อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 43

เรื่องที่ ๔๑๓ ไอศครีมเปลี่ยนวิกฤติ

เรื่องที่ ๔๑๓ ไอศครีมเปลี่ยนวิกฤติ
โรงงานไอศครีมที่ทำท่าว่าจะไปไม่รอด กลับกลายเป็นขายดีติดตลาด ทั้งๆ ที่เป็นฤดูฝน ปกติช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ซบเซา


 

 
 
คุณอภิชญา พงศ์สวัสดิ์
หมั่นปฏิบัติธรรม และเป็นกัลยาณมิตรกับคุณพ่อและคุณแม่
 
 

ครอบครัวพงศ์สวัสดิ์ ประกอบธุรกิจส่วนตัวเปิดโรงงานไอศครีมเจ้าพระยาตรานกอินทรีย์ อยู่ที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ คุณอภิชญา บุตรสาววัย ๓๒ ปี เล่าถึงครอบครัวของเธอว่า เท่าที่ผ่านมาสองปีเป็นช่วงมรสุมชีวิตของเธอและครอบครัว โรงงานไอศครีมประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันเฉกเช่นเดียวกับธุรกิจต่างๆ ที่ถูกสภาพเศรษฐกิจเล่นงาน จนไม่สามารถประคองชีวิตของตนเองไปได้ตลอด ทุกคนในครอบครัวของเธอรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจที่จะทำงานต่อไป และคิดว่าโรงงานคงไปไม่รอดแล้ว ตอนนั้นครอบครัวยังไม่ได้เข้าวัดพระธรรมกาย คุณพ่อก็ไม่ค่อยจะสนใจที่จะสานงานต่อ เพราะท่านก็อายุมาก วัยเกือบ ๗๐ ปี

จนกระทั่งคุณอภิชญาได้มาร่วมงานบุญบวชอุบาสิกาแก้ว หลังจากนั้นเธอเริ่มปฏิบัติธรรม เริ่มเข้าใจในบุญ และมีความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมในการชวนคุณพ่อ ซึ่งไม่ค่อยสนใจที่จะเข้าวัดเข้าวา เพื่อให้ท่านหันมาเห็นความสำคัญตรงจุดนี้ คุณอภิชญาพยายามพูดเรื่องบุญกับคุณพ่อคุณแม่ทุกวัน และเวลาพระอาจารย์มานำนั่งสมาธิก็จะชักชวนคุณพ่อคุณแม่ร่วมปฏิบัติธรรมด้วย รวมทั้งมีหนังสือธรรมะอะไรดีๆ จากทางวัดก็จะนำมาให้ท่านอ่าน และบอกว่าหากคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจที่จะไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ ลูกจะดูแลกิจการที่โรงงานทั้งหมดให้เรียบร้อย และพูดอ้อนวอนบอกท่านว่า คนอื่นในอำเภอนี้เธอสามารถเป็นกัลยาณมิตรให้ได้ เธออยากเห็นคุณพ่อคุณแม่เป็นต้นแบบต้นบุญในการทำความดี เพื่อให้ครอบครัวเธอเป็นครอบครัวที่มีธรรมะเป็นที่พึ่ง เธอใช้ความพยายามถึง ๔ เดือนเต็มๆ หลังจากเข้าวัด และเธอสามารถชวนคุณพ่อสังวาลย์ไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ได้เป็นผลสำเร็จ

 
ครอบครัวมีความสุข
จากการประพฤติธรรม
 

หลังจากคุณพ่อสังวาลย์ได้ปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์เป็นเวลา ๗ วันเต็มๆ ท่านกลับมาบ้านด้วยใบหน้าที่ผ่องใส เพราะเมื่อท่านได้ไปปฏิบัติธรรม และมีเวลามองย้อนกลับไปดูชีวิตที่ผ่านมา ทำให้ท่านเห็นว่าท่านใช้เวลาไปอย่างไร้แก่นสาร ไม่คุ้มค่าที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เพราะเมื่อได้ฟังคำสอนของพระอาจารย์ที่ว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากอย่างยิ่ง แต่เมื่อเกิดมาแล้วเราได้ใช้กายเนื้อนี้สร้างบุญบารมีเต็มที่หรือยัง เมื่อท่านย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง จึงตระหนักว่าตั้งแต่นี้เราควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้คุ้มค่ากับการเกิดมาในชาตินี้ ท่านได้ตั้งปณิธานและสัจจะอธิษฐานว่า “ขอให้เบื่อเหล้า เบื่อเบียร์” และท่านก็ทำได้สำเร็จสมกับที่ได้ตั้งใจไว้

คุณอภิชญาเล่าว่า คุณพ่อเปลี่ยนเป็นคนละคน จากที่เคยดื่มเบียร์วันละ ๓ ขวด และทุกๆ เช้าท่านจะง่วนอยู่กับตัวเลขว่างวดนี้จะออกอะไร ท่านเล่นหวยและติดหวย เหมือนคนติดยาเสพติด บางครั้งก็ถูกบางครั้งก็เสีย แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเสียมากกว่าได้มันไม่คุ้มเลย แต่ตอนนี้คุณพ่อท่านคิดได้ ท่านปฏิบัติธรรม สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวัน

คุณอภิชญาและครอบครัวได้พบกับอานุภาพบุญที่ไม่มีประมาณจากคุณพระรัตนตรัย ธุรกิจที่ทำท่าชะงักงันและไปไม่รอดกลับฟื้นตัว พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ ความที่ทุกคนมีจิตเป็นกุศล พูดแต่สิ่งที่ดี ทำสิ่งที่ดี มีศีลเสมอกัน พูดคุยแต่เรื่องธรรมะ ประกอบกับการทำบุญที่ถูกเนื้อนาบุญ ร่วมบุญทุกอย่าง ทั้งสร้างพระธรรมกายประจำตัว สร้างสภาธรรมกายสากล วิหารพระมงคลเทพมุนี และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้ร่วมบุญทอดผ้าป่ากับวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งคุณอภิชญา กล่าวว่า ถึงแม้กำลังฟื้นตัวจากธุรกิจของตนเอง และต้องต่อสู้กับสภาพเศรษฐกิจทางโลก แต่ก็ไม่เคยย่นย่อต่อการสร้างบุญสร้างกุศล ยิ่งเป็นบุญพิเศษเช่นนี้เป็นการทำบุญทีเดียว แต่ได้ช่วยบำรุงพระศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนการศึกษา หรือการซ่อมแซมถาวรวัตถุ การนำปัจจัยไปใช้จ่ายในกิจของสงฆ์ ฯลฯ ถือเป็นบุญใหญ่เลยทีเดียว ความดีต่างๆ จึงไหลมาสู่ครอบครัวพงศ์สวัสดิ์อย่างจะนับจะประมาณมิได้

 
คุณพ่อผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้น
ด้วยการปฏิบัติธรรม
 

ในวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๒ คุณอภิชญาและครอบครัวได้รับรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ รุ่นมารสยบ พร้อมกับป้ายบ้านกัลยาณมิตร เธอเล่าว่าที่บ้านเคยมีลูกหนี้ติดเงินอยู่หลายราย เป็นเวลาหลายปี ซึ่งไม่สามารถติดตามทวงหนี้ได้ คุณแม่ก็ร้อนใจอยากให้เขามาคืนเงิน ขอให้ได้แค่เงินต้นก็พอใจแล้ว แต่คุณพ่อทำใจได้ท่านบอกว่า “ปล่อยๆ ให้เขาไปเถอะ คิดเสียว่าให้เป็นบุญกุศลของเราก็แล้วกัน” แต่คุณแม่ยังนึกเสียดายว่าเป็นเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของทุกคนในบ้าน ทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อยในการทำงาน แต่ต้องมาขัดสนและลำบากอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าหากทวงหนี้ได้มาหลายๆ รายก็สามารถรวมเงินได้หลายแสนอยู่

ภายในวันนั้นเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม คุณอภิชญาจึงตัดสินใจเขียนชื่อนามสกุลของลูกหนี้ว่ามีใครบ้าง พร้อมทั้งจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ แล้วสอดไว้ใต้ฐานหลวงพ่อวัดปากน้ำ รุ่นมารสยบ เธอวางกระดาษไว้ใต้ฐานหลวงพ่อแล้วมองดูหน้าท่าน พนมมืออธิษฐานว่า “ขอให้ลูกได้ปัจจัยมา เพื่อเกื้อหนุนในการทำทาน สร้างบุญบารมียิ่งๆ ขึ้นไปด้วยเทอญ” พอพูดจบเธอก็เดินออกมา คิดในใจว่าไม่มีหนทางไหนติดตามทวงหนี้ได้ก็ขอบุญบารมีหลวงพ่อสดท่านช่วย


แล้วอานุภาพบุญก็เกิดขึ้นกับครอบครัวพงศ์สวัสดิ์ เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ในวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ ๙.๐๐ น. คุณอภิชญาเล่าว่าลูกค้ารายนี้ได้ย้ายบ้าน และหายสาบสูญไป ๓ ปีเต็มๆ ซึ่งไม่สามารถติดตามได้เลยว่าเขาย้ายไปอยู่แห่งหนตำบลใด เขาโทรมาว่า “ตอนนี้เงินต้น และดอกเบี้ยเท่าไหร่แล้วครับ” เธอก็ถามด้วยความตื่นเต้นว่า “คุณจะใช้หนี้เราหรือคะ” คุณอภิชญา ถามด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง เอ๊ะ! เราฟังผิดหรือเปล่าเนี่ย... “ครับ” เสียงตอบมาตามสาย อะไรกันนี่ หลวงพ่อสดท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ชั่วข้ามวันก็มีลูกหนี้โทรมาคืนเงินแล้ว ทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่น่าเชื่อว่าอานุภาพบุญจะเกิดขึ้นรวดเร็วปานนี้ ลูกหนี้รีบนำรถมาให้หนึ่งคัน และทยอยเงินให้คิดเป็นเงินร่วมแสนบาทสำหรับรายแรก พวกเราจึงเกิดกำลังใจที่ได้ประสบอานุภาพบุญครั้งนี้ ทำให้เกิดแรงศรัทธาเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จได้ด้วยบุญ จึงออกไปเยี่ยมลูกหนี้รายอื่น พอไปถึงบ้านเขา ทุกคนก็ตอบคล้ายๆ กันว่า “กำลังหาเงินอยู่จ๊ะ เดี๋ยวจะใช้ให้” สิ่งที่ครอบครัวพงศ์สวัสดิ์อธิษฐานจิตกับรูปหล่อหลวงพ่อสด คือ “ขอให้ลูกหนี้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีเงินเพิ่มขึ้น เขาจะได้นำเงินมาใช้หนี้เราได้” คุณพ่อสังวาลย์บอกว่าพอมีคนมาใช้หนี้ท่านก็ลดดอกเบี้ยให้เขา ทำให้เขาดีอกดีใจมาก และขอบคุณที่เราลดเงินให้เขา

ปัจจุบันโรงงานของคุณอภิชญา
นำธรรมะเข้ามาใช้ในการดำเนินการ
 
 
ก่อนจะออกจากบ้านไปขายไอศกรีม
จะสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุทุกวัน
 

คุณอภิชญาเล่าต่ออีกว่า หลังจากที่อาราธนาหลวงพ่อสดท่านมาไว้ที่บ้าน โรงงานไอศครีมที่ทำท่าว่าจะไปไม่รอด กลับกลายเป็นขายดีติดตลาด ทั้งๆ ที่เป็นฤดูฝน ปกติช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ซบเซา เพราะถนนในชนบทต้องลุยโคลน บางครั้งรถก็ติดหล่ม แต่ปีนี้แปลกมากลูกค้าโทรมา ต่อว่าว่าเราไม่ยอมส่งไอศครีมให้ ทุกคนจึงเกิดกำลังใจต่อสู้กันต่อไปอีกครั้ง เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ คุณพ่อสังวาลย์ขับรถไอศครีมไปส่งลูกค้าด้วยตนเอง และต้องผลิตไอศครีมทุกวัน
ครอบครัวพงศ์สวัสดิ์จะทำงานแต่เช้าออกไปส่งไอศครีมให้ลูกค้าโดยแบ่งเป็นสายๆ ละ ๑๐ ร้าน มีพี่ชาย พี่เขย คุณอภิชญา คนงานรับจ้าง และที่สำคัญคือคุณพ่อสังวาลย์ ก่อนออกจากบ้านไปส่งไอศครีม ท่านจะสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ ทำใจให้นิ่งใส หลับตาและนึกถึงร้านที่จะไปส่งไอศครีมในวันนี้ไว้ที่ศูนย์กลางกาย พอไปถึงที่ร้านลูกค้าล้างตู้แช่ไอศครีมรอไว้เลย ไอศครีมที่ร้านขายหมดเกลี้ยงสามารถลงได้เต็มถัง และไปถึงก่อนไอศครีมเจ้าอื่น ทำให้สามารถลงได้มากกว่าเขา และลูกค้าเองก็บอกว่า “ไอศครีมคุณขายดีจัง ลูกค้าเขาชอบบอกว่าอร่อย” คุณพ่อคิดในใจว่า เอ...เราก็ทำของเราอย่างนี้มาตั้ง ๑๕ ปี ยังไม่เคยขายได้เกลี้ยงหมด และลูกค้าติดใจขนาดนี้ เวลาคุณพ่อสังวาลย์ออกมาส่งไอศครีม ท่านก็จะเตรียมข่าวสารธรรมะจากทางวัดไปให้ร้านค้าต่างๆ และชวนคุยให้ทุกคนอยู่ในบุญกันเยอะๆ คุณอภิชญาเองก็จะทำแบบนี้ โดยแบ่งกันไปตามสายต่างๆ ที่มีลูกค้าสั่งมา เธอบอกว่าระยะหลังมานี้ตั้งแต่เข้าวัดพระธรรมกายครอบครัวไม่เหนื่อยเหมือนแต่ก่อน เงินทองก็ไหลมาเทมาไม่ขาดสายเหมือนกับที่ครอบครัวพงศ์สวัสดิ์ไม่เคยขาดการทำบุญ ทำบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีทรัพย์ก็ไม่ตระหนี่ มีโอกาสสร้างบุญสร้างบารมี ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และพากันมาที่วัดพระธรรมกายทุกวันอาทิตย์ เธอรู้สึกมีความสุขมากที่ครอบครัวสุขสบาย และคุณพ่อเป็นผู้นำให้กับทุกคน ท่านดูสดชื่นเบิกบาน

 
ให้โอกาสในการประพฤติธรรมแก่เพื่อนบ้าน
ด้วยการเปิดเป็นบ้านกัลยาณมิตร
 

ครอบครัวพงศ์สวัสดิ์นั้นถือเป็นครอบครัวผู้นำบุญที่รักบุญ นอกจากจะประกอบสัมมาอาชีพอย่างไม่ย่อท้อแล้ว ยังได้สละเวลาอันมีค่าเป็นกัลยาณมิตรให้กับเพื่อนบ้าน และชักชวนเพื่อนบ้านและญาติมิตรเปิดบ้านกัลยาณมิตรได้ถึงร้อยกว่าหลัง และเมื่อประมาณต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๒ ได้เปิดบ้านกัลยาณมิตรของตนเองสำหรับผู้มีบุญได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมได้ถึงคราวละ ๒๐๐ คน นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำสาธุชนจัดนำรถมาที่วัดพระธรรมกายได้คราวละ ๒๐ กว่าคัน


คุณอภิชญากล่าวว่าเธอเริ่มเข้าวัดเมื่องานอุบาสิกาแก้ว พ.ศ.๒๕๔๑ และยังคงมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีกระแสข่าวโจมตีวัดพระธรรมกายอย่างแรงมาตลอด แต่เธอก็ไม่เคยหวั่นไหว และไม่ย่อท้อในการทำหน้าที่กัลยาณมิตร ยังคงก้าวเดินหน้าต่อไป เพราะเข้าใจในคุณของพระรัตนตรัย เข้าใจว่าเราเป็นชาวพุทธที่แท้จริง และดีใจที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา และนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งทำให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขจนกระทั่งปัจจุบัน

เรื่องราวของครอบครัวพงศ์สวัสดิ์ เป็นการยืนยันสัจธรรมที่ว่า เมื่อบุคคลนั้นประกอบเหตุเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น เมื่อประกอบเหตุดีไว้มากผลดีนั้นก็มีพลังทำให้เจ้าของกรรมได้เสวยผลแห่งความดีที่เพียรกระทำมาให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ตรงกันข้ามถ้าประกอบเหตุวิบัติชั่วทางอกุศลไว้มาก ผลชั่วนั้นก็มีพลังทำให้เจ้าของกรรมได้เสวยผลแห่งความชั่วที่เพียรกระทำมา ให้ประสบความวิบัติในทุกๆ ด้านเช่นกัน เปรียบเสมอนการหว่านเมล็ดพืชลงในดิน ปลูกถั่วก็ต้องเป็นถั่ว ปลูกงาก็ต้องเป็นงา ปลูกถั่วจะเป็นงาไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อทุกท่านได้ทราบสัจธรรมในเรื่องนี้แล้ว มาเร่งประกอบเหตุแห่งผลดีกันเถิด เมื่อเหตุแห่งความดีส่งผลได้เต็มที่ เราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง เพราะไหนๆ ก็ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนาในชาตินี้แล้ว

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -