วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ Change the World in Nepal จุดประกายแสงแห่งธรรมในแดนประสูติ (เนปาล)

บทความพิเศษ

เรื่อง : อัญชลี เรื่องจิต

 


 

Change the World in Nepal

จุดประกายแสงแห่งธรรมในแดนประสูติ (เนปาล)

         ดวงจันทร์และดวงดาวสุกสว่างเหนือเทือกเขา เอเวอร์เรสต์เปล่งประกายงดงาม กล่าวกันว่าเป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยที่สุดทางตอนเหนือของประเทศเนปาล ซึ่งหากใครไม่ได้แวะไปเยือน ถือว่ายังไปไม่ถึง ประเทศมนต์เสน่ห์แห่งหุบเขาหิมาลัย แต่วันนี้เทือกเขาอันศักดิ์สิทธิ์ดูจะงดงามแปลกตากว่าทุกวัน เมื่อนิมิตหมายอันเป็นมงคลได้บังเกิดขึ้น ด้วยการจุดประกายแห่งธรรมให้สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง ใน ดินแดนประสูติของพระพุทธองค์

       ด้วยดำริของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อ ธัมมชโย) ประธานมูลนิธิธรรมกาย ที่ปรารถนาจะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนประสูติให้กลับคืนมารุ่งเรืองดังเดิม

      คณะสงฆ์ประเทศเนปาลร่วมกับยอดนักสร้างบารมีทุกหมู่เหล่า ได้พร้อมใจกันจัดพิธี บรรพชาหมู่สามเณรธรรมทายาท ๑,๑๑๒ รูป ประเทศ เนปาล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙, ราชบัณฑิต) เมตตาไปเป็นพระอุปัชฌาย์ ณ บริเวณลานเสาอโศก มายาเทวีลุมพินี ประเทศเนปาล ซึ่งนับเป็นครั้งที่ ๒ ในปีเดียวกัน หลังจากได้จัดพิธีบรรพชาหมู่สามเณรธรรมทายาท ๑๑๑ รูป ระหว่างวันที่ ๑๙ มกราคม ถึง ๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เนื่องในวาระครบรอบ ๑๑๑ ปี ของพระ-ปัญญานันทะ พระมหาเถระผู้บุกเบิกพระพุทธศาสนา ในประเทศเนปาล บรรยากาศงานมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์นี้ อบอวลไปด้วยรอยยิ้มอิ่มบุญเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

           นมัสเต...คำทักทายสวัสดีพร้อมพนมมือไหว้แบบเนปาล แถมพ่วงด้วยรอยยิ้มจริงใจ คือคำแรกที่เราได้ยินเมื่อเดินทางไปถึง ทำให้รู้สึกอบอุ่นคลาย ความกังวลเมื่อต้องอยู่ต่างถิ่นแดนไกล รถบัสคันเล็ก พาหมู่คณะผ่านถนนแคบ ๆ จากสนามบินตรีภูวัน เข้าสู่ที่พักในกรุงกาฐมัณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล

           หลายท่านได้มีโอกาสเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์สวยัมภูวนารถ และเจดีย์มหาโพธินาถที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล ซึ่งเกือบทุกเจดีย์ ที่มีรูปดวงตาทั้ง ๔ ด้าน หมายถึงดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ ทิศ เนื่องจากเจดีย์ตั้งอยู่บน ภูเขา เราจึงสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม ของกรุงกาฐมัณฑุได้ ๓๖๐ องศา

 


 

 

           ในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันตัดปอยผม ได้รับความเมตตาจากท่าน มหาสังฆนายกแห่งประเทศเนปาลมาเป็นประธานสงฆ์

           ผู้บวชในครั้งนี้ต้องผ่านการคัดเลือกจากพระอาจารย์และพระพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี คือ ต้องท่องขานนาคได้ สวดมนต์ได้ นั่งสมาธิได้ เป็นต้น เพื่อเหมาะสมเป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐแก่ญาติโยม พิธีในครั้งนี้มีพุทธศาสนิกชนชาวเนปาลเข้าร่วมหลาย พันคน ทำให้ขบวนแห่นาคธรรมทายาทยาวเป็นกิโลเมตร
ความประทับใจในการจัดเตรียมสถานที่นั้นยากจะลืมเลือน เพราะการจัดงานบวชอาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับประเทศไทย แต่ยากเอาการสำหรับ การจราจรในประเทศเนปาล

           ปิ๊นๆ มอๆ... ตลอดทั้งวันในกรุงกาฐมัณฑุ จะได้ยินเสียงแตรรถดังทั้งวัน คนเนปาลใช้วิธีบีบแตร เพื่อจะบอกคนอื่นว่าฉันมาแล้วนะ ระวังด้วยนะ แม้จะ ดูวุ่นวาย แต่กลับไม่เห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเมืองนี้เลยสักครั้ง อาศัยความเอื้ออาทรในชีวิตประจำวันที่มีให้กัน ทุกคนจึงขับขี่อย่างสบายใจ รถที่ใช้ ส่วนมากจะเป็นรถคันเล็ก ๆ เช่น รถมอเตอร์ไซค์และรถจักรยาน ติดป้ายทะเบียนสีแดงเท่านั้น สมคำ บอกเล่าที่ว่า เนปาล...มีแต่รถป้ายแดง

           อีกสิ่งหนึ่งที่จะเห็นอยู่ทั่วไปบนถนนที่จอแจ คือวัว คนเนปาลนับถือวัวมาก เพราะถือว่าวัวเป็นพาหนะของพระศิวะ วัวจึงมีสิทธิเสรีที่จะเดินไปไหน มาไหนตามใจชอบ โดยไม่มีใครคอยขัดขวาง ว่ากันว่าคนขับรถที่นี่ระวังวัวมากกว่าระวังคน ขับรถชนคนยังพอจะเคลียร์กันได้ แต่ถ้าขับรถชนวัว... จำคุกสถานเดียว

           แต่กระนั้นพิธีแห่นาคธรรมทายาทก็เป็นไปด้วย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะความศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนชาวเนปาลไม่ยิ่งหย่อนกว่าประเทศ ใดในโลก สมชื่อเมืองแห่งเทพเจ้า เพราะคนเนปาลมีวิถีชีวิตผูกพันกับศาสนามาก พวกเขาผสมผสานอิทธิพลของศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ทุกบ้านจะมีเทพเจ้าประจำบ้าน ตามถนนหนทางก็มี การปฏิบัติศาสนกิจถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต คนเนปาลไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง เช้า-เย็น ซึ่งคนที่ไปวัดไหว้พระมาแล้วจะแต้มสีแดงที่หน้าผาก นับเป็นภาพที่เราเห็นจนชินตา

           ในรอบปีคนเนปาลจะมีเทศกาลที่ต้องหยุดงานเฉลิมฉลองทางศาสนา ๒๐๐ กว่าวัน นั่นหมายความว่า คนที่นี่ทำงานกันแค่ปีละร้อยกว่าวันเท่านั้น ยิ่งฤดูหนาวจะทำงานแค่ ๑๐ โมงเช้า ถึง บ่าย ๓ โมงเย็น ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลงานบวชที่เราจัดพอดี แม้อุณหภูมิจะลดต่ำกว่าศูนย์องศา ทว่า เป็นฤดูการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะท้องฟ้าโปร่งใสสวยงามที่สุดในรอบปี ชาวพุทธเนปาลบอกข่าวงานบุญนี้ปากต่อปาก จึงมีคนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

           แม้ประเทศเนปาลจะมีปัญหาในด้านสาธารณูปโภคมาก น้ำไม่ค่อยไหล ไฟฟ้าดับวันละ ๔-๑๘ ชั่วโมงต่อวัน พอ ๔-๕ ทุ่มร้านรวงปิดหมดแล้ว เงียบสงบไม่มีแสงสี แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อหมู่คณะยอดนักสร้างบารมีที่ไปร่วมจัดงานบวชครั้งนี้แต่อย่างใด เพราะต่างสวมหัวใจพระบรมโพธิสัตว์ มุ่งหวังที่จะจุดประกายความสว่างไสวแห่งธรรมในดินแดนประสูติแห่งนี้มาตั้งแต่ต้น

 




 

           เพราะเราตระหนักดีว่า ประเทศเนปาลมี สิ่งที่พวกเขาภาคภูมิใจมากที่สุด นั่นคือ ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้รับการ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งเราได้จัดให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบรรพชาในวันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ นับเป็นกิจกรรมงานบุญที่ช่วยจุดประกายความหวังอันสว่างไสวให้กับชาวพุทธเนปาลทั่วประเทศ จากจำนวนประชากร ๒๗ ล้าน มีชาวพุทธอยู่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ คือ ๒ ล้าน ๓ แสนคน นับเป็นจำนวนไม่น้อยในการผลักดันกิจกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างขวางออกไปในอนาคต

 




 

           ภาคเช้า ๐๗.๓๐ น. เป็นพิธีเวียนประทักษิณ รอบเสามายาเทวี จากนั้น ตัวแทนมูลนิธิธรรมกายกล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ประธานฝ่าย ฆราวาส เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนปาล นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ กล่าวเปิดงาน

           ในพิธีขอบรรพชา ตัวแทนนาคธรรมทายาท ๒ ท่าน น้อมนำพานพุ่มถวายพระอุปัชฌาย์ พระเดช พระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙, ราชบัณฑิต) จากนั้น พระอุปัชฌาย์ให้โอวาทแก่นาคธรรมทายาท เสร็จแล้วนาคแปรแถวเข้าไปคล้อง อังสะ และไปเข้าพื้นที่ครองผ้า ต่อด้วยพิธีขอสรณคมน์ และศีล และพิธีขอนิสัย เมื่อเสร็จสิ้นพิธีบรรพชา มีการถ่ายภาพประวัติศาสตร์ที่ด้านหน้าเสามายาเทวี

 




 

           ในช่วงเย็นได้จัดพิธีรวมใจจุดประทีป ณ ลุมพินีสถาน จุดที่เป็นต้นกำเนิดแสงแห่งสันติภาพ โลก ประธานสงฆ์ไทย พระราชรัตนรังสี เมตตานำกล่าวคำอธิษฐานจิต ค่ำคืนนั้นดวงประทีปสว่างไสว ไปทั่วทั้งบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ส่งสัญญาณสำคัญให้โลกรับรู้ว่าพระพุทธศาสนาจะกลับมารุ่งเรืองสว่าง ไสวดังเช่นครั้งพุทธกาล

           นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ประธานาธิบดีเนปาล ดร.ราม บาราน ยาดาฟ ยังขอปวารณาที่จะนำต้นกำเนิดประทีปแห่งสันติภาพโลกจากสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ ไปส่องสว่าง ณ ศูนย์รวมใจของชาวเนปาลทั้งประเทศ ที่จตุรัสทุนดีเคล เมืองหลวงกาฏมัณฑุ โดยจัดให้เป็นวาระแห่งชาติในชื่อ Together for World Peace โดยมีท่านประธานาธิบดีมาเป็นประธานในพิธี สำหรับบุคคลประวัติศาสตร์ที่ได้ร่วมกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนประสูติ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อ ธัมมชโย) มีดำริให้จัดทำหอประวัติศาสตร์ Hall of Fame จารึกชื่อผู้มีส่วนร่วมในบุญครั้งนี้ด้วย

           น่าสนใจอย่างยิ่งว่า อะไรคือความสำเร็จที่เรียกได้ว่า เกินควรเกินคาดŽ ในพิธีบรรพชาหมู่สามเณรธรรมทายาท ๑,๑๑๒ รูป ครั้งประวัติศาสตร์ ในประเทศเนปาล สิ่งที่เราต่างสัมผัสและรับรู้ได้ คือ พลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของชาวพุทธเนปาลที่สื่อผ่านภาพและเสียงไปทั่วโลก เป็นการตั้งคำถามนำพาเรา ให้ค้นหาคำตอบที่ว่า ท่ามกลางกระแสแห่งศรัทธาใน ศาสนาฮินดูอันแข็งแกร่ง ศาสนาพุทธแทงยอดทะลุขึ้นมาเหนือเมฆหมอกแห่งอภิปรัชญาเหล่านั้นได้อย่างไร ภาพที่เราเห็นทำให้ชาวไทยเข้าใจพระพุทธ ศาสนาในทางที่ถูกต้อง ว่าความจริงเนื้อแท้แล้ว มนุษย์ทุกคนล้วนแสวงหาที่พึ่งอันประเสริฐ ซึ่งเป็น  สารธรรมŽ นำความสงบสุขอันเกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา มากกว่าตัวบุคคลหรือพิธีกรรม อัน จะนำไปสู่สันติสุขแก่ตนเองและสังคมโลกอย่างแท้จริง

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร