อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 47

เรื่องที่ ๔๓๔ เซียน ๑๘ มงกุฎยังพ่าย

เรื่องที่ ๔๓๔ เซียน ๑๘ มงกุฎยังพ่าย
พอสิ้นเสียงเธอ คนร้ายกลับงงกับภาษาที่ได้ยิน จนต้องถามว่า “พูดภาษาอะไรกันเนี่ย..คุณนาย”


 

 
 
คุณพรทิพย์ ฉั่น แม้อยู่แดนไกล แต่ใจไม่เคยห่างจากคุณของพระรัตนตรัย
 
 

เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๓๙ คุณพรทิพย์ ฉั่น บินกลับมาเมืองไทย และได้ไปวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกในชีวิต เพื่อมาร่วมงานวันอุปสมบทลูกชาย เมื่อโยมแม่ให้โอกาสพระลูกชายไปอบรมธรรมะภาคปฏิบัติที่วัดนี้ พระลูกชายก็ได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้โยมแม่สร้างพระธรรมกายประจำตัว เธอจึงสร้างในวันนั้นทันที ๑ องค์ และปวารณาอีก ๓ องค์ ให้ลูกๆ

ระหว่างที่อยู่เมืองไทยเธอได้ไปวัดพระธรรมกายบ่อยๆ จนได้เข้าใจธรรมะและแนวทางปฏิบัติสมาธิ เธอจึงกลับไปที่ฮ่องกงด้วยใจที่อบอุ่นเพราะมีพระรัตนตรัยภายในเป็นทั้งที่พึ่งที่ระลึกตลอดเวลา เธอได้ตั้งใจประพฤติธรรมเพื่อความบริสุทธิ์ ทั้งทางกาย วาจา ใจ ทำหน้าที่กัลยาณมิตร ชวนคนในครอบครัว และคนไทยในฮ่องกง ให้หันมาประพฤติธรรม โดยมีความสุขที่เกิดจากใจที่สงบ ปราศจากความโลภ ความโกรธ และความหลง เป็นรางวัล นอกจากนั้นเธอยังชวนเพื่อนคนไทยในฮ่องกงสร้างพระธรรมกายประจำตัวถึง กว่า ๔๐ องค์

คุณพรทิพย์ได้ไปทำงานในห้างสรรพสินค้าที่ตึกแปซิฟิค ใจกลางเมืองก้ำจ๊ง ฝั่งฮ่องกง ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในเมือง จะมีคนพลุกล่านตลอด เธอไปทำงานตามปกติ แต่วันนี้พิเศษกว่าวันอื่นๆ เพราะในช่วงเย็นเจ้านายนัดกินเลี้ยง และประชุมสังสรรค์พนักงานทั้งหมด เธอจึงเตรียมตัวเพื่องานประชุมในตอนเย็นนี้ด้วย เธอสวมสร้อยทองรูปพรรณไปหลายเส้น สร้อยข้อมือหนัก ๒ บาท ๒ เส้นที่ข้อมือข้างเดียว สร้อยคอหนัก ๓ บาท และ ๕ บาท ขณะที่เธอปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในบริเวณที่ต้องรับผิดชอบอยู่ เธอได้สวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุไปด้วยด้วยความเลื่อมใสองค์ท่าน บางคราวดึงแผ่นพับที่พิมพ์บทสวดเอาไว้ออกมาดูตอนที่ยังจำไม่ได้ เพราะลูกชายได้ส่งมาให้เมื่อ ๒ วันก่อน ยังจำได้ไม่หมด

ขณะที่กำลังเพลินกับงานและใจสบายกับบทสรรเสริญพุทธคุณอยู่นั้น ได้มีชายจีนรูปร่างสันทัด แต่งกายเรียบร้อย คล้ายคนขับรถส่งของมาทัก “คุณทำงานที่นี่นานหรือยังครับ” “นานแล้วค่ะ” เธอตอบด้วยอัธยาศัยที่ดีด้วยสำเนียงจีนที่ชัดเจน เขาแสดงเจตนาต่อ “งั้นผมขอรบกวนเวลาสักเล็กน้อย คือผมต้องการความช่วยเหลือ ขอคุณช่วยไปยืนดูสินค้า ในขณะที่ผมต้องขนลงชั้นใต้ดินหน่อยนะครับ” ด้วยนิสัยชอบช่วยเหลือคน คุณพรทิพย์จึงยังไม่ปฏิเสธ ถามดูว่าชั้นใต้ดินอยู่ไกลไหม เขาบอกว่าไม่ไกล ใช้เวลาไม่นาน เธอจึงตัดสินใจไปตามที่เขาขอความช่วยเหลือ

 
พระลูกชายผู้จุดประกายธรรมให้โยมแม่ยึดมั่นในพระรัตนตรัย เบิกบานใจเมื่ิอลูกชายอุปสมบท
 

ชายคนนั้นพาคุณพรทิพย์ออกเดินปะปนกับผู้คนที่พลุกพล่าน ตัวเธอเองเริ่มงงกับสถานที่ เวลาผ่านไปจนผิดสังเกต ชั้นใต้ดินก็อยู่ในตัวตึก ทำไมเขาถึงพาเดินออกนอกบริเวณตึก ขณะกำลังชั่งใจจะถามเขาอยู่ ไหนว่าไม่ไกลทำไมไม่ถึงสักที หรือว่าเราถูกหลอก พอดีชายคนนั้นถามขึ้นมาว่า “สามีคุณทำงานอยู่แถวนี้หรือเปล่า ฉันต้องการแรงงานชายเพิ่มอีกหนึ่งคน” พอชายคนนั้นพูดจบ มีชายอีกคนเดินเข้ามาขนาบอยู่ด้านซ้ายมือ และพูดแทรกขึ้นมาว่า “ต้องการแรงงานผู้ชายไปทำอะไรหรือ” คุณพรทิพย์หันไปมองผู้ร่วมทางคนใหม่แต่งตัวดีมาก ลักษณะภูมิฐาน ในตัวมีทองรูปพรรณ โทรศัพท์มือถือ ผูกเน็คไทเรียบร้อย
ชาย ๒ คนนั้นต่างเดินประกบตัวเธออยู่ทั้งซ้ายขวา ทำทีเป็นการเดินสนทนากัน จนคนที่เดินผ่านไปมาสังเกตไม่ออกว่า คุณพรทิพย์กำลังถูกบังคับให้เดิน ชายคนแรกพูดกับคนที่สองว่า “อยากให้ช่วยขนสินค้าลงชั้นใต้ดิน เพื่อความรวดเร็ว อยากได้คนช่วยอีกคน” แล้วชายคนที่สองก็อาสาช่วย แต่ขอดูสินค้าว่าผิดกฎหมายหรือไม่ คุณพรทิพย์เห็นชายคนแรกส่งเม็ดกลมๆ ขนาดเท่าไข่มุกสีเขียว ยื่นผ่านตัวเธอไปให้ชายคนที่สอง แล้วมองกันด้วยแววตาแปลกๆ


เธอขนลุก ฉุกคิดขึ้นมาในใจ “หรือว่าเรากำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกแก๊งค์ ๑๘ มงกุฎ เอ๊ะ! หรือเราจะคิดร้ายไปเอง คงไม่มีอะไรมั้ง อย่ามองโลกในแง่ร้ายซิ” พวกเขาพาเธอเดินไปในทางที่เริ่มเปลี่ยวขึ้นทุกทีๆ ในใจของเธอมุ่งเข้าไปหาที่พึ่งภายในโดยอัตโนมัติ เสียงบทสวดสรรเสริญคุณของพระมหาสิริราชธาตุที่เธอได้ยินแล้วสบายใจ ดังแว่วขึ้นมาในใจชัดเจน มือข้างขวารีบกำองค์พระเอาไว้ เหมือนกับตั้งใจให้องค์พระที่เธอสัมผัสอยู่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ยังไม่รู้ว่าข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น ชายทั้งสองพาเธอมาหยุดในสถานที่เปลี่ยวที่ล้อมด้วยรั้วสังกะสีสูงประมาณ ๓ เมตร ชายคนแรกบอกว่ารถและสินค้าอยู่ในนี้ แล้วก็ทิ้งให้คุณพรทิพย์และชายที่แต่งกายภูมิฐานรออยู่ ระหว่างนั้นชายคนที่สองก็ชวนคุย เสนอให้คุณพรทิพย์เข้าหุ้นทำการค้าเกี่ยวกับสินค้าที่ชายคนแรกนำมาให้ดูว่า ถ้ากล้าลงทุนแล้วจะมีแต่กำไรมหาศาล และบอกว่าสินค้าตัวนี้ กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทที่มีคอมพิวเตอร์อยู่ในฮ่องกง

 
 
ตึกแปซิฟิคใจกลางเมืองก้ำจ๊ง ฝั่งฮ่องกง ที่คุณพรทิพย์ทำงานอยู่
 
 

บรรยากาศตอนนี้มันช่างเงียบและน่ากลัวจริงๆ บนถนนที่เธอยืนอยู่ แทบจะไม่มีรถวิ่งผ่าน นานๆ จะมีมาสักคันหนึ่งและแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มมองหาทางเอาตัวรอด เบื้องหน้าอีก ๕๐๐ เมตร มีตึกที่กำลังก่อสร้างอยู่ มองเห็นคนไกลๆ ซ้ายมือเป็นที่รกร้าง มันน่ากลัวจริงๆ พยายามดึงแขนเสื้อของตัวเองมาปิดสร้อยข้อมือที่มองดูแล้วเส้นโตสะดุดตายิ่งนัก

เธอรู้สึกกลัวจนตัวสั่น เมื่อพบว่าเสียงฝีเท้าที่กำลังออกมาจากรั้วสังกะสีนั้น กลับเป็นชายแปลกหน้าอีกคน! โจรคนที่สามนี้แต่งตัวดีเช่นกัน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นพวกมิจฉาชีพเดินตรงเข้ามา ดูท่าทีเหมือนพ่อค้า แล้วบอกว่ามาหาซื้อสินค้าตัวเดียวกันกับที่ชายคนที่สองเขาพยายามพูดจาหว่านล้อมให้คุณพรทิพย์นำเงินที่มีอยู่มาลงทุน เธอพูดบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธว่าเธอไม่มีเงินหรอก เสียงชายคนแรกที่ตามออกมาสมทบโดยที่เธอไม่รู้ตัว พูดแทรกขึ้นมาอย่างน่ากลัวว่า “อยู่ในกระเป๋านั้นไงคุณนาย! ฉันแอบดูตอนที่เธออยู่ในห้างสรรพสินค้า เห็นเปิดกระเป๋าให้เพื่อนยืมตังค์ เธอมีเครดิตการ์ดอยู่ เอาออกมาเสียดีๆ คุณนาย!...” เธอตกใจมากเมื่อนึกขึ้นได้ว่าในตอนสายวันนี้มีเพื่อนมาขอยืมเงินไปซื้อแม็คโดนัลด์ เธอเปิดกระเป๋า มันแอบเห็นในกระเป๋าด้วยหรือ !
ความกลัวมาถึงขีดสุดแล้ว เธอยกองค์พระมหาสิริราชธาตุทั้ง ๒ องค์ ขึ้นพนมมือพูดกับท่านด้วยภาษาไทยดังๆ ว่า “หลวงพ่อลูกอยู่ในภาวะคับขันแล้ว ช่วยลูกด้วย พระมหาสิริราชธาตุเจ้าขา ถ้าไม่ช่วย ลูกไม่รอดแน่ๆ” พอสิ้นเสียงเธอ คนร้ายกลับงงกับภาษาที่ได้ยิน จนต้องถามว่า “พูดภาษาอะไรกันเนี่ย..คุณนาย” คุณพรทิพย์เปลี่ยนจากความกลัวเป็นความกล้า จากหนาวเป็นร้อนโดยอัตโนมัติ ตอบพวกเขาด้วยภาษาจีน “อ้อ ฉันก็พูดกับพระของฉันนะซิ ในตัวฉันมีพระคุ้มครองอยู่นะจะบอกให้” เธอพูดต่อแบบไม่ให้พวกเขาตั้งตัว “ฉันรู้แล้วล่ะว่า พวกเธอเป็นแก๊งค์ ๑๘ มงกุฎ”


ชายทั้งสามคนต่างมารุมล้อมตัวเธอเอาไว้ ชายคนที่แต่งกายภูมิฐาน คว้าแขนข้างที่มีทองรูปพรรณเอาไว้ บีบแขนแรงๆ เพื่อต้องการให้เธอเจ็บและกลัว พร้อมกับบอกว่า “เราจะไปอีกที่หนึ่งที่ดีกว่านี้” คุณพรทิพย์มองตามที่เขาชี้และบอกว่าจะพาไป เห็นมีผู้ชายอีก ๒ คน สวมเสื้อแจ็คเก็ตใส่แว่นดำรออยู่


คุณพรทิพย์มองหาทางออกยังไม่ได้ หันมองไปรอบข้างไม่มีผู้คนเลย ในใจท่อง “สัมมาอะระหังๆ หลวงพ่อช่วยด้วย” ในขณะที่ชายคนที่คว้าแขนเธอเอาไว้กำลังจะฉุดกระชากบังคับให้เธอเดินไปที่ป่ารกร้างนั้น สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาทำลายความเงียบ คุณพรทิพย์รีบมองตามเสียงรถที่แล่นเข้ามาใกล้ โชคเข้าข้างเธอแล้ว รถที่แล่นลงมาจากตึกที่กำลังก่อสร้างเป็นรถแท็กซี่ ขณะที่พวกเขาเบนจุดสนใจไปที่รถคันดังกล่าว เมื่อรถวิ่งมาในระยะใกล้ คุณพรทิพย์รวบรวมกำลังกายทั้งหมด สะบัดแขนที่ถูกจับไว้แน่นลื่นหลุดออกมาอย่างง่ายดาย วิ่งออกมาโบกเรียกแท็กซี่ แท็กซี่จอดเปิดประตูรับ เธอรีบพาตัวเองเข้าไปในรถหนีการตามไล่ล่าได้อย่างหวุดหวิด ฝ่ามือที่แข็งกระด้างคว้าแขนของเธอพลาดไปนิดเดียว จังหวะเดียวกันกับประตูรถปิดล็อคพอดี เธอบอกให้แท็กซี่รีบขับออกไปเร็วๆ ทิ้งให้คนร้ายทั้งสามตกตะลึงกับเหยื่อที่หลุดไปได้

 
อานุภาพของคุณพระศรีรัตนตรัย คุ้มครองให้เธอปลอดภัยในต่างแดน
 
 

รถแล่นออกมาและเธอคลายจากอาการตื่นเต้นลงบ้างแล้ว คนขับรถแท็กซี่จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอตอบด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยว่า “ฉันถูกหลอกให้มาที่นี่” แท็กซี่อุทานด้วยความตกใจ “คุณเนี่ยดูท่าทางไม่น่าถูกหลอก คุณไม่รู้หรือมันพาคนมาปล้นมาฆ่าตรงนี้ไม่รู้สักเท่าไหร่แล้ว” คุณพรทิพย์นั่งเหงื่อแตกฟังแท็กซี่พูดต่ออีกว่า “แปลกจริงๆ วันนี้ฉันจอดรับคุณได้ยังไง ปกติพวกฉันรู้ดีว่า จะไม่จอดรับผู้โดยสารจุดนี้เด็ดขาด ต่อไปฉันก็วิ่งหากินแถวนี้ไม่ได้อีก พวกมันต้องจำทะเบียนรถฉันได้แน่ๆ” คุณพรทิพย์นั่งเหงื่อโทรมกาย พนมมือขึ้น “พระมหาสิริราชธาตุเจ้าช่วยชีวิตลูกไว้ สาธุ” เธอกล่าวด้วยความซาบซึ้งในคุณอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย


สองชั่วโมงถัดมาได้เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นที่ชั้นสามของห้างสรรพสินค้าในตึกแปซิฟิคอีกครั้ง เพื่อนที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียกให้คุณพรทิพย์ออกไปดู “เธอเร็วๆ เข้ามาดูซิ ใช่คนที่มาหลอกเธอไปหรือเปล่า” คุณพรทิพย์วิ่งไปดู เห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวคนหนึ่งถูกคนร้ายฉกกระเป๋าถือ ส่วนคนร้ายนั้น เธอจำได้ว่าคือคนๆ เดียวกันกับที่มาหลอกเธอไปปล้นนั่นเอง คนร้ายอาศัยความไวขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงวิ่งหนีไปได้อย่างลอยนวล

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้เคียงกันนี้ ทำให้คุณพรทิพย์มั่นใจว่า ที่ตนเองหลุดพ้นจากการรุมทำร้ายของคนร้ายทั้งสามคนมาได้อย่างอัศจรรย์ แท็กซี่ยังยืนยันว่า ปกติจะไม่จอดรับผู้โดยสารที่จุดนี้เด็ดขาด แต่วันนี้เหมือนถูกดลใจให้จอดรับเธอโดยอัตโนมัติ นี้เป็นเพราะอานุภาพของคุณพระศรีรัตนตรัย บุญกุศลที่เธอเพียรทำมา โดยมีพระมหาสิริราชธาตุเป็นสื่อช่วยให้เธอปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างเหลือเชื่อ

มนุษย์ทุกคนมีของดีอยู่ในตัว จุดที่จะหยุดใจให้เชื่อมโยงกับผู้มีอานุภาพคือพระรัตนตรัยที่เป็นพึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ฉะนั้นผู้ที่ไม่ประมาทหมั่นเจริญสมาธิภาวนาอยู่เป็นนิจ ยามใดที่ประสบกับทุกข์ภัยเรื่องอะไรก็ตาม ให้หยุดใจไว้ตรงตำแหน่งที่จะเชื่อมโยงกับท่าน คือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ โดยอาราธนาองค์พระมหาสิริราชธาตุ หรือองค์พระ องค์ไหนก็ได้ที่เราบูชา จำได้ติดตาติดใจมาน้อมไว้ในใจ ซึ่งเป็นทางผ่านแห่งบุญกุศลและผู้รู้ผู้มีอานุภาพ กระแสธารแห่งบุญที่เกิดขึ้นจะไหลผ่านจากท่อธารแห่งบุญ เมื่อกำลังบุญเต็มเปี่ยม ในที่สุดก็เอาชนะอุปสรรคภัยพาลได้ สมดังธรรมภาษิตที่กล่าวไว้ใน อัตตทีปสูตรว่า

อตฺตทีปา อตฺตสรณา นาญฺสฺสรณา
ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา นาญฺสฺสรณา

จงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง สิ่งอื่นไม่ใช่
จงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง สิ่งอื่นไม่ใช่ 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -