม่น่าเชื่อว่าไม่เป็นแผลอะไรมาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีนักศึกษาปริญญาโทโดนกรดไนตริก หกราดเหมือนกัน และทั้งๆ ที่มีความเข้มข้นเพียง ๓๗% (Nitric 37%) แต่เป็นแผลไหม้รุนแรง ทั้งเนื้อและหนังหลุด นักศึกษาปริญญาโทคนนั้นกว่าจะรักษาหายสนิทต้องใช้เวลาเกือบเดือนครึ่ง และยังเป็นแผลเป็นอีก แต่คุณจริยาใช้เวลารักษาประมาณ ๑ อาทิตย์ แผลก็หายสนิท หายสนิทจริงๆ ไม่เป็นแผลเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว คุณจริยาเลยมั่นใจมากว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่อยากจะใส่ซับในเพิ่มอีก ๑ ตัวในวันเกิดเหตุ ซึ่งถ้าไม่ใส่เพิ่มกรดก็คงไหม้ถึงผิวหนังและเนื้อด้านใน หรือแผลที่โดนกรดซัลฟุริคเข้มข้นสูงแล้วไม่เป็นอะไรมากและแผลหายเร็วอย่างอัศจรรย์นั้น จะต้องเป็นเพราะอานุภาพของการสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยอยู่ทุกวัน และอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุ และหลังจากเหตุการณ์วันนั้น คุณจริยายิ่งเชื่อมั่นในอานุภาพบุญและอานุภาพของพระรัตนตรัยว่าไม่มีประมาณ และจะช่วยให้รอดพ้นจากอุปัทวันตรายทั้งปวงได้

 

 

รายนี้สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุเป็นกิจวัตรประจำวัน เท่ากับมีพระรัตนตรัยเป็นอนุสติอยู่ทุกวัน คนที่มีใจผูกพันอยู่ในสิ่งอันเป็นมงคลสูงสุดนี้ แม้ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสิ่งของไว้ติดตัว บุญกุศลก็ย่อมเกิดคุ้มครองรักษาตนเองอยู่แล้ว ยิ่งมีพระมหาสิริราชธาตุเป็นของตนเอง นาคเทวาท่านย่อมดูแลรักษาเต็มที่ ท่านย่อมทราบว่าเวลาใด เจ้าตัวจะประสบเรื่องดีเรื่องร้ายตามวิบากกรรมเก่าอย่างใดบ้าง ถ้าเป็นเรื่องดีก็แล้วไป ถ้าเป็นเรื่องร้าย หากช่วยให้รอดปลอดภัยไม่ได้ เพราะอกุศลวิบากนั้นหนักเกินกำลัง แต่พอช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ ท่านก็ย่อมช่วย


คุณจริยา ปกติทุกวันก็จะแต่งกาย มีซับในของกระโปรงเพียง ๒ ชั้น ซึ่งก็ถือว่าพอเหมาะสม ก็ทำดังกล่าวแล้วมาทุกวันๆ แต่วันจะต้องพบอุบัติเหตุ กลับรู้สึกว่าซับใน ๒ ชั้นไม่พอ คิดว่ายังบางอยู่ ต้องเพิ่มอีก ๑ ตัว รวมเป็น ๓ ชั้น ซึ่งคงเป็นเพราะบุญที่ทำไว้ดีแล้วตามรักษา ทำให้เกิดแรงดลใจคิดเพิ่มผ้าซับในเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง โดยไม่ทราบสาเหตุ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุสารเคมีร้ายแรงหกรดผิวหนังส่วนท่อนขาซึ่งเป็นบริเวณเนื้อที่มีผิวหนังบอบบางมากจึงปลอดภัย เพราะสารเคมีทะลุไปถึงผ้าซับในชั้นที่สอง หากนุ่งผ้าเหมือนทุกวัน สารพิษย่อมทะลุถึงเนื้อ ทำอันตรายได้้แน่นอน

ส่วนทางท่อนแขน ก็นับว่าเป็นโชคดีที่มีสติ รีบไปสถานพยาบาล และนึกถึงอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระมหาสิริราชธาตุ ขอให้ท่านช่วยเหลือ
การนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยมยามคับขัน จิตใจจะมีพลานุภาพอย่างสูงเกิดขึ้น ต่อมบางต่อมในร่างกายจะทำการผลิตสารบางอย่างออกมา สามารถป้องกันอันตรายให้ตนเองได้อย่างอัศจรรย์ เช่นคนถูกไฟไหม้บ้าน อารามตกใจสามารถยกสิ่งของหนักๆ ที่ปกติแล้วต้องใช้คน ๓-๔ คนยกถึงจะไหว แล้วขนหนีไฟได้ตามลำพังคนเดียว

เมื่อคุณจริยาตกใจสุดขีด ก็เป็นทำนองเดียวกัน ร่างกายของตนเองก็ต้องช่วยเหลือตนเองเต็มที่ รวมทั้งอนุสติที่นึกถึงคุณของพระรัตนตรัยอยู่เนืองนิจ ทำให้มีอันตรายไม่ร้ายแรง ดังที่เกิดกับคนอื่นๆ

ดังนั้น หากทุกคนทราบดีว่า จิตใจของคนเราอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องหาเรื่องอะไรๆ คิดอยู่เสมอ จึงควรฉลาดหาเรื่องดีๆ นำมาให้ใจคิด อย่างนึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ นึกสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ ซึ่งเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


นอกจากจะได้บุญกุศลเป็นเนืองนิจ อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยย่อมสามารถปกปักรักษาให้พบแต่ความสุขสวัสดีโดยตลอด
ตรงข้าม หากปล่อยไป ไม่สนใจสภาวะจิตใจของตนเอง ธรรมชาติของจิตจะชอบไหลลงต่ำ จึงมักหาเรื่องคิดล้วนแต่เป็นอกุศล เรื่องราคะ โมหะ โทสะ อิจฉา พยาบาท และเรื่องโง่งมงายไร้ปัญญาต่างๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ประกอบอกุศลทางกาย ทางวาจาตามมา ทำให้ ชีวิตขาดทุน ขอให้ทุกคนอย่ายอมให้อกุศลจิตเกิดเป็นดีที่สุด

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร