อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ พิเศษ 1

เรื่อง นึกอย่างไร ได้อย่างนั้น

เรื่อง นึกอย่างไร ได้อย่างนั้น

 
 
 
 
 

คุณไพรัตน์ จันทร์ทุม เล่าว่า แต่เดิมมีอาชีพทำเฟอร์นิเจอร์และรับตกแต่งภายใน ในยุคเศรษฐกิจมีปัญหาขณะนี้ ไม่ค่อยมีใครว่าจ้างให้ทำงาน จึงไปประมูลร้านขายขนมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านสร้าง ในระยะแรกนั้นขายไม่ดีเลย
ต่อมาคุณพูนสุข รัตนเสาวคนธ์ และอาจารย์นิติ ศิริกุล จ้างให้ขับรถมาวัดพระธรรมกาย เมื่อมาถึงวัดคุณไพรัตน์ได้มีโอกาสฟังเทศน์จากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ รู้สึกซาบซึ้งมาก และได้หัดนั่งสมาธิเป็นครั้งแรก เมื่อกลับไปแล้วก็หาโอกาสมาที่วัดอีก ครั้งหลังที่มาวัดก็ได้รับภาพพระมหาสิริราชธาตุ ที่ด้านหลังภาพเป็นคำสวดสรรเสริญ คุณไพรัตน์จึงนำภาพไปให้ช่างเคลือบพลาสติกกันเปียกน้ำ และตั้งใจสวดสรรเสริญทุกวันเป็นประจำ อธิษฐานจิตขอให้ขนมขายได้ดี

นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ ขายไม่ดีมาไม่รู้กี่วันแล้ว แต่วันนั้นพอสวดสรรเสริญแล้วทำสมาธิ อธิษฐานจิตขอให้ขายดี ปรากฏว่า นักเรียนมายืนเข้าแถวซื้อขนมร้านคุณไพรัตน์เป็นแถวยาวเหยียด ร้านข้าวแกงอยู่ซ้ายมือ ร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ขวามือ ไม่มีใครไปซื้อ คุณไพรัตน์รู้สึกแปลกใจมาก ทำไมเด็กทานของหวานก่อนอาหารคาว เมื่อเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ดังนั้นรู้สึกขนลุก พนมมือขึ้นกล่าวสาธุการ ในอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุ

วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ ๒ ปรากฏว่า เด็กนักเรียนยังมาซื้อขนมมากเป็นแถวยาวเช่นเดิม จนร้านข้างเคียงถามว่า "พี่แตง เล่นของรึไงเนี่ย ทำไมถึงขายดีอย่างนี้" คุณไพรัตน์จึงนำภาพพระมหาสิริราชธาตุให้ดู แล้วติดไว้ที่หน้าตู้ขนม อยากให้คนถามเชื่อถือศรัทธาบ้าง คุณไพรัตน์เองเชื่อเต็มล้านเปอร์เซนต์ ร้านของคุณไพรัตน์ขายดีมากจนแม่ค้าขายข้าวแกง และแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ต้องมาช่วยคุณไพรัตน์ขายขนม ขายดีจนขนมหมดทุกอย่าง

 

ตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ยังขายดีอยู่เหมือนเดิม คุณไพรัตน์หมั่นสวดสรรเสริญ ทำสมาธิจิต อธิษฐานอยู่เป็นประจำไม่ได้ขาด

คุณไพรัตน์มีหนี้อยู่ ๕ หมื่นบาท อยากมีเงินใช้หนี้ คุณไพรัตน์กับลูกชาย ซึ่งเรียนอยู่ ป.๒ ได้สวดสรรเสริญเป็นประจำและขอพรพระมหาสิริราชธาตุ ขอให้มีงานทำเพิ่ม จะได้รวบรวมเงินใช้หนี้


อธิษฐานจิตไปได้ ๓ วัน พอวันที่ ๔ ไปขายขนมที่โรงเรียนตามปกติ จัดของเสร็จราว ๕ โมงเช้า ยังไม่ถึงเวลาขาย จึงขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปตลาด ไปตรงที่มีคนเลี้ยงไก่ คุณไพรัตน์ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมจึงไปที่นั่น คนเลี้ยงไก่เห็นเข้าจึงพูดขึ้นว่า "แหม กำลังจะไปหาพอดีเลย มีงานอยู่ชิ้นหนึ่ง น้องชายทำมา ๔ เดือนแล้ว ยังไม่เสร็จ ขอให้คุณไพรัตน์ไปช่วยหน่อย เสร็จแล้วจะได้เก็บเงินค่าจ้างไปจ่ายให้กับลูกน้อง เพราะลงทุนไว้หลายแสนแล้ว"

เจ้าของงานนี้ชื่อคุณจารึก ร้านอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย ๒ คุณไพรัตน์ไม่รู้จักเลย จึงเดินทางโดยทางรถไฟมากรุงเทพฯ แล้วก็นั่งแท็กซี่ คุณไพรัตน์บอกให้พาไปร้านอัลลอยด์ แท็กซี่บอกว่ามีร้านอัลลอยด์เต็มไปหมด จะไปร้านไหนดี

แล้วแท็กซี่ก็จอดที่ร้านแห่งหนึ่ง เป็นห้องแถว ๒ ห้อง ไม่มีชื่อร้าน พอถามว่าใช่ร้านของคุณจารึกหรือเปล่า ก็กลายเป็นว่า ถามกับตัวเจ้าของชื่อเอาทีเดียว น่าอัศจรรย์ใจจริง เพราะตลอดการเดินทาง คุณไพรัตน์นึกสวดบทสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุมาตลอด

คุณจารึกคุยให้ฟังว่า วันรุ่งขึ้นจะไปทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวอีก เขาทำบญสร้างองค์พระและได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุกรอบพญานาค ๔ สีมาแล้ว และยังบอกให้คุณไพรัตน์อธิษฐาน คุณไพรัตน์จึงอธิษฐานว่าขอให้มีเงินทำบุญสร้างพระบ้าง

คุณไพรัตน์ได้อธิษฐานจิตกับพระของคุณจารึก เพียงวันรุ่งขึ้นก็มีงานเข้ามาเต็มไปหมด ทั้งงานอัลลอยด์ ทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ งานที่กำลังจะได้มาอีกคืองานของโรงเรียนหนองจอก ซึ่งทั้งคุณจารึกและคุณไพรัตน์ช่วยกันสวดสรรเสริญ ทำสมาธิอธิษฐานจิตขอพรเป็นการใหญ่ ถ้างานเสร็จแล้วจะมีเงินทำบุญสร้างองค์พระได้สมใจคุณไพรัตน์

 

คุณไพรัตน์ยังเล่าเพิ่มเติมถึงเรื่องที่ประสบกับตนเองเมื่อวันทอดกฐินที่วัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๑ ลูกสาวของคนที่ทำบุญสร้างพระรายหนึ่งถามว่า "พี่เชื่อหรือ ที่มาทำบุญที่นี่น่ะ พี่เชื่อได้ยังไง นี่ไม่รู้ว่าแม่โดนล้างสมองรึเปล่า ดูซิมาทำบุญอะไรกัน สร้างพระตั้ง ๗ องค์ นี่พี่หนูถามจริงๆ นะ พี่เชื่อได้ยังไง พี่รู้ได้ยังไงว่าที่นี่ดีจริง ไม่ได้หลอกลวง"
คุณไพรัตน์จึงเล่าประสบการณทั้งหมดที่ตนเองพบมาให้ฟัง ขณะเดียวกันก็นึกในใจว่า "หลวงพ่อพระมหาสิริราชธาตุ หลวงพ่อสด หลวงพ่อที่วัดพระธรรมกาย ช่วยลูกด้วยเถิด ทำไงดี ทำไงให้เขาเชื่อดี"


เวลานั้นคุณไพรัตน์กับคนซักถามเดินไปสุดสภาธรรมกายสากลพอดี เวลาราวบ่าย ๕ โมงครึ่ง มีใครคนหนึ่งชี้ให้ดูบนฟ้า คุณไพรัตน์ก็หันขวับมองขึ้นไป คนที่มาถามคุณไพรัตน์ก็หันตามไปมอง คุณไพรัตน์ยกมือพนมขึ้นไหว้ทันที เห็นดวงแก้วใสแจ๋วทีเดียว ใสเป็นแก้ว รอบๆ ดวงเป็นสีชมพู แล้วมีแสงซ้อนกันออกมาหลายๆ ดวง ซ้อนแล้วซ้อนอีก คุณไพรัตน์หันไปดูคนรอบตัว เห็นผู้คนยกมือพนมขึ้นไหว้เป็นอัตโนมัติ บางคนก็ขนลุก ผู้หญิงช่างถามคนนั้นพูดกับคุณไพรัตน์ว่า "หนูเชื่อแล้ว หนูเชื่อแล้ว ที่ถามมาทั้งหมดน่ะ เชื่อแล้ว หนูเชื่อพี่แล้ว"

นอกจากบอกว่าเชื่อแล้ว ยังบอกต่อว่าจะไปบอกพี่ๆ น้องๆ อีกหลายคน ให้มาทำบุญกันที่นี่ ตรงนี้เป็นบุญที่แท้จริง พ่อแม่ของเขาทำบุญสร้างพระถึง ๗ องค์ ทั้งที่ยังไม่เคยมาวัดนี้เลย

คุณไพรัตน์กล่าวย้ำว่า ตนเองเพิ่งเข้าวัดมาไม่นาน แต่ประสบการณ์ต่างๆ ที่พบ ทำให้เลื่อมใสศรัทธา และเชื่อมั่นล้านเปอร์เซนต์ และบอกว่า "ให้ทุกท่านสร้างพระธรรมกายประจำตัวเถอะครับ แล้วจะได้พบสิ่งอันดีงามกับชีวิตของท่าน"

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -